[S] Give Me Your HEART! <11>
posted on 07 Nov 2009 12:11 by ayofix in SJFIC
Title: Give Me Your HEART! (ขอได้ไหม...หัวใจนางฟ้า) <11>
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: NC-17(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: ตอนที่แล้วใครเขียน ปล. อะไรไว้ในคอมเม้นท์ อะโย๋จัดให้~ เหอๆ... สำหรับตอนนี้ใครมีอะไรจะติชมก็บอกได้เลยนะคะ จะปรับปรุงผลงานเรื่อยๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ ^^
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นจังหวะคล้ายดนตรีอะไรสักอย่าง แสงแดดไม่แรงนักส่องกระทบผิวน้ำทะเลทำให้เกิดแสงระยับระยับจับตา อากาศบริสุทธิ์ชวนสบายและรอยยิ้มพิฆาตมารของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเลย
ยองอุนมองใบหน้าหวานของจองซูนิดหนึ่ง ก่อนจะก้มลงทานอาหารในจานต่ออย่างไม่สบอารมณ์ ผิดกับพี่ชายสุดที่รักที่ยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มชวนมองอยู่ข้างแก้ม และแม้ใบหน้าสวยหวานนั้นจะดูไร้เดียงสามากเพียงใด แต่เด็กหนุ่มรู้ว่าพี่ชายร่างบางกำลังล้อเลียนเขาจากทางสายตา
ใช่สิ...ก็เมื่อคืนหลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วก็ว่าจะพาคนนั่งยิ้มตาใสนั่นไปกินขนมหวานกันในห้องอย่างที่บอกไว้ คนคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทางขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเองก็ชะล่าใจเกินไปเลยชิลๆ พอเข้าไปถึงห้องก็นะ..แอบไปนัวเนียคนตัวหอมอย่างที่คิด แล้วพี่ชายที่รักก็เล่นค่ายกลใส่เข้าให้ ด้วยการประเหลาะให้กินยาแก้อักเสบ เขาก็บื้อกินเข้าไปอีกเพราะทนแรงคะยั้นคะยอจากฝ่ายนั้นไม่ไหว กินเสร็จก็กะทำกิจกรรมเรียกเหงื่อเลยเข้าประชิดตัวคนร่างบาง หากแต่คนเป็นพี่ก็ขอตัวอาบน้ำชำระร่างกายซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ขัด สุดท้ายมารู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว
....เขาหลับเพราะฤทธิ์ยาแก้อักเสบ....
นี่ถ้าไอ้เดอะแก๊งค์มันรู้นะ มันคงหัวเราะกันหัวทิ่ม เสือปืนไวอย่าง คิม ยองอุน เสือกหมดท่าเพราะยาแก้อักเสบ และที่สำคัญพี่ชายตัวดีที่นั่งกินข้าวหน้าใสอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่เช้าไม่เลิกรา.....
ดวงตากลมโตเหลือบมองหน้าหล่อคมของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นคิ้วหนาและใบหน้าของเจ้าตัวดีบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด ก็พอรู้ว่าฝ่ายนั้นอารมณ์เสียที่เมื่อคืนโดนหลอกให้กินยาจนหลับยาว .......อยากบอกน้องไปว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น ไม่ได้กะบ่ายเบี่ยงที่จะมีอะไรกับเจ้าเด็กช่างงอนนั่นด้วย เพราะเขาเองก็ไม่ได้เป็นหนุ่มน้อยไร้วุฒิภาวะ อายุป่านนี้ก็พอจะรู้ว่าฝ่ายนั้นต้องการอะไร แต่แผลของเจ้าตัวดียังไม่หายสนิท เกิดทำกิจกรรมอย่างว่าแล้วมันฉีกขึ้นมาอีกจะยุ่ง ไม่อยากเห็นน้องต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลอีกแล้ว.....
