[S] Give Me Your HEART! <13>
posted on 21 Nov 2009 18:23 by ayofix in SJFIC
Title: Give Me Your HEART! (ขอได้ไหม...หัวใจนางฟ้า) <13>
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: มวยยกแรกเริ่มแล้ว ลั่นระฆังประกาศสงคราม ศึกนี้ใครจะชนะ!? ^^” เหอๆๆๆ ใครมีอะไรจะคอมเม้นท์ติชมกันก็เชิญได้เลยนะคะ จะปรับปรุงเรื่อยๆค่ะ
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงบางสิ่งบางอย่างปะทะกับผนังห้องเรียกให้ใบหน้าหล่อของร่างสูงเพรียวที่กำลังเดินถือถาดใส่น้ำเปล่าและยามาต้องเงยหน้าขึ้น ขายาวก้าวเร็วกว่าเก่าก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้องหนึ่ง มือเรียวยาวเอื้อมเปิดประตูก่อนจะหน้าถอดสีเมื่อเห็นร่างเล็กบางกลางเตียงสีขาวสะอ้าน
มือเรียวบอบบางกำจิกเข้าหากัน หยดน้ำตารินไหลอาบแก้ม เมื่อคิดไปว่าใครกันที่เป็นคนมารับโทรศัพท์ยองอุนของเขา เรียวปากอิ่มแดงฉ่ำถูกขบด้วยฟันขาวเรียงสวยจนห้อเลือด
ยูชอนตกใจอาการของญาติผู้พี่ เด็กหนุ่มปราดเข้าไปใกล้เตียงแล้ววางถาดน้ำและยาลง ก่อนจะหันไปแกะมือเรียวที่กำจิกเข้ากันแน่นเสียจนข้อนิ้วเป็นสีขาวเพราะเลือดไม่ไหลเวียน
“พี่แตฮี....พี่...เป็นอะไร”
ร่างสูงเพรียวพูดน้ำเสียงอ่อน แล้วนวดมือของคนมีน้ำตาอาบแก้มเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน เมื่อเห็นว่าเลือดที่มือของอีกฝ่ายไหลเวียนได้ดีแล้ว เด็กหนุ่มก็ยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าเนียนให้อย่างเบามือ
“พี่ครับ บอกผมสิพี่เป็นอะไร ปาโทรศัพท์ใส่ผนังทำไม”
น้ำเสียงที่ใช้ยังคงอ่อนโยน ดวงตากลมโตที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาเหลือบมามอง
“พี่โทรไปหายองอุน.....มีคนอื่นรับโทรศัพท์เขา....ใครยูชอน?”
ถามออกมาน้ำเสียงสั่นปนสะอื้น ดวงตากลมโตแม้จะฉ่ำด้วยหยาดน้ำตาแต่ก็แฝงความคาดคั้นคนเป็นน้องอย่างที่สุด
ยูชอนอ้ำอึ้ง เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากบอกพี่ชายว่าไอ้เพื่อนเลิฟมีแฟนแล้ว แต่เขาคิดว่าจะประวิงเวลาให้มันนานกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ดูเหมือนจะไม่ทันซะแล้ว......ร่างสูงเพรียวไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี
“พี่ถามว่ามันเป็นใคร! มารับโทรศัพท์ยองอุนของพี่ได้ยังไง”
คิ้วของคนเป็นน้องขมวดเข้าหากันเมื่อโดนญาติผู้พี่จิกเล็บเข้ากับแขน ใบหน้าที่เคยสวยหวานแปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึง พร้อมทั้งที่อีกฝ่ายตะโกนใส่เขาราวกับคนสติแตก....
“เอ่อ......ใจเย็นๆนะพี่แตฮี...ใจเย็นๆ”
พยายามปลอบคนที่เหมือนกับคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ หากแต่คำปลอบดูเหมือนจะไปไม่ถึงใครอีกคน น้ำตายังไหลลงอาบแก้มของร่างเล็กบาง และก่อนที่จะได้พูดอะไรกันไปมากกว่านั้นคนที่กำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่ก็หายใจหอบและยกมือขึ้นกุมหน้าอกราวกับเจ็บปวดทรมาน
“พี่แตฮี เจ็บหน้าอกเหรอ! ใจเย็นนะพี่ หายใจเข้าลึกๆ!!”
ยูชอนละล่ำละลักบอก ก่อนจะจับตัวพี่ชายให้นอนลงกับเตียง ร่างสูงเพรียวกำลังจะผละออกไปเพื่อบอกให้ใครก็ได้ไปตามหมอหากแต่ก็โดนดึงเอาไว้ซะก่อน เด็กหนุ่มหันกลับไปมองหน้าคนบนเตียง
“เรียกยองอุนมาหาพี่...ยูชอน...พี่อยากให้ยองอุนมาหา”
น้ำเสียงเบาหวิวพร้อมกับหน้าตาที่บ่งบอกความเจ็บปวดนั้นทำเอาคนมีใบหน้าหล่อต้องหลับตาลง ทั้งสงสารและเห็นใจพี่ชายแต่ก็ไม่อยากรบกวนและทำให้เพื่อนเดือดร้อนมากไปกว่านี้อีกแล้ว ยูชอนกัดฟันก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อตัดสินใจเด็ดขาด ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ย
“ยูชอนเรียกมันมาไม่ได้พี่แตฮี เพราะตอนนี้มันคงอยู่กับแฟนมัน....”
ดวงตากลมโตกระพริบพร้อมกับที่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลลงจากหางตา แตฮียกมือขึ้นกุมหน้าอก ดวงตาเบนไปจากใบหน้าผู้เป็นน้อง
“ไม่..ไม่จริง...ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!”
ร่างเล็กบางที่นอนอยู่บนเตียงกรี๊ดร้องออกมาสุดเสียง ด้วยความรู้สึกราวกับว่าหัวใจถูกกรีดกระชาก มือเรียวเล็กขยุ้มเสื้อที่หน้าอกตัวเองก่อนจะส่ายหน้าไปมา
เด็กหนุ่มร่างสูงเพรียวมองอาการพี่ชายอย่างเป็นห่วง และเมื่อเริ่มเห็นว่าญาติผู้พี่มีอาการคล้ายจะชักเขาก็ตรงเข้าไปจับอีกฝ่ายไว้ก่อนจะตะโกนเรียกคนในบ้าน.....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เปลือกตาบางลืมขึ้นในที่สุด แพขนตาหนายังชื้นไปด้วยน้ำตา แตฮีหันไปมองยูชอนที่นั่งอยู่ข้างเตียง ก่อนดวงตากลมโตจะเอ่อไปด้วยน้ำตาอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าน้องชายบอกอะไรไว้ก่อนที่เขาจะหมดสติไป มือเรียวยาวของคนข้างเตียงเอื้อมมาปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“อย่าร้องพี่แตฮี ผักผ่อนเถอะนะ จะได้ดีขึ้น”
เสียงทุ้มบอกพี่ชาย ใบหน้าหล่อซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ ร่างเล็กบางสะอื้นแล้วจับมือของคนเป็นน้องมากุมไว้
“บอกพี่ได้ไหมว่าแฟนยองอุนเป็นใคร? ยูชอน”
คนโดนถามมีสีหน้าลำบากใจเพราะไม่อยากพูดถึง
“พี่แตฮีจะอยากรู้ไปทำไมกัน พักผ่อนเถอะนะ”
เด็กหนุ่มเลี่ยงแล้วดึงมือออกจากมือของอีกฝ่ายเพื่อจะจับผ้าห่มคลี่ออกคลุมให้คนอาการไม่ค่อยดี
“บอกพี่เถอะยูชอน พี่จะได้ย้ำกับตัวเองว่าเขามีเจ้าของแล้ว”
หยดน้ำตาใสไหลลงอาบแก้ม ยูชอนกัดปาก สะเทือนใจและสงสารพี่ชายเป็นที่สุด เด็กหนุ่มเลื่อนตัวขึ้นนั่งข้างเตียงแล้วดึงร่างคนอาการไม่ดีขึ้นมากอด มือเรียวลูบหลังญาติผู้พี่อย่างปลอบโยน
“ถ้าพี่อยากรู้ยูชอนก็จะบอก”
เสียงทุ้มเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของไอ้เพื่อนเลิฟและคนรัก มือเรียวแต่แข็งแกร่งยังคงลูบหลังเพื่อปลอบโยนคนเป็นพี่ชายไปด้วย
หยดน้ำตาจากดวงตาโตไหลไม่ขาดสาย แตฮีรับเอาทุกเรื่องราวที่น้องชายเล่าให้ฟังไว้ รับเอาเรื่องเล่าความรักที่ยองอุนของเขามีให้คนอื่นเอาไว้เต็มหัวใจ
......ดวงหน้าสวยกว่าผู้หญิงนองไปด้วยน้ำตา ดวงตากลมโตที่แสนจะอ่อนไหวบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังอย่างที่คนเป็นน้องชายไม่สามารถรับรู้ได้เลย.....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
รถสปอร์ตคันสวยของลูกชายท่านประทานเข้ามาจอดตรงลานจอดรถประจำตำแหน่งเรียกให้พนักงานที่กำลังทยอยกันเดินเข้าบริษัทเพราะใกล้ได้เวลาเข้างานหันมามองถ้วนหน้า เนื่องจากเจ้ารถคันสวยราคาแพงระยับนั้นหายไปจากตรงนี้เป็นอาทิตย์
พนักงานสาวต่างพากันยิ้มเพ้อฝันเมื่อคนขับก้าวลงจากรถ ร่างสูงใหญ่สมส่วนอยู่ในชุดสูทสีดำที่ช่างเข้ากับเจ้าตัวยิ่งนัก อีกทั้งใบหน้าหล่อคมที่สวมแว่นกันแดดเอาไว้ แม้แว่นนั้นจะบดบังดวงตาที่แสนจะมีเสน่ห์แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเจ้าตัวลดลงไปเลย ตรงกันข้ามกลับยิ่งส่งให้ความน่าค้นหาพุ่งขึ้นมากกว่าเดิม มากชนิดที่ว่าพนักงานสาวบางคนหยุดยืนมองและบางคนหันไปกรี๊ดพร้อมกระซิบถึงคนคนนั้นกับเพื่อนของตัวเองอย่างชื่นชม
ยองอุนปิดประตูรถก่อนจะก้มหน้าเดินอ้อมไปอีกฝั่ง พยายามไม่สนใจสายตาเชิญชวนและชื่นชมของหญิงสาวละแวกนั้นที่ส่งมาให้ อยากบอกคุณผู้หญิงทั้งหลายเหมือนกันว่าอย่ามองมากมันเป็นภัยต่อตัวเขา เด็กหนุ่มเดินอ้อมมาถึงฝั่งคนนั่งก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้คนที่มาด้วยอย่างเอาใจ ขาเรียววางลงกับพื้นก่อนจะยันตัวลุกจากเบาะแล้วออกมายืนนอกรถคันสวย เสียงกระซิบกระซาบและกรี๊ดร้องเบาๆอย่างชื่นชมในตัวเด็กหนุ่มหยุดลงทันที เมื่อเห็นคนที่ก้าวลงมายืนเคียงข้างกับฝ่ายนั้น บรรดาหญิงสาวทั้งหลายพากันเบนสายตาไปทางอื่นและก้าวเดินต่อไปอย่างเสียดายและหมดหวัง คนหล่อนี่มันต้องมีเจ้าของเป็นผู้ชายทุกคนเลยหรือยังไง.....