ยิ่งเห็นหน้าตาของคนตรงข้ามก็ยิ่งอยากขำ ก็รู้ว่าเจ้าตัวดีงอนไม่น้อยร่างบางจึงตักอาหารใส่จานให้เจ้าเด็กมีปัญหา
“ทานเยอะๆนะจะได้หายเร็วๆ”
เสียงอ่อนหวานบอกอย่างเอาใจ หากแต่ก็ไม่ได้เรียกให้เด็กหนุ่มที่นั่งทำหน้าขรึมอยู่ตรงข้ามมีสีหน้าดีขึ้นได้ คนที่เป็นต้นเหตุได้แต่ถอนหายใจกับการงอนไม่เลิกไม่ราของแฟนตัวเอง ว่าตอนที่ยังไม่เลื่อนตำแหน่งเอาแต่ใจแล้วนะ พอเลื่อนตำแหน่งนี่เจ้าตัวดีของเขาเอาแต่ใจขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่า แต่จะไปว่าน้องก็ไม่ได้... มันต้องว่าเขานี่แหละที่ใจอ่อนและก็ยอมตามใจไปซะทุกที อย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อคนตัวโตยังไม่ยอมพูดยอมจาร่างบางก็ไม่รู้จะทำยังไงจนต้องย้ายมานั่งที่เก้าอี้ข้างตัวของฝ่ายนั้น ก่อนจะสอดมือเข้าคล้องแขนล่ำของเจ้าน้องชายเอาไว้
“ทำไมไม่พูดกับพี่เลย ให้พี่พูดคนเดียวเหมือนคนบ้า”
เด็กหนุ่มตัวโตหันไปมองใบหน้าเรียบเนียนของคนที่อุตส่าห์ย้ายฝั่งมานั่งข้างๆพลางกอดแขนตนไว้ ก่อนจะหันไปตักอาหารเข้าปากอย่างเดิม จองซูขมวดคิ้วกัดปากตัวเองเพราะชักไม่ค่อยสบอารมณ์กับอาการของเจ้าน้องชาย เห็นยอมเข้าหน่อยล่ะเอาใหญ่เลยนะ เดี๋ยวเถอะถ้าเอาคืนบ้างอย่ามาหาว่าใจร้าย
มือเรียวปล่อยจากลำแขนหนา คนตัวโตกลั้นยิ้มก่อนจะแอบเหลือบมองพี่ชายร่างบางข้างตัวที่ตอนนี้นั่งกอดอกทำหน้างอไปแล้ว ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ชักจะอารมณ์เสียขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เจ้าของใบหน้าหวานหันไปมองทางอื่น ขาเรียวยกขึ้นไขว่ห้าง จนทำให้กางเกงขาสั้นร่นขึ้นมาจนเห็นขาอ่อนขาวผ่อง
ยองอุนอมยิ้มเมื่อแกล้งพี่ชายร่างบางกลับได้สำเร็จ เด็กหนุ่มยังคงทานอาหารต่อโดยทำเป็นไม่สนใจคนที่งอนเงียบอยู่ข้างตัว แล้วอยู่ๆก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะก่อนจะยื่นกระดาษใบเล็กให้กับเจ้าของใบหน้าหวานที่ตอนนี่ติดจะยุ่ง
คนนั่งกอดอกเงยหน้าขึ้นมองอย่างงงๆแล้วรับกระดาษนั้นมา พออ่านข้อความก็ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังเบอร์โต๊ะที่เขียนไว้ในนั้น
เจ้าของโน้ตเป็นชายต่างชาติที่ค่อนข้างมีอายุกำลังโบกมือให้เขาอย่างต้องการทำความรู้จัก ร่างบางทำหน้าไม่ถูก ไม่คิดว่าตัวเองจะเสน่ห์แรงกับเพศเดียวกันขนาดนี้ แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆเจ้าตัวดีก็วางมือลงมาบนขาอ่อนเขาซะอย่างนั้น
ดวงตาโตหันไปมองเจ้าของมือ ก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมือร้อนเลื่อนไล้เข้ามาทางปลายกางเกงขาสั้นของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
“ยองอุนสั่งเค้กให้แล้วรอแป๊บหนึ่งนะ”
จองซูมองหน้ายองอุนอย่างอยากรู้ว่าเจ้าตัวดีคิดอะไรอยู่ เพราะน้ำเสียงอ่อนโยนและท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมาราวกับต้องการจะประกาศให้ชายต่างชาติที่โบกมือให้เขาอยู่ได้เห็นว่าเขามีเจ้าของแล้ว ร่างบางคลี่ยิ้ม ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นแรงไปนิดหากแต่ก็ต้องขอบคุณที่หาทางช่วย เพราะจริงๆก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนบอกชาวต่างชาตินั่นยังไง แล้วถ้าเขียนไปอีกฝ่ายจะเชื่อหรือเปล่าว่าเขามีแฟนแล้ว
เจ้าของเรียวปากอิ่มสบตาน้องชายอย่างขอบคุณก่อนจะปล่อยให้มือใหญ่วางทาบไว้บนขาตัวเองโดยไม่ปัดออก และก็ต้องตาโตเมื่อเจ้าน้องชายก้มลงมาหอมแก้มเขาชนิดไม่แคร์สื่อ
เสียงห้าวหัวเราะอยู่ข้างหูอย่างชอบใจ นี่ถ้าอยู่กันสองต่อสองคงตีเจ้าเด็กบ้าที่ชอบเล่นพิเรนทร์ให้เจ็บไปแล้ว หากแต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เลยได้แต่หันไปยิ้มหวานให้เด็กเจ้าเล่ห์ที่หากำไรใส่ตัวได้หน้าตาเฉย และก็เป็นไปตามที่ตั้งใจ ชายต่างชาติลดมือลงแล้วขยับปากสบถก่อนจะเรียกเก็บเงินแล้วรีบออกจากร้านไปโดยไม่หันมามองทางร่างบางอีกเลย
จองซูมองตามหลังชายคนนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ถอนหายใจทำไม สงสารมันเหรอ?”
เสียงกวนประสาทดังมาจากคนข้างตัวทำเอาดวงตาโตต้องหันมามองอย่างแปลกใจที่อยู่ๆเจ้าตัวดีก็ดูเหมือนจะอารมณ์เสียขึ้นมาอีกแล้ว
“เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ? อยู่ๆมาหาเรื่องพี่อีกทำไม”
แม้จะยังงงกับอาการเจ้าน้องชายแต่ก็ถามออกไปดีๆ
“ไม่ได้หาเรื่องสักหน่อยพูดอย่างที่เห็น ก็เห็นมองตามกันตาละห้อยนึกว่าเห็นใจมันไง”
“ประสาทน่ะยองอุน ถ้ายังไม่เลิกอารมณ์เสียก็ไม่ต้องมาพูดกัน”
ร่างบางเองก็ชักจะเหลืออดกับความพาลของเด็กหนุ่มตัวโตนี่เต็มที เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย มือเรียวจับมือใหญ่ที่วางไว้บนขาออก หากแต่เจ้าตัวกลับไม่ยอม
“ทำไมจะอารมณ์เสียไม่ได้ ปล่อยให้มันนั่งจ้องขาอ่อนอยู่ได้ยังไง ทำไมไม่เขียนบอกมันไปว่ามีเจ้าของแล้วอ่ะ”
“จะบ้าเหรอยองอุน! เขายังไม่ได้มองสักหน่อย อย่ามาทำเป็นพาลพี่หน่อยเลย”
เถียงกลับอย่างเหลืออด ชักจะไม่สนุกแล้วสิ
“ไม่ได้พาลแต่ไม่ชอบให้ใครมาจีบคนของยองอุน อย่าให้เห็นอีกนะ”
หันไปค้อนเจ้าน้องชายที่หัดออกคำสั่งกับเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ร่างบางกัดปากตัวเองแน่นอย่างอารมณ์เสียเช่นกัน
“ไม่อยากเห็นก็ไม่ต้องมอง เอาเวลาไปสนใจผู้หญิงกลุ่มนั้นที่แทะโลมยองอุนทางสายตามาตั้งนานแล้วเถอะ”
ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าหวานก็ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันมาสนใจเจ้าเด็กงี่เง่าเดาอารมณ์ไม่ถูกอีกเลย......