จองซูพยักหน้ารับคำทักทายพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับพนักงานทุกคน ลาพักร้อนไปหนึ่งอาทิตย์ป่านนี้งานคงกองสุมกันท่วมหัว แถมคงจะโดนฮีชอลวีนจนหูชาเป็นแน่ ก็เล่นลาไปแบบไม่บอกไม่กล่าว แค่บอกท่านประธานคนเดียวเท่านั้นเอง
ทั้งสองคนขึ้นลิฟต์มายังห้องทำงาน ร่างบางเลิกคิ้วเมื่อเห็นเจ้าตัวดีหันซ้ายหันขวาคล้ายจะหาอะไรสักอย่าง และก่อนที่จะได้ถามออกไปว่าหาอะไรเจ้าน้องชายที่กลายมาเป็นคนรักก็ก้มหน้าลงมาจุ๊บเร็วๆเสียหนึ่งครั้งก่อนจะผละออกไปแล้วทำหน้าทะเล้น
“กำลังใจ จะได้ตั้งใจทำงาน”
คนโดนจุ๊บถอนหายใจ ออ...ที่หันรีหันขวางอยู่เมื่อครู่นั่นมองคนเหรอ....ใบหวานส่ายช้าๆอย่างขำคนรัก
“ขอกำลังใจไปก็อย่าลืมตั้งใจทำงานด้วยล่ะ อย่าให้เลขามาบอกอีกเชียวนะว่าแอบอู้ รับรองว่าหูขาดแน่”
ชี้หน้าคาดโทษเจ้าเด็กบ้าไม่จริงจังนัก อีกฝ่ายเลิกคิ้วทำหน้าเหวอๆแต่ก็คลี่ยิ้มกว้าง ร่างบางหันหลังเพื่อเดินเข้าไปในห้องทำงานแต่เอวบางก็โดนรั้งไว้ซะก่อน
“แล้วชากีไม่อยากได้กำลังใจบ้างหรือ”
เสียงห้าวกระซิบอยู่ข้างหูก่อนจะกดน้ำหนักลงบนนั้นแผ่วเบา เจ้าของเอวบางเงยหน้ามองคนข้างหลังเห็นสายตาอ้อนๆของเจ้าตัวดีก็ต้องยิ้มก่อนจะยืดตัวขึ้นจูบแก้มสากเอาใจไปหนึ่งที
“อยู่ที่บริษัทห้ามเรียกว่าชากี เราตกลงกันแล้วไง ไปทำงานได้แล้วไป”
เอ่ยไล่น้องชายให้ไปทำงาน เจ้าของแก้มสากทำหน้าไม่อยากไปทำงาน เลยเรียกรอยยิ้มจากคนอายุมากกว่าได้ไม่ยาก ขณะที่ทั้งสองคนยังไม่ผละไปจากกันเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทำเอาสะดุ้ง
“นี่.....เมื่อไหร่จะไปทำงานกันซะที มัวแต่จูบกันอยู่นั่นพอดีบริษัทเจ๊งหมดแล้วพ่อคุณ”
ใบหน้าหวานหันมามองข้ามไหล่ของคนรักไปก่อนจะต้องอุทานอย่างตกใจ
“ฮีชอล!”
เจ้าของชื่อปล่อยลมออกจากปลายจมูกเป็นเสียง หึ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ไอ้คู่ผัวเมียพี่น้อง
“ยังจำชื่อฉันได้ด้วยเหรอเนี่ย นึกว่าในหัวสมองแกมันจะมีแต่ชื่อน้องชายสุดที่รักเท่านั้น!”
ร่างเพรียวบางเอ่ยแขวะไอ้เพื่อนหน้าหวานตัวดีที่หายหัวไปพักร้อนไม่บอกเขาสักคำอย่างงอนอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่มันไปเริงร่ากับน้องชายที่รักของมัน เขานี่แหละที่ต้องทำงานแทนมันไม่ได้หลับได้นอน แล้วไปพักร้อนจะโทรมาหากันบ้างก็ไม่มี!
ท่าทางเชิดอย่างงอนๆนั้น ทำเอาร่างบางหน้าแหย รับรู้ได้ว่าโดนโกรธอยู่ไม่หยอกที่หายไปไม่บอก มือเรียวยันอกกว้างออกห่างก่อนจะเดินไปจับมือเพื่อนเอาไว้อย่างเอาใจ
“ฮีชอลก็ ถ้าฉันจำนายไม่ได้แล้วจะจำใครได้ นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ”
เอ่ยเอาใจไปหวังว่าอีกฝ่ายจะหายโกรธบ้าง หากแต่คนมีใบหน้าสวยเกินผู้ชายกับปรายตามามองขุ่นๆ
“เหรอ.....ก็นึกว่าสนใจแต่ไอ้เด็กเปรตนี่คนเดียวซะแล้ว ใช่สิมันกฎธรรมชาติอยู่แล้วนี่ เพื่อนหรือจะสำคัญเท่าสามี”
พูดจบก็ปรายตาไปทางเด็กหนุ่มตัวโตบ้าง คนโดนปรายตามองอยากจะหัวเราะให้ฟันหักกับอาการงอนบ้าๆบอๆของเพื่อนคนรัก
“แหมเด็กงอนมันก็น่ารักอยู่หรอก แต่คนแก่งอนนี่มัน....”
ใบหน้าหล่อคมส่ายอย่างระอา ไม่รู้ทำไมพอเห็นหน้าเพื่อนซี้ของคนรักแล้วมันอยากกวนเสียเหลือเกิน ร่างเพรียวหันมาถลึงตาใส่ไอ้เด็กเปรตที่หวังว่ามันจะทำตัวดีขึ้นแต่ก็เปล่า ยิ่งเห็นท่าทางยิ้มๆของมันแล้วยิ่งอยากตบกะโหลกให้ร้าว มือเรียวสวยแกะมือของเพื่อนร่างบางออกจากมือตัวเองก่อนจะยกขึ้นเท้าสะเอว
“เออ! คำก็แก่สองคำก็แก่ แล้วเมียแกที่อายุเท่าฉันเรียกอะไรวะไอ้ยองอุน!”
จองซูตาโตเมื่อได้ฟังสรรพนามที่เพื่อนเรียกเขา พนักงานหลายคนที่เริ่มทยอยกันขึ้นมาต่างพากันเมียงมองมาทางทั้งสามคนอย่างสนใจ ร่างบางเดินไปดึงมือเพื่อนที่รู้สึกว่าวันนี้จะอารมณ์ขึ้นกว่าทุกวันเอาไว้ ก่อนจะส่งสายตาดุไปให้เจ้าตัวดีที่ยังยืนหัวเราะร่าไม่สะทกสะท้าน
“ยองอุนไปทำงานได้แล้วไป ฮีชอลเข้ามาในห้องกับฉันนะมีเรื่องต้องคุยอีกเยอะ มีของฝากมาให้ด้วย”
เจ้าของใบหน้าหวานทำการแยกหมาบ้าสองคนออกจากกัน เพราะคิดว่าถ้าให้ยืนปะทะคารมกันอยู่อย่างนี้ สงสัยคนทั้งบริษัทอาจจะรู้ความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าน้องชายก็เป็นได้ ร่างเพรียวหันมามองหน้าเพื่อนอยู่แว่บหนึ่งก่อนจะยอมอารมณ์เย็นลง แต่แล้วก็ต้องจี๊ดขึ้นมาอีกเมื่อโดนแฟนเพื่อนกวนไม่เลิก
“เข้าไปสงบสติอารมณ์เสียหน่อยนะป้า อย่างงี้แหละวัยทองแถมขึ้นคานก็อารมณ์เสียง่ายเป็นธรรมดา”
สิ้นเสียงห้าวของเด็กหนุ่ม ร่างบางก็หันกลับมามองเจ้าเด็กบ้าที่กำลังจะทำให้เพื่อนรักของเขาโมโหขึ้นมาอีกครั้งอย่างดุๆ ซึ่งเจ้าเด็กบ้าของเขาก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดสิน่า.......
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: มวยยกแรกเริ่มแล้ว ลั่นระฆังประกาศสงคราม ศึกนี้ใครจะชนะ!? ^^” เหอๆๆๆ ใครมีอะไรจะคอมเม้นท์ติชมกันก็เชิญได้เลยนะคะ จะปรับปรุงเรื่อยๆค่ะ
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงบางสิ่งบางอย่างปะทะกับผนังห้องเรียกให้ใบหน้าหล่อของร่างสูงเพรียวที่กำลังเดินถือถาดใส่น้ำเปล่าและยามาต้องเงยหน้าขึ้น ขายาวก้าวเร็วกว่าเก่าก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้องหนึ่ง มือเรียวยาวเอื้อมเปิดประตูก่อนจะหน้าถอดสีเมื่อเห็นร่างเล็กบางกลางเตียงสีขาวสะอ้าน
มือเรียวบอบบางกำจิกเข้าหากัน หยดน้ำตารินไหลอาบแก้ม เมื่อคิดไปว่าใครกันที่เป็นคนมารับโทรศัพท์ยองอุนของเขา เรียวปากอิ่มแดงฉ่ำถูกขบด้วยฟันขาวเรียงสวยจนห้อเลือด
ยูชอนตกใจอาการของญาติผู้พี่ เด็กหนุ่มปราดเข้าไปใกล้เตียงแล้ววางถาดน้ำและยาลง ก่อนจะหันไปแกะมือเรียวที่กำจิกเข้ากันแน่นเสียจนข้อนิ้วเป็นสีขาวเพราะเลือดไม่ไหลเวียน
“พี่แตฮี....พี่...เป็นอะไร”
ร่างสูงเพรียวพูดน้ำเสียงอ่อน แล้วนวดมือของคนมีน้ำตาอาบแก้มเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน เมื่อเห็นว่าเลือดที่มือของอีกฝ่ายไหลเวียนได้ดีแล้ว เด็กหนุ่มก็ยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าเนียนให้อย่างเบามือ
“พี่ครับ บอกผมสิพี่เป็นอะไร ปาโทรศัพท์ใส่ผนังทำไม”
น้ำเสียงที่ใช้ยังคงอ่อนโยน ดวงตากลมโตที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาเหลือบมามอง
“พี่โทรไปหายองอุน.....มีคนอื่นรับโทรศัพท์เขา....ใครยูชอน?”