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
จองซูสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านพักตากอากาศ ร่างบางกัดปากพร้อมแอบต่อว่าเจ้าตัวดีเสียๆหายๆในใจ ดูเอาเถอะพาลไปหมดทุกเรื่อง แล้วก็ต้องพ่นลมหายใจออกมา นี่ขนาดเพิ่งเป็นแฟนกันนะยังทะเลาะกันได้เลย แล้วต่อไปจะเป็นยังไง... ความจริงเจ้าตัวดีก็ไม่ได้ผิดอยู่ฝ่ายเดียว เขาเองก็ผิด ไม่รู้ทำไมพอเป็นแฟนกันแล้วความเป็นผู้ใหญ่ที่มีมันหายไปไหนหมด หากเป็นเมื่อก่อนก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับอาการพาลนั่นนัก แต่พอเป็นเดี๋ยวนี้แค่เจ้าเด็กบ้านั่นพาลใส่ก็รู้สึกโมโหและน้อยใจเสียเหลือเกิน สงสัยจะแย่แล้วสิเรา...
เสียงฝีเท้าที่เดินตรงมายังห้องนั่งเล่นเรียกให้ลำคอระหงแข็งขึ้นมาเมื่อนึกรู้ว่าเจ้าของเสียงฝีเท้าเป็นใคร โซฟาตัวใหญ่ยวบลงตามน้ำหนักของใครบางคน หากแต่คนที่นั่งอยู่ก่อนก็ยังทำเป็นสนใจทีวี
ยองอุนมองหน้าของพี่ชายที่รักอย่างสังเกตอาการ เห็นใบหน้าที่เคยประดับไปด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย ออกจะเชิดอย่างแสนงอนเสียด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นเกาต้นคอไม่รู้จะเริ่มง้อคนที่นั่งดูทีวีอยู่ยังไง สุดท้ายคนตัวโตก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปทางห้องครัวก่อนจะกลับออกมาพร้อมน้ำผลไม้เย็นเฉียบ
“พี่จองซูกินน้ำหน่อยนะ”
เด็กหนุ่มวางแก้วน้ำลงตรงหน้าของอีกคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาใจ หากแต่คนโดนชักชวนกลับไม่ยอมปรายตามามองแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อคมชะโงกมองหน้าของคนงอนยาวแต่คนคนนั้นก็ยังทำหน้าเฉย
“ได้ยินยองอุนหรือเปล่า?....พี่จองซู”
เขยิบตัวเข้าไปนั่งใกล้พี่ชายร่างบางมากกว่าเก่า
“โห...หยิ่งนะเนี่ย พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย แล้วเมื่อก่อนก็บอกเราว่ามีอะไรให้พูดกันตรงๆ ดูเอาเถอะพูดเองทำไม่ได้เองนะคนเรา”
เสียงบ่นจากคนข้างตัวทำเอาร่างบางต้องหันมาถลึงตาใส่เจ้าเด็กบ้าที่กล้าเอาคำพูดของเขามาย้อนใส่ ใช่สิเมื่อก่อนเขาเป็นคนบอกเจ้าตัวดีเองแหละว่ามีอะไรก็ให้เปิดอกคุยกันอย่าเงียบแล้วเก็บเอาไว้
“ก็พี่ไม่อยากพูดกับคนพาล”
ว่าพลางหยิบหมอนอิงมาวางไว้บนตัก ดวงตาโตยังจ้องอยู่ที่ทีวีแม้ข้อมูลในนั้นจะไม่ได้เข้าหัวเลยก็ตาม เด็กหนุ่มตัวโตแอบยิ้มที่สุดท้ายพี่ชายก็ยอมพูดด้วยแล้ว
“ใครพาล? ยองอุนเปล่าซะหน่อย.....”
“แล้วพูดจาแบบนั้นกับพี่ทำไม ไม่เรียกพาลแล้วจะเรียกอะไร ฮึ!”
หันไปมองหน้าคนที่เขยิบเข้ามานั่งใกล้พร้อมกับสอดแขนเข้ามาโอบเอวอย่างง้องอนด้วยแววตาหมั่นไส้ คนโดนค้อนฉีกยิ้มประจบก่อนจะซุกหน้าลงข้างแก้มนิ่ม
“ไม่ได้พาลสักหน่อย.....แต่หึง”
เสียงห้าวกระซิบสารภาพอยู่ข้างหู ร่างบางกัดปากห้ามยิ้มตัวเองแทบไม่ทันเมื่อได้ยินจบ จะทำให้เด็กบ้านี่รู้ไม่ได้ว่าง้อสำเร็จแล้ว เดี๋ยวจะเหลิงหนักกว่าเก่า…
“ประสาท”
ต่อว่าเจ้าตัวดีไม่จริงจังนัก คนโดนต่อว่าไม่ตอบโต้อะไรแต่กลับซุกหน้าลงที่ซอกคอหอมกรุ่นแล้วเงียบไปแบบนั้น
จองซูกลับมาสนใจทีวีต่อเมื่อคุยกับเด็กบ้าที่นั่งกอดตัวเองอยู่นี่เสร็จแล้ว มือเรียวกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยจนเจอช่องหนังก็เลยเลือกดูช่องนั้น ดูไปดูมาก็ชักจะอยากเอนหลังบ้างเหมือนกันเลยสะกิดแขนเจ้าน้องชายที่นั่งซุกหน้าอยู่กับซอกคอ
คนที่เหมือนจะเคลิ้มอยู่ผงกหัวขึ้นมาก่อนจะยอมเปลี่ยนท่าตามคำบอก สุดท้ายทั้งสองคนก็นอนอยู่บนโซฟาหน้าทีวีที่ค่อนข้างใหญ่และยาว เรียกได้ว่าเป็นเตียงโซฟาก็คงได้ โดยที่เด็กหนุ่มตัวโตนอนอยู่เบื้องหลัง แขนแกร่งโอบกอดร่างบางที่นอนอยู่เบื้องหน้าเพราะกำลังดูทีวีเอาไว้
มือเรียววางรีโมทลงข้างตัว ดวงตาโตปรือลงเพราะชักง่วง คนที่นอนกอดอยู่เบื้องหลังเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วและทิ้งเขาให้ดูทีวีคนเดียว หากแต่ทีวีก็ไม่มีอะไรน่าสนใจจนชักจะง่วงตามเจ้าตัวดีขึ้นมา ไม่นานนักคนนอนดูทีวีก็หลับตามอีกคนไป
.
..
...
เสียงคลื่นกระทบฝั่งปลุกคนหลับใหลให้ลืมตาตื่น เจ้าของใบหน้าหวานขมวดคิ้วเมื่อพบว่าบรรยากาศรอบตัวมืดลงแล้ว
จองซูลุกขึ้นนั่งแล้วก็ต้องแปลกใจที่ตอนนี้มีเขาคนเดียวอยู่บนโซฟา เจ้าตัวดีหายไปไหนล่ะเนี่ย?....
ขาเรียวตวัดวางลงกับพื้นแล้วยันตัวลุกขึ้นเพื่อตามหาใครอีกคน สายลมเย็นพัดม่านเนื้อบางให้พลิ้วไสว เสียงคลื่นยังได้ยินชัดเจน ท้องฟ้าที่ดำสนิทถูกแต่งแต้มไปด้วยดาวระยิบระยับ หากแต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจแม้สักนิด
คิ้วเรียวขมวดแน่นกว่าเก่าเมื่อไม่เห็นร่างคุ้นตาทั้งๆที่เดินดูมาหลายที่แล้ว คนที่ตื่นมาแล้วไม่พบน้องชายเท้าเอวแล้วหันรีหันขวาง กำลังจะหันกลับเพื่อเดินไปยังห้องนอนก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆก็ถูกใครบางคนเข้ามาเอามือปิดตาจากทางเบื้องหลัง และเพราะความตกใจจึงดิ้นรนต่อสู้จนได้ยินเสียงห้าวคุ้นหูกระซิบเรียกชื่อแผ่วเบาจึงคลายอาการขัดขืนลง คราวนี้คิ้วเรียวขมวดเพราะแปลกใจกับการกระทำของเจ้าตัวดี เล่นอะไรเนี่ย....?
ยองอุนยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นพี่ชายที่รักสงบลงแล้ว ฝ่ายนั้นยกมือขึ้นจับมือเขาที่ปิดตาไว้หากแต่ก็ยอมเดินตามแรงดันแต่โดยดี
เท้าเปลือยก้าวออกมานอกบ้านชั้นเดียวที่ยกพื้นที่ให้สูงกว่าปกติ พื้นซีเมนต์เรียบค่อนข้างเย็น พร้อมกับสายลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้าพอจะบอกให้รู้ว่าน้องชายพาตัวเองออกมายังส่วนใดของบ้าน ตรงนี้คือส่วนที่เป็นด้านนอก จะเรียกว่าเป็นพื้นที่นั่งเล่นก็อาจจะได้ เพราะส่วนนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อเอาไว้นั่งรับลม อยู่ติดกับห้องนั่งเล่นนั่นแหละเพียงแต่อยู่นอกตัวบ้าน มันเป็นที่ซึ่งทำไว้เพื่อนั่งชมวิวและจัดกิจกรรม เนื่องจากตรงส่วนนี้ประกอบไปด้วย สระน้ำขนาดกลางที่มีไว้เพื่อเล่นน้ำจืดหากไม่อยากเล่นน้ำทะเล ซึ่งกินพื้นที่เกือบจะทั้งหมด หากแต่ก็ยังพอมีพื้นที่ว่างตรงขอบสระสำหรับจัดงานเลี้ยงและปาร์ตี้เล็กๆ ถัดไปอีกหน่อยก็เป็นบันไดเตี้ยทอดตัวลงสู่หาดทรายสีขาวสะอ้านติดทะเล
คนโดนปิดตาแปลกใจไม่น้อยและเดาไม่ออกว่าคนที่พามามีจุดประสงค์อะไร และก่อนที่จะคาดเดาอะไรมากไปกว่านั้น ดวงตาที่เคยถูกปิดเอาไว้ก็เป็นอิสระ จองซูลืมตาก่อนจะต้องแปลกใจระคนตื่นเต้นเมื่อเห็นโต๊ะดินเนอร์เล็กๆตั้งอยู่ตรงบันไดฝั่งตรงข้ามของสระ
“ดินเนอร์มื้อแรกสำหรับการเป็นคนรักของเรา”
เสียงห้าวกระซิบชิดริมหู ในนาทีนั้นความรู้สึกมันหลากหลาย ทั้งตื้นตันและประหลาดใจ มือเรียวถูกจับเอาไว้โดยเด็กหนุ่มตัวโต ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะจับจูงให้เขาเดินไปที่โต๊ะ
ร่างบางหันไปยิ้มให้เจ้าตัวดีที่เลื่อนเก้าอี้ให้ เขาทิ้งตัวลงนั่งแล้วมองอาหารบนโต๊ะอย่างละลานตา ดวงตาโตกวาดไปทุกจานก่อนจะไปหยุดลงที่ขนมเค้กก้อนเล็กที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
“แอบไปเตรียมไว้เมื่อไหร่นี่?”
เอ่ยถามคนที่ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม พร้อมกับยื่นมือไปหยิบขวดแชมเปญมาเปิด
“เตรียมไว้เมื่อไหร่ไม่สำคัญหรอก แค่รู้ไว้ว่าเตรียมให้คนที่ยองอุนรักที่สุดก็พอ.....”
เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างเป็นสุขและเขินเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แก้วแชมเปญถูกวางลงตรงหน้า แล้วทั้งสองก็เริ่มลงมือทานอาหารกัน จากของคาวก็เปลี่ยนเป็นของหวาน จองซูยังนึกทึ่งว่าเจ้าตัวดีแอบไปจัดเตรียมทั้งหมดมาได้ยังไง ทั้งอาหาร ของหวานและเครื่องดื่ม รวมทั้งการเสิร์ฟที่เจ้าน้องชายเป็นคนทำทั้งหมดราวกับบริกรในโรงแรมห้าดาว...
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: NC-17(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: ตอนที่แล้วใครเขียน ปล. อะไรไว้ในคอมเม้นท์ อะโย๋จัดให้~ เหอๆ... สำหรับตอนนี้ใครมีอะไรจะติชมก็บอกได้เลยนะคะ จะปรับปรุงผลงานเรื่อยๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ ^^
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นจังหวะคล้ายดนตรีอะไรสักอย่าง แสงแดดไม่แรงนักส่องกระทบผิวน้ำทะเลทำให้เกิดแสงระยับระยับจับตา อากาศบริสุทธิ์ชวนสบายและรอยยิ้มพิฆาตมารของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเลย
ยองอุนมองใบหน้าหวานของจองซูนิดหนึ่ง ก่อนจะก้มลงทานอาหารในจานต่ออย่างไม่สบอารมณ์ ผิดกับพี่ชายสุดที่รักที่ยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มชวนมองอยู่ข้างแก้ม และแม้ใบหน้าสวยหวานนั้นจะดูไร้เดียงสามากเพียงใด แต่เด็กหนุ่มรู้ว่าพี่ชายร่างบางกำลังล้อเลียนเขาจากทางสายตา
ใช่สิ...ก็เมื่อคืนหลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วก็ว่าจะพาคนนั่งยิ้มตาใสนั่นไปกินขนมหวานกันในห้องอย่างที่บอกไว้ คนคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทางขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเองก็ชะล่าใจเกินไปเลยชิลๆ พอเข้าไปถึงห้องก็นะ..แอบไปนัวเนียคนตัวหอมอย่างที่คิด แล้วพี่ชายที่รักก็เล่นค่ายกลใส่เข้าให้ ด้วยการประเหลาะให้กินยาแก้อักเสบ เขาก็บื้อกินเข้าไปอีกเพราะทนแรงคะยั้นคะยอจากฝ่ายนั้นไม่ไหว กินเสร็จก็กะทำกิจกรรมเรียกเหงื่อเลยเข้าประชิดตัวคนร่างบาง หากแต่คนเป็นพี่ก็ขอตัวอาบน้ำชำระร่างกายซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ขัด สุดท้ายมารู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว
....เขาหลับเพราะฤทธิ์ยาแก้อักเสบ....
นี่ถ้าไอ้เดอะแก๊งค์มันรู้นะ มันคงหัวเราะกันหัวทิ่ม เสือปืนไวอย่าง คิม ยองอุน เสือกหมดท่าเพราะยาแก้อักเสบ และที่สำคัญพี่ชายตัวดีที่นั่งกินข้าวหน้าใสอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่เช้าไม่เลิกรา.....
ดวงตากลมโตเหลือบมองหน้าหล่อคมของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นคิ้วหนาและใบหน้าของเจ้าตัวดีบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด ก็พอรู้ว่าฝ่ายนั้นอารมณ์เสียที่เมื่อคืนโดนหลอกให้กินยาจนหลับยาว .......อยากบอกน้องไปว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น ไม่ได้กะบ่ายเบี่ยงที่จะมีอะไรกับเจ้าเด็กช่างงอนนั่นด้วย เพราะเขาเองก็ไม่ได้เป็นหนุ่มน้อยไร้วุฒิภาวะ อายุป่านนี้ก็พอจะรู้ว่าฝ่ายนั้นต้องการอะไร แต่แผลของเจ้าตัวดียังไม่หายสนิท เกิดทำกิจกรรมอย่างว่าแล้วมันฉีกขึ้นมาอีกจะยุ่ง ไม่อยากเห็นน้องต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลอีกแล้ว.....