ถามออกมาน้ำเสียงสั่นปนสะอื้น ดวงตากลมโตแม้จะฉ่ำด้วยหยาดน้ำตาแต่ก็แฝงความคาดคั้นคนเป็นน้องอย่างที่สุด
ยูชอนอ้ำอึ้ง เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากบอกพี่ชายว่าไอ้เพื่อนเลิฟมีแฟนแล้ว แต่เขาคิดว่าจะประวิงเวลาให้มันนานกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ดูเหมือนจะไม่ทันซะแล้ว......ร่างสูงเพรียวไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี
“พี่ถามว่ามันเป็นใคร! มารับโทรศัพท์ยองอุนของพี่ได้ยังไง”
คิ้วของคนเป็นน้องขมวดเข้าหากันเมื่อโดนญาติผู้พี่จิกเล็บเข้ากับแขน ใบหน้าที่เคยสวยหวานแปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึง พร้อมทั้งที่อีกฝ่ายตะโกนใส่เขาราวกับคนสติแตก....
“เอ่อ......ใจเย็นๆนะพี่แตฮี...ใจเย็นๆ”
พยายามปลอบคนที่เหมือนกับคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ หากแต่คำปลอบดูเหมือนจะไปไม่ถึงใครอีกคน น้ำตายังไหลลงอาบแก้มของร่างเล็กบาง และก่อนที่จะได้พูดอะไรกันไปมากกว่านั้นคนที่กำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่ก็หายใจหอบและยกมือขึ้นกุมหน้าอกราวกับเจ็บปวดทรมาน
“พี่แตฮี เจ็บหน้าอกเหรอ! ใจเย็นนะพี่ หายใจเข้าลึกๆ!!”
ยูชอนละล่ำละลักบอก ก่อนจะจับตัวพี่ชายให้นอนลงกับเตียง ร่างสูงเพรียวกำลังจะผละออกไปเพื่อบอกให้ใครก็ได้ไปตามหมอหากแต่ก็โดนดึงเอาไว้ซะก่อน เด็กหนุ่มหันกลับไปมองหน้าคนบนเตียง
“เรียกยองอุนมาหาพี่...ยูชอน...พี่อยากให้ยองอุนมาหา”
น้ำเสียงเบาหวิวพร้อมกับหน้าตาที่บ่งบอกความเจ็บปวดนั้นทำเอาคนมีใบหน้าหล่อต้องหลับตาลง ทั้งสงสารและเห็นใจพี่ชายแต่ก็ไม่อยากรบกวนและทำให้เพื่อนเดือดร้อนมากไปกว่านี้อีกแล้ว ยูชอนกัดฟันก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อตัดสินใจเด็ดขาด ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ย
“ยูชอนเรียกมันมาไม่ได้พี่แตฮี เพราะตอนนี้มันคงอยู่กับแฟนมัน....”
ดวงตากลมโตกระพริบพร้อมกับที่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลลงจากหางตา แตฮียกมือขึ้นกุมหน้าอก ดวงตาเบนไปจากใบหน้าผู้เป็นน้อง
“ไม่..ไม่จริง...ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!”
ร่างเล็กบางที่นอนอยู่บนเตียงกรี๊ดร้องออกมาสุดเสียง ด้วยความรู้สึกราวกับว่าหัวใจถูกกรีดกระชาก มือเรียวเล็กขยุ้มเสื้อที่หน้าอกตัวเองก่อนจะส่ายหน้าไปมา
เด็กหนุ่มร่างสูงเพรียวมองอาการพี่ชายอย่างเป็นห่วง และเมื่อเริ่มเห็นว่าญาติผู้พี่มีอาการคล้ายจะชักเขาก็ตรงเข้าไปจับอีกฝ่ายไว้ก่อนจะตะโกนเรียกคนในบ้าน.....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เปลือกตาบางลืมขึ้นในที่สุด แพขนตาหนายังชื้นไปด้วยน้ำตา แตฮีหันไปมองยูชอนที่นั่งอยู่ข้างเตียง ก่อนดวงตากลมโตจะเอ่อไปด้วยน้ำตาอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าน้องชายบอกอะไรไว้ก่อนที่เขาจะหมดสติไป มือเรียวยาวของคนข้างเตียงเอื้อมมาปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“อย่าร้องพี่แตฮี ผักผ่อนเถอะนะ จะได้ดีขึ้น”
เสียงทุ้มบอกพี่ชาย ใบหน้าหล่อซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ ร่างเล็กบางสะอื้นแล้วจับมือของคนเป็นน้องมากุมไว้
“บอกพี่ได้ไหมว่าแฟนยองอุนเป็นใคร? ยูชอน”
คนโดนถามมีสีหน้าลำบากใจเพราะไม่อยากพูดถึง
“พี่แตฮีจะอยากรู้ไปทำไมกัน พักผ่อนเถอะนะ”
เด็กหนุ่มเลี่ยงแล้วดึงมือออกจากมือของอีกฝ่ายเพื่อจะจับผ้าห่มคลี่ออกคลุมให้คนอาการไม่ค่อยดี
“บอกพี่เถอะยูชอน พี่จะได้ย้ำกับตัวเองว่าเขามีเจ้าของแล้ว”
หยดน้ำตาใสไหลลงอาบแก้ม ยูชอนกัดปาก สะเทือนใจและสงสารพี่ชายเป็นที่สุด เด็กหนุ่มเลื่อนตัวขึ้นนั่งข้างเตียงแล้วดึงร่างคนอาการไม่ดีขึ้นมากอด มือเรียวลูบหลังญาติผู้พี่อย่างปลอบโยน
“ถ้าพี่อยากรู้ยูชอนก็จะบอก”
เสียงทุ้มเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของไอ้เพื่อนเลิฟและคนรัก มือเรียวแต่แข็งแกร่งยังคงลูบหลังเพื่อปลอบโยนคนเป็นพี่ชายไปด้วย
หยดน้ำตาจากดวงตาโตไหลไม่ขาดสาย แตฮีรับเอาทุกเรื่องราวที่น้องชายเล่าให้ฟังไว้ รับเอาเรื่องเล่าความรักที่ยองอุนของเขามีให้คนอื่นเอาไว้เต็มหัวใจ
......ดวงหน้าสวยกว่าผู้หญิงนองไปด้วยน้ำตา ดวงตากลมโตที่แสนจะอ่อนไหวบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังอย่างที่คนเป็นน้องชายไม่สามารถรับรู้ได้เลย.....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
รถสปอร์ตคันสวยของลูกชายท่านประทานเข้ามาจอดตรงลานจอดรถประจำตำแหน่งเรียกให้พนักงานที่กำลังทยอยกันเดินเข้าบริษัทเพราะใกล้ได้เวลาเข้างานหันมามองถ้วนหน้า เนื่องจากเจ้ารถคันสวยราคาแพงระยับนั้นหายไปจากตรงนี้เป็นอาทิตย์
พนักงานสาวต่างพากันยิ้มเพ้อฝันเมื่อคนขับก้าวลงจากรถ ร่างสูงใหญ่สมส่วนอยู่ในชุดสูทสีดำที่ช่างเข้ากับเจ้าตัวยิ่งนัก อีกทั้งใบหน้าหล่อคมที่สวมแว่นกันแดดเอาไว้ แม้แว่นนั้นจะบดบังดวงตาที่แสนจะมีเสน่ห์แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเจ้าตัวลดลงไปเลย ตรงกันข้ามกลับยิ่งส่งให้ความน่าค้นหาพุ่งขึ้นมากกว่าเดิม มากชนิดที่ว่าพนักงานสาวบางคนหยุดยืนมองและบางคนหันไปกรี๊ดพร้อมกระซิบถึงคนคนนั้นกับเพื่อนของตัวเองอย่างชื่นชม
ยองอุนปิดประตูรถก่อนจะก้มหน้าเดินอ้อมไปอีกฝั่ง พยายามไม่สนใจสายตาเชิญชวนและชื่นชมของหญิงสาวละแวกนั้นที่ส่งมาให้ อยากบอกคุณผู้หญิงทั้งหลายเหมือนกันว่าอย่ามองมากมันเป็นภัยต่อตัวเขา เด็กหนุ่มเดินอ้อมมาถึงฝั่งคนนั่งก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้คนที่มาด้วยอย่างเอาใจ ขาเรียววางลงกับพื้นก่อนจะยันตัวลุกจากเบาะแล้วออกมายืนนอกรถคันสวย เสียงกระซิบกระซาบและกรี๊ดร้องเบาๆอย่างชื่นชมในตัวเด็กหนุ่มหยุดลงทันที เมื่อเห็นคนที่ก้าวลงมายืนเคียงข้างกับฝ่ายนั้น บรรดาหญิงสาวทั้งหลายพากันเบนสายตาไปทางอื่นและก้าวเดินต่อไปอย่างเสียดายและหมดหวัง คนหล่อนี่มันต้องมีเจ้าของเป็นผู้ชายทุกคนเลยหรือยังไง.....
จองซูพยักหน้ารับคำทักทายพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับพนักงานทุกคน ลาพักร้อนไปหนึ่งอาทิตย์ป่านนี้งานคงกองสุมกันท่วมหัว แถมคงจะโดนฮีชอลวีนจนหูชาเป็นแน่ ก็เล่นลาไปแบบไม่บอกไม่กล่าว แค่บอกท่านประธานคนเดียวเท่านั้นเอง
ทั้งสองคนขึ้นลิฟต์มายังห้องทำงาน ร่างบางเลิกคิ้วเมื่อเห็นเจ้าตัวดีหันซ้ายหันขวาคล้ายจะหาอะไรสักอย่าง และก่อนที่จะได้ถามออกไปว่าหาอะไรเจ้าน้องชายที่กลายมาเป็นคนรักก็ก้มหน้าลงมาจุ๊บเร็วๆเสียหนึ่งครั้งก่อนจะผละออกไปแล้วทำหน้าทะเล้น
“กำลังใจ จะได้ตั้งใจทำงาน”
คนโดนจุ๊บถอนหายใจ ออ...ที่หันรีหันขวางอยู่เมื่อครู่นั่นมองคนเหรอ....ใบหวานส่ายช้าๆอย่างขำคนรัก
“ขอกำลังใจไปก็อย่าลืมตั้งใจทำงานด้วยล่ะ อย่าให้เลขามาบอกอีกเชียวนะว่าแอบอู้ รับรองว่าหูขาดแน่”
ชี้หน้าคาดโทษเจ้าเด็กบ้าไม่จริงจังนัก อีกฝ่ายเลิกคิ้วทำหน้าเหวอๆแต่ก็คลี่ยิ้มกว้าง ร่างบางหันหลังเพื่อเดินเข้าไปในห้องทำงานแต่เอวบางก็โดนรั้งไว้ซะก่อน
“แล้วชากีไม่อยากได้กำลังใจบ้างหรือ”
เสียงห้าวกระซิบอยู่ข้างหูก่อนจะกดน้ำหนักลงบนนั้นแผ่วเบา เจ้าของเอวบางเงยหน้ามองคนข้างหลังเห็นสายตาอ้อนๆของเจ้าตัวดีก็ต้องยิ้มก่อนจะยืดตัวขึ้นจูบแก้มสากเอาใจไปหนึ่งที
“อยู่ที่บริษัทห้ามเรียกว่าชากี เราตกลงกันแล้วไง ไปทำงานได้แล้วไป”
เอ่ยไล่น้องชายให้ไปทำงาน เจ้าของแก้มสากทำหน้าไม่อยากไปทำงาน เลยเรียกรอยยิ้มจากคนอายุมากกว่าได้ไม่ยาก ขณะที่ทั้งสองคนยังไม่ผละไปจากกันเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทำเอาสะดุ้ง
“นี่.....เมื่อไหร่จะไปทำงานกันซะที มัวแต่จูบกันอยู่นั่นพอดีบริษัทเจ๊งหมดแล้วพ่อคุณ”
ใบหน้าหวานหันมามองข้ามไหล่ของคนรักไปก่อนจะต้องอุทานอย่างตกใจ
“ฮีชอล!”
เจ้าของชื่อปล่อยลมออกจากปลายจมูกเป็นเสียง หึ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ไอ้คู่ผัวเมียพี่น้อง
“ยังจำชื่อฉันได้ด้วยเหรอเนี่ย นึกว่าในหัวสมองแกมันจะมีแต่ชื่อน้องชายสุดที่รักเท่านั้น!”
ร่างเพรียวบางเอ่ยแขวะไอ้เพื่อนหน้าหวานตัวดีที่หายหัวไปพักร้อนไม่บอกเขาสักคำอย่างงอนอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่มันไปเริงร่ากับน้องชายที่รักของมัน เขานี่แหละที่ต้องทำงานแทนมันไม่ได้หลับได้นอน แล้วไปพักร้อนจะโทรมาหากันบ้างก็ไม่มี!
ท่าทางเชิดอย่างงอนๆนั้น ทำเอาร่างบางหน้าแหย รับรู้ได้ว่าโดนโกรธอยู่ไม่หยอกที่หายไปไม่บอก มือเรียวยันอกกว้างออกห่างก่อนจะเดินไปจับมือเพื่อนเอาไว้อย่างเอาใจ
“ฮีชอลก็ ถ้าฉันจำนายไม่ได้แล้วจะจำใครได้ นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ”
เอ่ยเอาใจไปหวังว่าอีกฝ่ายจะหายโกรธบ้าง หากแต่คนมีใบหน้าสวยเกินผู้ชายกับปรายตามามองขุ่นๆ
“เหรอ.....ก็นึกว่าสนใจแต่ไอ้เด็กเปรตนี่คนเดียวซะแล้ว ใช่สิมันกฎธรรมชาติอยู่แล้วนี่ เพื่อนหรือจะสำคัญเท่าสามี”
พูดจบก็ปรายตาไปทางเด็กหนุ่มตัวโตบ้าง คนโดนปรายตามองอยากจะหัวเราะให้ฟันหักกับอาการงอนบ้าๆบอๆของเพื่อนคนรัก
“แหมเด็กงอนมันก็น่ารักอยู่หรอก แต่คนแก่งอนนี่มัน....”
ใบหน้าหล่อคมส่ายอย่างระอา ไม่รู้ทำไมพอเห็นหน้าเพื่อนซี้ของคนรักแล้วมันอยากกวนเสียเหลือเกิน ร่างเพรียวหันมาถลึงตาใส่ไอ้เด็กเปรตที่หวังว่ามันจะทำตัวดีขึ้นแต่ก็เปล่า ยิ่งเห็นท่าทางยิ้มๆของมันแล้วยิ่งอยากตบกะโหลกให้ร้าว มือเรียวสวยแกะมือของเพื่อนร่างบางออกจากมือตัวเองก่อนจะยกขึ้นเท้าสะเอว
“เออ! คำก็แก่สองคำก็แก่ แล้วเมียแกที่อายุเท่าฉันเรียกอะไรวะไอ้ยองอุน!”
จองซูตาโตเมื่อได้ฟังสรรพนามที่เพื่อนเรียกเขา พนักงานหลายคนที่เริ่มทยอยกันขึ้นมาต่างพากันเมียงมองมาทางทั้งสามคนอย่างสนใจ ร่างบางเดินไปดึงมือเพื่อนที่รู้สึกว่าวันนี้จะอารมณ์ขึ้นกว่าทุกวันเอาไว้ ก่อนจะส่งสายตาดุไปให้เจ้าตัวดีที่ยังยืนหัวเราะร่าไม่สะทกสะท้าน
“ยองอุนไปทำงานได้แล้วไป ฮีชอลเข้ามาในห้องกับฉันนะมีเรื่องต้องคุยอีกเยอะ มีของฝากมาให้ด้วย”
เจ้าของใบหน้าหวานทำการแยกหมาบ้าสองคนออกจากกัน เพราะคิดว่าถ้าให้ยืนปะทะคารมกันอยู่อย่างนี้ สงสัยคนทั้งบริษัทอาจจะรู้ความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าน้องชายก็เป็นได้ ร่างเพรียวหันมามองหน้าเพื่อนอยู่แว่บหนึ่งก่อนจะยอมอารมณ์เย็นลง แต่แล้วก็ต้องจี๊ดขึ้นมาอีกเมื่อโดนแฟนเพื่อนกวนไม่เลิก
“เข้าไปสงบสติอารมณ์เสียหน่อยนะป้า อย่างงี้แหละวัยทองแถมขึ้นคานก็อารมณ์เสียง่ายเป็นธรรมดา”
สิ้นเสียงห้าวของเด็กหนุ่ม ร่างบางก็หันกลับมามองเจ้าเด็กบ้าที่กำลังจะทำให้เพื่อนรักของเขาโมโหขึ้นมาอีกครั้งอย่างดุๆ ซึ่งเจ้าเด็กบ้าของเขาก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดสิน่า.......
.
..
...
กว่าจองซูจะอธิบายพร้อมทั้งปรับความเข้าใจให้เพื่อนร่างเพรียวหายงอนและเลิกจิกกัดได้ก็นานทีเดียว และหลังจากนั้นเพื่อนรักก็ทยอยเอางานมาให้ทำจนหัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อประตูห้องถูกเคาะ คนกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มงานไม่ได้เงยหน้าขึ้นแต่ก็เอ่ยปากอนุญาตให้เข้ามาได้
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มเมื่อเห็นร่างบางหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่หน้านิ่วคิ้วขมวดกับงานตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายยุ่งมาก เพราะขนาดเขาเข้ามาหายังไม่รู้ตัวเลย ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เก้าอี้ทำงานของพี่ชายที่รักก่อนจะเท้าแขนระหว่างพนักเก้าอี้กับโต๊ะแล้วโน้มตัวลงไปหอมแก้มนิ่มเสียหนึ่งที คนโดนหอมแก้มตกใจจนสะดุ้งก่อนจะหันขวับมามอง
“มาเมื่อไหร่ทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง?”
ถามเสร็จก็หันกลับไปทำงานต่อจนเด็กหนุ่มร่างใหญ่ต้องถอนหายใจ แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่พนักเก้าอี้ของคนบ้างาน
“มาให้ซุ่มให้เสียงก็ไม่เซอร์ไพร์สสิ เผื่อชากีพาใครมาเก็บไว้ในห้องจะได้พาหนีไม่ทันไง....โอ๊ย”
พูดจบก็ต้องร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อท่อนขาแกร่งโดนบิดเอาจริงๆจังๆ แถมคนที่เคยตั้งใจทำงานยังหันมาถลึงตาใส่เสียจนเขียวไปหมด ยองอุนหัวเราะ ไม่ได้โกรธที่โดนบิด เขาก้มตัวลงแล้วเอามือโอบรอบร่างบางที่นั่งต่ำกว่าเขาเอาไว้ก่อนจะกดปลายจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างเอาใจ
“ไม่ต้องมากวนประสาทเลยนะ จะมาขอออกไปข้างนอกอีกล่ะสิ”
ดวงตาโตหันมามองใบหน้าหล่อคมอย่างรู้ทัน ทำเอาคนโดนรู้ทันต้องเลิกคิ้วแล้วคลี่ยิ้ม มือใหญ่คลายออกเมื่อร่างที่กอดไว้ทั้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
“จะออกไปไหนอีก”
ขาเรียวยกขึ้นไขว่ห้างก่อนจะมองตรงไปยังคนที่เดินตามมานั่งลงข้างๆ
“ก็ไปหาไอ้พวกนั้นแหละ มันโทรมาตามบอกว่ามีเรื่องจะคุย”
มือใหญ่สอดเข้าโอบเอวบางของคนข้างตัว ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นเกลี่ยผมที่ตกลงมาระแก้มใสเล่น เจ้าของแก้มใสหันมามองเจ้าตัวดีแล้วทำหน้ายุ่ง
“มีเรื่องอะไรต้องคุยกันนักหนา ออกไปเจอกันทุกวัน”
“ก็เรื่อยเปื่อย ออกไปกินข้าวด้วยแหละ”
ได้ฟังคำตอบของคนที่นั่งกอดเอวอยู่แล้วมันหงุดหงิดยังไงชอบกล ร่างบางขมวดคิ้วก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่นอย่างอารมณ์ไม่ค่อยจะดี ทำเอาคนตัวโตที่นั่งมองหน้าหวานต้องเลิกคิ้วที่อยู่ๆคนรักก็งอน
“ชากีเป็นอะไร อยู่ๆงอนยองอุนทำไม?”
เจ้าของเสียงห้าวถามอย่างอ่อนโยน พยายามจ้องหน้าของคนที่มองไปทางอื่นเพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะหันมาบอก เรียวปากอิ่มถูกเม้มเข้าหากันแน่น แขนสองข้างถูกยกขึ้นมากอดกันเอาไว้ เป็นอาการงอนที่ช่างสมบูรณ์แบบ เด็กหนุ่มมองใบหน้าคนรักอยู่แบบนั้นแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ จนสุดท้ายก็ต้องเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วกดจูบลงบนแก้มนิ่มอย่างเอาใจ
“ชากี เป็นอะไร? บอกยองอุนนะ~”
ใช้น้ำเสียงง้อเต็มที ก่อนจะเอียงใบหน้าแล้วกดปลายจมูกลงบนซอกคอหอมแผ่วเบา การสัมผัสนั้นได้ผลดีเยี่ยมเมื่อคนที่นั่งกอดอกไม่พูดไม่จาย่นคอหนีแล้วดันอกกว้างออกห่าง
“จะไปข้างนอกไม่ใช่หรือไง รีบไปสิพี่จะทำงานต่อ”
แม้จะเอ่ยอนุญาตแต่น้ำเสียงก็ยังติดจะตึงๆจนรู้สึกได้ แขนแกร่งกระชับร่างบางของคนรักให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกดจูบลงบนปากอิ่มอย่างรวดเร็ว
“อือ...”
เจ้าของใบหน้าหวานอุทานประท้วงเพราะเกรงว่าใครจะเปิดประตูเข้ามา มือเรียวพยายามดันอกกว้างให้ห่างตัวแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายก็ต้องแพ้เจ้าเด็กบ้านี่อยู่ดี
ยองอุนผละออกไปก่อนจะมองสบตากับจองซูที่อ้าปากหอบหายใจเพราะขาดอากาศไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง
“ที่นี้บอกได้หรือยังว่างอนอะไร?”
คนอายุมากกว่าหันมามองคนรักก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นเสีย เจ้าตัวดีจะหาว่าเขางอนไม่เข้าเรื่องหรือเปล่าหนอ
“ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยนี่ว่าพี่งอนเรื่องอะไร จะรีบออกไปกินข้าวกับเพื่อนไม่ใช่หรือไง”
เหมือนจะรับรู้ขึ้นมานิดหน่อยว่าพี่ชายที่รักงอนเรื่องอะไร เด็กหนุ่มกัดปากก่อนจะกอดร่างบางเอาไว้ทั้งตัว
“ยองอุนขอโทษนะที่บอกว่าจะไปกินข้าวข้างนอก เอาเป็นว่าจะรีบไปคุยให้เสร็จแล้วกลับมากินข้าวกับชากีดีไหม?”
เอ่ยเอาใจทำเอาคนเป็นพี่ถึงกับต้องต่อว่าตัวเอง พักนี้รู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือความเป็นผู้ใหญ่อยู่เลย ดูสิเรื่องแค่นี้ยังอุตส่าห์น้อยใจเจ้าตัวดีได้อีก ทำไมพอกลายมาเป็นคนรักกันแล้วเขาทำตัวแบบนี้ไปได้นะ…
“ไม่ต้องหรอก พี่งี่เง่าเองแหละ ยองอุนไปกินข้าวกับเพื่อนเถอะ เดี๋ยวพี่หาอะไรกินแถวนี้กับฮีชอลก็ได้”
บอกน้องเสียงอ่อน รู้สึกว่าตัวเองไร้สาระไม่เข้ากับอายุเอาซะเลย คนตัวโตมองหน้าคนในวงแขนและยังไม่ขยับตัวไปไหน ใบหน้าหล่อคมทำเหมือนจะไม่อยากออกไปหาเพื่อนซะแล้ว จองซูรับรู้ความคิดนั้นของยองอุน เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างขอบคุณที่อีกฝ่ายแคร์เขามากมายขนาดนี้ ความน้อยใจและงอนก่อนหน้าไม่เหลืออยู่ในหัวสักนิด ร่างบางเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้คนรักก่อนจะจูบแก้มสากแผ่วเบา
“รีบไปเถอะเดี๋ยวเพื่อนรอนะ”
เจ้าตัวดียังไม่ขยับไปไหนคล้ายกับยังกลัวว่าเขาจะน้อยใจจนคนขี้น้อยใจต้องคะยั้นคะยอพร้อมยืนยันว่าไม่ได้คิดอะไรแล้วนั่นแหละคนที่เข้ามาขอออกไปข้างนอกถึงจะยอมไป....
.
..
...
จองซูนั่งทำงานต่ออีกสักครู่หลังจากโทรไปถามเพื่อนร่างเพรียวและนัดกันแล้วว่าจะออกไปหาอะไรทานที่ร้านข้างๆบริษัท ขณะที่กำลังทำงานอยู่ โทรศัพท์สำนักงานที่มุมโต๊ะก็ดังขึ้น มือเรียวเอื้อมไปรับมาแนบหู
“คุณจองซูคะ มีคนมาขอพบที่ด้านล่างค่ะ”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อได้รับรายงาน
“ใครครับ?”
“เขาบอกว่ามีเรื่องคุณยองอุนจะคุยน่ะค่ะ”
ชื่อของเจ้าตัวดียิ่งทำให้ร่างบางแปลกใจจนต้องละสายตาจากแฟ้มตรงหน้าก่อนจะเงียบไปซักพัก
“งั้นบอกให้เขารอสักครู่ เดี๋ยวผมลงไป”
เมื่อวางสายลงแล้วก็ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขาเรียวก้าวออกจากลิฟต์เมื่อลงมาถึงชั้นล่างก่อนจะเดินไปสอบถามประชาสัมพันธ์ว่าใครมาขอพบเขา ประชาสัมพันธ์หน้าแฉล้มผายมือไปทางชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งรออยู่ที่โซฟา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ใครกันนะไม่คุ้นหน้า
“ขอโทษนะครับ คุณใช่ไหมครับที่มาขอพบผม?”
คำทักอย่างสุภาพเรียกให้คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาคอแข็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามาหาคนที่เข้ามาทัก ดวงตากลมโตที่มีแว่นกันแดดบดบังกวาดมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเหยียดยิ้มและยันตัวลุกขึ้น
“ถ้าคุณคือ คิม จองซู ก็ใช่... ผมมาพบคุณ”
คำพูดที่อีกฝ่ายตอบกลับมามันทำให้คิ้วเรียวต้องขมวดเข้าหากันอย่างแปร่งๆ อีกทั้งอาการเชิดบวกมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้านั่นก็ทำเอาไม่ค่อยชอบใจคนตรงหน้ามากนัก หากแต่การที่ทำธุรกิจมานานมันบอกให้รอดูให้แน่ว่าอะไรเป็นอะไร
“ครับผม คิม จองซู ไม่ทราบว่าคุณ....”
ถึงจะยังสุภาพหากแต่ก็ไม่ได้มากมายเหมือนทีแรก เพราะรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ได้มาผูกมิตรด้วยแน่นอน
ร่างเล็กบางถอนหายใจก่อนจะใช้นิ้วเรียวเกี่ยวแว่นกันแดดออก
“ปาร์ค แตฮี”
คำแนะนำคัวสั้นๆ ห้วนๆทำเอาร่างบางฟังธงว่าหมอนี่ไม่ได้มาเป็นมิตรกับเขาแน่นอน
“ครับ คุณ ปาร์ค แตฮี ไม่ทราบว่ามาพบผมเรื่องอะไรเหรอครับ?”
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้อยากผูกมิตรเขาเองก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพด้วยมากนัก อาการนอบน้อมที่เคยมีเลยลดลงไปกว่าครึ่ง หากแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กบางสนใจมากนัก วันนี้เขามาเพื่อเจรจาบางอย่างกับไอ้ผู้ชายนี่เท่านั้น
“คุณว่างหรือเปล่า ผมมีเรื่องยองอุนอยากจะคุยกับคุณ ถ้าไงไปคุยกันร้านกาแฟข้างๆนี่ไหม?”
คนโดนชวนถอนหายใจกับท่าทางของคนชวนหากแต่ก็พยักหน้ารับคำชวนนั้น ทั้งสองคนพากันออกจากบริษัทไป
.
..
...
แก้วกาแฟสองแก้วถูกวางลงตรงหน้าคนสั่ง เมื่อพนักงานเสิร์ฟเสร็จก็เดินออกไปจากโต๊ะ จองซูมองคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังลงมือกับกาแฟ รอว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะว่าธุระของตัวเองมา เพราะเขาอยากรู้เต็มทีว่าคนหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงนี่มาพบเขาเรื่องยองอุนทำไม.....
“ไม่ต้องทำหน้าเบื่อหน่ายขนาดนั้นก็ได้คุณจองซู ผมเองก็ไม่อยากเห็นหน้าคุณนานนัก”
อยู่ๆฝ่ายนั้นก็พูดขึ้นในขณะที่จิบกาแฟไปด้วย คิ้วเรียวย่นเข้าหากันกับถ้อยคำที่คนตรงข้ามพูดออกมา นี่มันประกาศความเป็นศัตรูกันชัดๆ หากแต่ร่างบางก็แค่ถอนหายใจ เขาไม่ใช่พวกใจร้อน แค่โดนกระแทกแดกดันเพียงไม่กี่ประโยคก็ปรี๊ด เขาชอบที่จะดูให้แน่ว่ามาหาเรื่องกันทำไมแล้วค่อยตอบโต้.......
แตฮีวางแก้วกาแฟลงในที่สุดก่อนจะมองตรงไปที่ผู้ชายตรงหน้าโดยไม่ปิดบังสายตาที่แสดงออกถึงความไม่เป็นมิตรกับอีกฝ่ายสักนิด
“ผมจะไม่อ้อมค้อมแล้วกัน”
จองซูอยากจะหัวเราะออกมาแล้วบอกกับฝ่ายนั้นเหลือเกินว่า คุณอ้อมมานานแล้วแหละแต่เขาก็ไม่ได้ทำ ยังคงเงียบเพื่อฟังอีกฝ่ายต่อไป
“ที่ผมมาหาคุณวันนี้ เพราะผมมีบางอย่างอยากให้คุณรู้ไว้”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นตั้งใจฟังว่าคนตรงข้ามจะพูดเรื่องอะไร แตฮีเหยียดยิ้มเมื่อเห็นว่าคนตรงข้ามตั้งใจฟัง มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมกันไว้บนโต๊ะ
“ผมน่ะเป็นคนรักของยองอุน......”
สิ้นคำพูดของคนตรงหน้าก็เหมือนเวลาหยุดหมุน เจ้าของใบหน้าหวานกระพริบตาเหมือนยังงงกับคำบอกเล่าที่แสนจะไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของอีกฝ่าย ความมึนงงบวกกับความรู้สึกบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อยิ่งเห็นรอยยิ้มหยันจากคนตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกสับสน
“ตกใจเหรอคุณจองซู ยองอุนน่ะไม่ได้บอกคุณใช่ไหมว่าเขามีผมอยู่แล้ว”
ใบหน้าหวานเริ่มไร้สีเลือด ความคลางแคลงใจในตัวคนรักเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคิดได้ว่า ถ้ามันไม่มีมูลผู้ชายคนนี้จะมาหาและบอกเรื่องพวกนี้กับเขาทำไม เขาคงไม่แปลกใจเลยถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง แต่นี่มันไม่ใช่
ความว้าวุ่นใจแล่นไปทั่วหัวใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันใบหน้าหวานซีดลงทุกทีเมื่อยิ่งคิดก็ยิ่งเตลิด...
แตฮียิ้มกับอาการของคนตรงข้าม ใบหน้าหวานที่ซีดอย่างเห็นได้ชัดนั่นเป็นของขวัญชั้นเยี่ยมที่เขาวาดหวังจะได้เห็น เมื่อเห็นว่าศัตรูกำลังปั่นป่วนก็ยิ่งต้องรีบซ้ำ
“ที่ผมมาหาคุณวันนี้ ก็เพราะว่าผมจะมาขอเขาคืน ยองอุนของผมน่ะชักจะซนเกินไปแล้ว”
สรรพนามที่คนตรงหน้าใช้เรียกขานเจ้าตัวดีแสดงออกถึงความสนิทสนมเสียเหลือเกิน และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้แทบทนไม่ได้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกและเริ่มหวั่นไหวแต่คำคำหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวซะก่อน จากที่ว้าวุ่นร่างบางก็ดึงสติกลับมาแล้วสงบจิตใจก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ ทำเอาคนตรงข้ามกลับต้องเป็นฝ่ายทำหน้ายุ่งอย่างประหลาดใจแทน
“คุณว่าคุณเป็นคนรักของยองอุนแล้วมาบอกผมทำไม?”
บางทีหมอนี่อาจจะเป็นคนของใครก็ตามแต่ที่มาล้วงความลับเรื่องความสัมพันธ์ของเขาก็ได้ ในวงการธุรกิจบางวิธีการก็ไม่ต้องใช้เหตุผล แตฮีขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าศัตรูที่เคยหวั่นไหวกลับไปนั่งยิ้มสบายเหมือนเคย และอยู่ๆหมอนั่นก็เลิกแสดงความรู้สึกทางสีหน้าทำให้เขาเดาความคิดของมันไม่ออก
“ก็ไม่ทำไม ผมมาทวงคนของผมคืน”
จองซูเลิกคิ้วก่อนจะเอียงคอ รับรู้ว่าหมอนี่ไม่ได้จะมาสืบความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าตัวดีแน่ๆแต่มาพูดแบบนี้ทำไม ถึงแม้จะคุมตัวเองได้แล้วแต่ก็รู้สึกไม่พอใจกับคำว่าคนของผมของอีกฝ่าย เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มหวาน
“คนของคุณก็อยู่กับคุณสิ จะมาอยู่กับผมได้ยังไง.....เพราะถ้าเขาอยู่กับผมมันก็ชัดแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาเป็นคนของใคร....”
มองสบตากับคนตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว ความรู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดของฝ่ายนั้นทีเดียวที่ทำให้ตอบโต้ออกไปแบบนั้น เรียวปากบางขบเข้าหากันแน่น ดวงตาโตจ้องมองฝ่ายตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่คิดว่าจะโดนตอบโต้แบบนี้ ทั้งๆที่ตอนเจอมันครั้งแรกก็คิดว่าน่าจะพอคุยกันได้ น่าจะพอ...ขอยองอุนคืนมาได้…..
อาการตัวสั่นคล้ายโกรธของผู้ชายตรงหน้าทำเอารู้สึกแย่ที่พูดออกไปแบบนั้น แต่เขาก็ใช่จะพอใจกับทุกประโยคที่ฝ่ายนั้นพูดมานี่ คนตรงหน้ามาหาเรื่องเขาก่อนนะ แถมมาหาเรื่องกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยด้วย เรื่องอะไรจะยอมให้มาพูดจาแสดงความเป็นเจ้าของเจ้าตัวดีกันเล่า อย่างว่า...ถึงเขาจะหวั่นไหวกับคำพูดของคนหน้าสวยนั่นไปบ้างแต่คำว่าเชื่อใจก็ดังขึ้นในหัวซะก่อน แล้วอีกอย่างสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิด ยิ่งพอรู้ว่าพ่อเจ้าประคุณไม่ได้มาเพื่อสืบความลับอะไรนั่นก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
“ตกลงว่าแกจะไม่คืนยองอุนให้ฉันใช่ไหม!”
แตฮีตวาดเมื่อไม่เป็นดั่งใจคิด จองซูกระพริบตากับสรรพนามและการพูดจาของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปเป็นก้าวร้าว และยังไม่ทันจะเอ่ยตอบอีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาอีก
“แกนี่มันหน้าด้านอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ แย่งของคนอื่นเขามาได้หน้าตาเฉย ไอ้ทุเรศ!”
รู้สึกหน้าชาเพราไม่เคยโดนใครต่อว่าด้วยคำพูดหยาบคายแบบนี้ อารมณ์ที่นิ่งๆชักเริ่มกรุ่นขึ้นเมื่อคนตรงข้ามก็พูดจาแบบไม่ให้เกียรติกัน แถมเสียงของอีกฝ่ายก็ชักดังจนคนรอบร้านเริ่มหันมามองเขาสองคนอย่างสนใจ
ดวงตาโตของแตฮีเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อไม่เป็นตามที่หวัง วันนี้เขาคาดหวังว่าจะมาขอยองอุนคืนจากคนตรงหน้าได้แต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับทำท่าเหมือนจะไม่ยอมคืนให้เขาง่ายๆ นั่นมันเพียงพอที่จะทำให้เขาเก็บอารมณ์ไม่อยู่จนต้องระเบิดออกมา
“แกมันร่าน อ่อยยองอุนของฉันล่ะสิเขาถึงตกหลุมรักแก แกต้องคืนเขาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
คนทั้งร้านเริ่มซุบซิบกันแล้วมองมาทางนี้ จองซูหน้าร้อนกับคำต่อว่านั้นและก่อนที่จะโดนมากไปกว่านี้ร่างบางก็ยันตัวลุกขึ้นเพื่อจะออกไปจากร้านเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับใครก็ไม่รู้ แต่แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อคนที่มาด้วยกันแผดเสียงเรียกคนทั้งร้านให้มองมาที่เขา
“ทุกคนดูหน้าไอ้ผู้ชายคนนี้ไว้นะ มันน่ะหน้าด้านชอบแย่งแฟนชาวบ้าน เขามาขอคืนมันยังไม่มีสำนึก ดูหน้ามัน
เอาไว้แล้วกันแฟนคุณให้อยู่ห่างๆมัน คุณจะได้ไม่ต้องโดนแย่งคนรักอย่างผม”
ใบหน้าหวานชาไปหมดก่อนจะมองไปรอบๆ ทุกสายตาในร้านมองมาที่เขาแล้วพากันซุบซิบหนักขึ้น
คนเป็นเป้าสายตาหันกลับไปมองคู่กรณี ร่างบางกัดปากก่อนจะมองคนที่นั่งน้ำตาคลออยู่ที่โต๊ะ ยิ่งเห็นรอยยิ้มเหยียดหยันและสะใจจากผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งโมโห แม้จะยังไม่รู้แน่ว่าอีกฝ่ายมาราวีเขาทำไม แต่มันต้องเกี่ยวกับเจ้าตัวดีแน่ๆ.....
To be con.
..
...
กว่าจองซูจะอธิบายพร้อมทั้งปรับความเข้าใจให้เพื่อนร่างเพรียวหายงอนและเลิกจิกกัดได้ก็นานทีเดียว และหลังจากนั้นเพื่อนรักก็ทยอยเอางานมาให้ทำจนหัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อประตูห้องถูกเคาะ คนกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มงานไม่ได้เงยหน้าขึ้นแต่ก็เอ่ยปากอนุญาตให้เข้ามาได้
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มเมื่อเห็นร่างบางหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่หน้านิ่วคิ้วขมวดกับงานตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายยุ่งมาก เพราะขนาดเขาเข้ามาหายังไม่รู้ตัวเลย ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เก้าอี้ทำงานของพี่ชายที่รักก่อนจะเท้าแขนระหว่างพนักเก้าอี้กับโต๊ะแล้วโน้มตัวลงไปหอมแก้มนิ่มเสียหนึ่งที คนโดนหอมแก้มตกใจจนสะดุ้งก่อนจะหันขวับมามอง
“มาเมื่อไหร่ทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง?”
ถามเสร็จก็หันกลับไปทำงานต่อจนเด็กหนุ่มร่างใหญ่ต้องถอนหายใจ แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่พนักเก้าอี้ของคนบ้างาน
“มาให้ซุ่มให้เสียงก็ไม่เซอร์ไพร์สสิ เผื่อชากีพาใครมาเก็บไว้ในห้องจะได้พาหนีไม่ทันไง....โอ๊ย”
พูดจบก็ต้องร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อท่อนขาแกร่งโดนบิดเอาจริงๆจังๆ แถมคนที่เคยตั้งใจทำงานยังหันมาถลึงตาใส่เสียจนเขียวไปหมด ยองอุนหัวเราะ ไม่ได้โกรธที่โดนบิด เขาก้มตัวลงแล้วเอามือโอบรอบร่างบางที่นั่งต่ำกว่าเขาเอาไว้ก่อนจะกดปลายจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างเอาใจ
“ไม่ต้องมากวนประสาทเลยนะ จะมาขอออกไปข้างนอกอีกล่ะสิ”
ดวงตาโตหันมามองใบหน้าหล่อคมอย่างรู้ทัน ทำเอาคนโดนรู้ทันต้องเลิกคิ้วแล้วคลี่ยิ้ม มือใหญ่คลายออกเมื่อร่างที่กอดไว้ทั้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
“จะออกไปไหนอีก”
ขาเรียวยกขึ้นไขว่ห้างก่อนจะมองตรงไปยังคนที่เดินตามมานั่งลงข้างๆ
“ก็ไปหาไอ้พวกนั้นแหละ มันโทรมาตามบอกว่ามีเรื่องจะคุย”
มือใหญ่สอดเข้าโอบเอวบางของคนข้างตัว ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นเกลี่ยผมที่ตกลงมาระแก้มใสเล่น เจ้าของแก้มใสหันมามองเจ้าตัวดีแล้วทำหน้ายุ่ง
“มีเรื่องอะไรต้องคุยกันนักหนา ออกไปเจอกันทุกวัน”
“ก็เรื่อยเปื่อย ออกไปกินข้าวด้วยแหละ”
ได้ฟังคำตอบของคนที่นั่งกอดเอวอยู่แล้วมันหงุดหงิดยังไงชอบกล ร่างบางขมวดคิ้วก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่นอย่างอารมณ์ไม่ค่อยจะดี ทำเอาคนตัวโตที่นั่งมองหน้าหวานต้องเลิกคิ้วที่อยู่ๆคนรักก็งอน
“ชากีเป็นอะไร อยู่ๆงอนยองอุนทำไม?”
เจ้าของเสียงห้าวถามอย่างอ่อนโยน พยายามจ้องหน้าของคนที่มองไปทางอื่นเพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะหันมาบอก เรียวปากอิ่มถูกเม้มเข้าหากันแน่น แขนสองข้างถูกยกขึ้นมากอดกันเอาไว้ เป็นอาการงอนที่ช่างสมบูรณ์แบบ เด็กหนุ่มมองใบหน้าคนรักอยู่แบบนั้นแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ จนสุดท้ายก็ต้องเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วกดจูบลงบนแก้มนิ่มอย่างเอาใจ
“ชากี เป็นอะไร? บอกยองอุนนะ~”
ใช้น้ำเสียงง้อเต็มที ก่อนจะเอียงใบหน้าแล้วกดปลายจมูกลงบนซอกคอหอมแผ่วเบา การสัมผัสนั้นได้ผลดีเยี่ยมเมื่อคนที่นั่งกอดอกไม่พูดไม่จาย่นคอหนีแล้วดันอกกว้างออกห่าง
“จะไปข้างนอกไม่ใช่หรือไง รีบไปสิพี่จะทำงานต่อ”
แม้จะเอ่ยอนุญาตแต่น้ำเสียงก็ยังติดจะตึงๆจนรู้สึกได้ แขนแกร่งกระชับร่างบางของคนรักให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกดจูบลงบนปากอิ่มอย่างรวดเร็ว
“อือ...”
เจ้าของใบหน้าหวานอุทานประท้วงเพราะเกรงว่าใครจะเปิดประตูเข้ามา มือเรียวพยายามดันอกกว้างให้ห่างตัวแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายก็ต้องแพ้เจ้าเด็กบ้านี่อยู่ดี
ยองอุนผละออกไปก่อนจะมองสบตากับจองซูที่อ้าปากหอบหายใจเพราะขาดอากาศไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง
“ที่นี้บอกได้หรือยังว่างอนอะไร?”
คนอายุมากกว่าหันมามองคนรักก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นเสีย เจ้าตัวดีจะหาว่าเขางอนไม่เข้าเรื่องหรือเปล่าหนอ
“ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยนี่ว่าพี่งอนเรื่องอะไร จะรีบออกไปกินข้าวกับเพื่อนไม่ใช่หรือไง”
เหมือนจะรับรู้ขึ้นมานิดหน่อยว่าพี่ชายที่รักงอนเรื่องอะไร เด็กหนุ่มกัดปากก่อนจะกอดร่างบางเอาไว้ทั้งตัว
“ยองอุนขอโทษนะที่บอกว่าจะไปกินข้าวข้างนอก เอาเป็นว่าจะรีบไปคุยให้เสร็จแล้วกลับมากินข้าวกับชากีดีไหม?”
เอ่ยเอาใจทำเอาคนเป็นพี่ถึงกับต้องต่อว่าตัวเอง พักนี้รู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือความเป็นผู้ใหญ่อยู่เลย ดูสิเรื่องแค่นี้ยังอุตส่าห์น้อยใจเจ้าตัวดีได้อีก ทำไมพอกลายมาเป็นคนรักกันแล้วเขาทำตัวแบบนี้ไปได้นะ…
“ไม่ต้องหรอก พี่งี่เง่าเองแหละ ยองอุนไปกินข้าวกับเพื่อนเถอะ เดี๋ยวพี่หาอะไรกินแถวนี้กับฮีชอลก็ได้”
บอกน้องเสียงอ่อน รู้สึกว่าตัวเองไร้สาระไม่เข้ากับอายุเอาซะเลย คนตัวโตมองหน้าคนในวงแขนและยังไม่ขยับตัวไปไหน ใบหน้าหล่อคมทำเหมือนจะไม่อยากออกไปหาเพื่อนซะแล้ว จองซูรับรู้ความคิดนั้นของยองอุน เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างขอบคุณที่อีกฝ่ายแคร์เขามากมายขนาดนี้ ความน้อยใจและงอนก่อนหน้าไม่เหลืออยู่ในหัวสักนิด ร่างบางเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้คนรักก่อนจะจูบแก้มสากแผ่วเบา
“รีบไปเถอะเดี๋ยวเพื่อนรอนะ”
เจ้าตัวดียังไม่ขยับไปไหนคล้ายกับยังกลัวว่าเขาจะน้อยใจจนคนขี้น้อยใจต้องคะยั้นคะยอพร้อมยืนยันว่าไม่ได้คิดอะไรแล้วนั่นแหละคนที่เข้ามาขอออกไปข้างนอกถึงจะยอมไป....
.
..
...
จองซูนั่งทำงานต่ออีกสักครู่หลังจากโทรไปถามเพื่อนร่างเพรียวและนัดกันแล้วว่าจะออกไปหาอะไรทานที่ร้านข้างๆบริษัท ขณะที่กำลังทำงานอยู่ โทรศัพท์สำนักงานที่มุมโต๊ะก็ดังขึ้น มือเรียวเอื้อมไปรับมาแนบหู
“คุณจองซูคะ มีคนมาขอพบที่ด้านล่างค่ะ”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อได้รับรายงาน
“ใครครับ?”
“เขาบอกว่ามีเรื่องคุณยองอุนจะคุยน่ะค่ะ”
ชื่อของเจ้าตัวดียิ่งทำให้ร่างบางแปลกใจจนต้องละสายตาจากแฟ้มตรงหน้าก่อนจะเงียบไปซักพัก
“งั้นบอกให้เขารอสักครู่ เดี๋ยวผมลงไป”
เมื่อวางสายลงแล้วก็ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขาเรียวก้าวออกจากลิฟต์เมื่อลงมาถึงชั้นล่างก่อนจะเดินไปสอบถามประชาสัมพันธ์ว่าใครมาขอพบเขา ประชาสัมพันธ์หน้าแฉล้มผายมือไปทางชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งรออยู่ที่โซฟา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ใครกันนะไม่คุ้นหน้า
“ขอโทษนะครับ คุณใช่ไหมครับที่มาขอพบผม?”
คำทักอย่างสุภาพเรียกให้คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาคอแข็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามาหาคนที่เข้ามาทัก ดวงตากลมโตที่มีแว่นกันแดดบดบังกวาดมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเหยียดยิ้มและยันตัวลุกขึ้น
“ถ้าคุณคือ คิม จองซู ก็ใช่... ผมมาพบคุณ”
คำพูดที่อีกฝ่ายตอบกลับมามันทำให้คิ้วเรียวต้องขมวดเข้าหากันอย่างแปร่งๆ อีกทั้งอาการเชิดบวกมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้านั่นก็ทำเอาไม่ค่อยชอบใจคนตรงหน้ามากนัก หากแต่การที่ทำธุรกิจมานานมันบอกให้รอดูให้แน่ว่าอะไรเป็นอะไร
“ครับผม คิม จองซู ไม่ทราบว่าคุณ....”
ถึงจะยังสุภาพหากแต่ก็ไม่ได้มากมายเหมือนทีแรก เพราะรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ได้มาผูกมิตรด้วยแน่นอน
ร่างเล็กบางถอนหายใจก่อนจะใช้นิ้วเรียวเกี่ยวแว่นกันแดดออก
“ปาร์ค แตฮี”
คำแนะนำคัวสั้นๆ ห้วนๆทำเอาร่างบางฟังธงว่าหมอนี่ไม่ได้มาเป็นมิตรกับเขาแน่นอน
“ครับ คุณ ปาร์ค แตฮี ไม่ทราบว่ามาพบผมเรื่องอะไรเหรอครับ?”
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้อยากผูกมิตรเขาเองก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพด้วยมากนัก อาการนอบน้อมที่เคยมีเลยลดลงไปกว่าครึ่ง หากแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กบางสนใจมากนัก วันนี้เขามาเพื่อเจรจาบางอย่างกับไอ้ผู้ชายนี่เท่านั้น
“คุณว่างหรือเปล่า ผมมีเรื่องยองอุนอยากจะคุยกับคุณ ถ้าไงไปคุยกันร้านกาแฟข้างๆนี่ไหม?”
คนโดนชวนถอนหายใจกับท่าทางของคนชวนหากแต่ก็พยักหน้ารับคำชวนนั้น ทั้งสองคนพากันออกจากบริษัทไป
.
..
...
แก้วกาแฟสองแก้วถูกวางลงตรงหน้าคนสั่ง เมื่อพนักงานเสิร์ฟเสร็จก็เดินออกไปจากโต๊ะ จองซูมองคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังลงมือกับกาแฟ รอว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะว่าธุระของตัวเองมา เพราะเขาอยากรู้เต็มทีว่าคนหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงนี่มาพบเขาเรื่องยองอุนทำไม.....
“ไม่ต้องทำหน้าเบื่อหน่ายขนาดนั้นก็ได้คุณจองซู ผมเองก็ไม่อยากเห็นหน้าคุณนานนัก”
อยู่ๆฝ่ายนั้นก็พูดขึ้นในขณะที่จิบกาแฟไปด้วย คิ้วเรียวย่นเข้าหากันกับถ้อยคำที่คนตรงข้ามพูดออกมา นี่มันประกาศความเป็นศัตรูกันชัดๆ หากแต่ร่างบางก็แค่ถอนหายใจ เขาไม่ใช่พวกใจร้อน แค่โดนกระแทกแดกดันเพียงไม่กี่ประโยคก็ปรี๊ด เขาชอบที่จะดูให้แน่ว่ามาหาเรื่องกันทำไมแล้วค่อยตอบโต้.......
แตฮีวางแก้วกาแฟลงในที่สุดก่อนจะมองตรงไปที่ผู้ชายตรงหน้าโดยไม่ปิดบังสายตาที่แสดงออกถึงความไม่เป็นมิตรกับอีกฝ่ายสักนิด
“ผมจะไม่อ้อมค้อมแล้วกัน”
จองซูอยากจะหัวเราะออกมาแล้วบอกกับฝ่ายนั้นเหลือเกินว่า คุณอ้อมมานานแล้วแหละแต่เขาก็ไม่ได้ทำ ยังคงเงียบเพื่อฟังอีกฝ่ายต่อไป
“ที่ผมมาหาคุณวันนี้ เพราะผมมีบางอย่างอยากให้คุณรู้ไว้”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นตั้งใจฟังว่าคนตรงข้ามจะพูดเรื่องอะไร แตฮีเหยียดยิ้มเมื่อเห็นว่าคนตรงข้ามตั้งใจฟัง มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมกันไว้บนโต๊ะ
“ผมน่ะเป็นคนรักของยองอุน......”
สิ้นคำพูดของคนตรงหน้าก็เหมือนเวลาหยุดหมุน เจ้าของใบหน้าหวานกระพริบตาเหมือนยังงงกับคำบอกเล่าที่แสนจะไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของอีกฝ่าย ความมึนงงบวกกับความรู้สึกบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อยิ่งเห็นรอยยิ้มหยันจากคนตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกสับสน
“ตกใจเหรอคุณจองซู ยองอุนน่ะไม่ได้บอกคุณใช่ไหมว่าเขามีผมอยู่แล้ว”
ใบหน้าหวานเริ่มไร้สีเลือด ความคลางแคลงใจในตัวคนรักเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคิดได้ว่า ถ้ามันไม่มีมูลผู้ชายคนนี้จะมาหาและบอกเรื่องพวกนี้กับเขาทำไม เขาคงไม่แปลกใจเลยถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง แต่นี่มันไม่ใช่
ความว้าวุ่นใจแล่นไปทั่วหัวใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันใบหน้าหวานซีดลงทุกทีเมื่อยิ่งคิดก็ยิ่งเตลิด...
แตฮียิ้มกับอาการของคนตรงข้าม ใบหน้าหวานที่ซีดอย่างเห็นได้ชัดนั่นเป็นของขวัญชั้นเยี่ยมที่เขาวาดหวังจะได้เห็น เมื่อเห็นว่าศัตรูกำลังปั่นป่วนก็ยิ่งต้องรีบซ้ำ
“ที่ผมมาหาคุณวันนี้ ก็เพราะว่าผมจะมาขอเขาคืน ยองอุนของผมน่ะชักจะซนเกินไปแล้ว”
สรรพนามที่คนตรงหน้าใช้เรียกขานเจ้าตัวดีแสดงออกถึงความสนิทสนมเสียเหลือเกิน และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้แทบทนไม่ได้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกและเริ่มหวั่นไหวแต่คำคำหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวซะก่อน จากที่ว้าวุ่นร่างบางก็ดึงสติกลับมาแล้วสงบจิตใจก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ ทำเอาคนตรงข้ามกลับต้องเป็นฝ่ายทำหน้ายุ่งอย่างประหลาดใจแทน
“คุณว่าคุณเป็นคนรักของยองอุนแล้วมาบอกผมทำไม?”
บางทีหมอนี่อาจจะเป็นคนของใครก็ตามแต่ที่มาล้วงความลับเรื่องความสัมพันธ์ของเขาก็ได้ ในวงการธุรกิจบางวิธีการก็ไม่ต้องใช้เหตุผล แตฮีขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าศัตรูที่เคยหวั่นไหวกลับไปนั่งยิ้มสบายเหมือนเคย และอยู่ๆหมอนั่นก็เลิกแสดงความรู้สึกทางสีหน้าทำให้เขาเดาความคิดของมันไม่ออก
“ก็ไม่ทำไม ผมมาทวงคนของผมคืน”
จองซูเลิกคิ้วก่อนจะเอียงคอ รับรู้ว่าหมอนี่ไม่ได้จะมาสืบความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าตัวดีแน่ๆแต่มาพูดแบบนี้ทำไม ถึงแม้จะคุมตัวเองได้แล้วแต่ก็รู้สึกไม่พอใจกับคำว่าคนของผมของอีกฝ่าย เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มหวาน
“คนของคุณก็อยู่กับคุณสิ จะมาอยู่กับผมได้ยังไง.....เพราะถ้าเขาอยู่กับผมมันก็ชัดแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาเป็นคนของใคร....”
มองสบตากับคนตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว ความรู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดของฝ่ายนั้นทีเดียวที่ทำให้ตอบโต้ออกไปแบบนั้น เรียวปากบางขบเข้าหากันแน่น ดวงตาโตจ้องมองฝ่ายตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่คิดว่าจะโดนตอบโต้แบบนี้ ทั้งๆที่ตอนเจอมันครั้งแรกก็คิดว่าน่าจะพอคุยกันได้ น่าจะพอ...ขอยองอุนคืนมาได้…..
อาการตัวสั่นคล้ายโกรธของผู้ชายตรงหน้าทำเอารู้สึกแย่ที่พูดออกไปแบบนั้น แต่เขาก็ใช่จะพอใจกับทุกประโยคที่ฝ่ายนั้นพูดมานี่ คนตรงหน้ามาหาเรื่องเขาก่อนนะ แถมมาหาเรื่องกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยด้วย เรื่องอะไรจะยอมให้มาพูดจาแสดงความเป็นเจ้าของเจ้าตัวดีกันเล่า อย่างว่า...ถึงเขาจะหวั่นไหวกับคำพูดของคนหน้าสวยนั่นไปบ้างแต่คำว่าเชื่อใจก็ดังขึ้นในหัวซะก่อน แล้วอีกอย่างสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิด ยิ่งพอรู้ว่าพ่อเจ้าประคุณไม่ได้มาเพื่อสืบความลับอะไรนั่นก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
“ตกลงว่าแกจะไม่คืนยองอุนให้ฉันใช่ไหม!”
แตฮีตวาดเมื่อไม่เป็นดั่งใจคิด จองซูกระพริบตากับสรรพนามและการพูดจาของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปเป็นก้าวร้าว และยังไม่ทันจะเอ่ยตอบอีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาอีก
“แกนี่มันหน้าด้านอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ แย่งของคนอื่นเขามาได้หน้าตาเฉย ไอ้ทุเรศ!”
รู้สึกหน้าชาเพราไม่เคยโดนใครต่อว่าด้วยคำพูดหยาบคายแบบนี้ อารมณ์ที่นิ่งๆชักเริ่มกรุ่นขึ้นเมื่อคนตรงข้ามก็พูดจาแบบไม่ให้เกียรติกัน แถมเสียงของอีกฝ่ายก็ชักดังจนคนรอบร้านเริ่มหันมามองเขาสองคนอย่างสนใจ
ดวงตาโตของแตฮีเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อไม่เป็นตามที่หวัง วันนี้เขาคาดหวังว่าจะมาขอยองอุนคืนจากคนตรงหน้าได้แต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับทำท่าเหมือนจะไม่ยอมคืนให้เขาง่ายๆ นั่นมันเพียงพอที่จะทำให้เขาเก็บอารมณ์ไม่อยู่จนต้องระเบิดออกมา
“แกมันร่าน อ่อยยองอุนของฉันล่ะสิเขาถึงตกหลุมรักแก แกต้องคืนเขาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
คนทั้งร้านเริ่มซุบซิบกันแล้วมองมาทางนี้ จองซูหน้าร้อนกับคำต่อว่านั้นและก่อนที่จะโดนมากไปกว่านี้ร่างบางก็ยันตัวลุกขึ้นเพื่อจะออกไปจากร้านเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับใครก็ไม่รู้ แต่แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อคนที่มาด้วยกันแผดเสียงเรียกคนทั้งร้านให้มองมาที่เขา
“ทุกคนดูหน้าไอ้ผู้ชายคนนี้ไว้นะ มันน่ะหน้าด้านชอบแย่งแฟนชาวบ้าน เขามาขอคืนมันยังไม่มีสำนึก ดูหน้ามัน
เอาไว้แล้วกันแฟนคุณให้อยู่ห่างๆมัน คุณจะได้ไม่ต้องโดนแย่งคนรักอย่างผม”
ใบหน้าหวานชาไปหมดก่อนจะมองไปรอบๆ ทุกสายตาในร้านมองมาที่เขาแล้วพากันซุบซิบหนักขึ้น
คนเป็นเป้าสายตาหันกลับไปมองคู่กรณี ร่างบางกัดปากก่อนจะมองคนที่นั่งน้ำตาคลออยู่ที่โต๊ะ ยิ่งเห็นรอยยิ้มเหยียดหยันและสะใจจากผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งโมโห แม้จะยังไม่รู้แน่ว่าอีกฝ่ายมาราวีเขาทำไม แต่มันต้องเกี่ยวกับเจ้าตัวดีแน่ๆ.....
To be con.