ยิ่งเห็นหน้าตาของคนตรงข้ามก็ยิ่งอยากขำ ก็รู้ว่าเจ้าตัวดีงอนไม่น้อยร่างบางจึงตักอาหารใส่จานให้เจ้าเด็กมีปัญหา
“ทานเยอะๆนะจะได้หายเร็วๆ”
เสียงอ่อนหวานบอกอย่างเอาใจ หากแต่ก็ไม่ได้เรียกให้เด็กหนุ่มที่นั่งทำหน้าขรึมอยู่ตรงข้ามมีสีหน้าดีขึ้นได้ คนที่เป็นต้นเหตุได้แต่ถอนหายใจกับการงอนไม่เลิกไม่ราของแฟนตัวเอง ว่าตอนที่ยังไม่เลื่อนตำแหน่งเอาแต่ใจแล้วนะ พอเลื่อนตำแหน่งนี่เจ้าตัวดีของเขาเอาแต่ใจขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่า แต่จะไปว่าน้องก็ไม่ได้... มันต้องว่าเขานี่แหละที่ใจอ่อนและก็ยอมตามใจไปซะทุกที อย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อคนตัวโตยังไม่ยอมพูดยอมจาร่างบางก็ไม่รู้จะทำยังไงจนต้องย้ายมานั่งที่เก้าอี้ข้างตัวของฝ่ายนั้น ก่อนจะสอดมือเข้าคล้องแขนล่ำของเจ้าน้องชายเอาไว้
“ทำไมไม่พูดกับพี่เลย ให้พี่พูดคนเดียวเหมือนคนบ้า”
เด็กหนุ่มตัวโตหันไปมองใบหน้าเรียบเนียนของคนที่อุตส่าห์ย้ายฝั่งมานั่งข้างๆพลางกอดแขนตนไว้ ก่อนจะหันไปตักอาหารเข้าปากอย่างเดิม จองซูขมวดคิ้วกัดปากตัวเองเพราะชักไม่ค่อยสบอารมณ์กับอาการของเจ้าน้องชาย เห็นยอมเข้าหน่อยล่ะเอาใหญ่เลยนะ เดี๋ยวเถอะถ้าเอาคืนบ้างอย่ามาหาว่าใจร้าย
มือเรียวปล่อยจากลำแขนหนา คนตัวโตกลั้นยิ้มก่อนจะแอบเหลือบมองพี่ชายร่างบางข้างตัวที่ตอนนี้นั่งกอดอกทำหน้างอไปแล้ว ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ชักจะอารมณ์เสียขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เจ้าของใบหน้าหวานหันไปมองทางอื่น ขาเรียวยกขึ้นไขว่ห้าง จนทำให้กางเกงขาสั้นร่นขึ้นมาจนเห็นขาอ่อนขาวผ่อง
ยองอุนอมยิ้มเมื่อแกล้งพี่ชายร่างบางกลับได้สำเร็จ เด็กหนุ่มยังคงทานอาหารต่อโดยทำเป็นไม่สนใจคนที่งอนเงียบอยู่ข้างตัว แล้วอยู่ๆก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะก่อนจะยื่นกระดาษใบเล็กให้กับเจ้าของใบหน้าหวานที่ตอนนี่ติดจะยุ่ง
คนนั่งกอดอกเงยหน้าขึ้นมองอย่างงงๆแล้วรับกระดาษนั้นมา พออ่านข้อความก็ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังเบอร์โต๊ะที่เขียนไว้ในนั้น
เจ้าของโน้ตเป็นชายต่างชาติที่ค่อนข้างมีอายุกำลังโบกมือให้เขาอย่างต้องการทำความรู้จัก ร่างบางทำหน้าไม่ถูก ไม่คิดว่าตัวเองจะเสน่ห์แรงกับเพศเดียวกันขนาดนี้ แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆเจ้าตัวดีก็วางมือลงมาบนขาอ่อนเขาซะอย่างนั้น
ดวงตาโตหันไปมองเจ้าของมือ ก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมือร้อนเลื่อนไล้เข้ามาทางปลายกางเกงขาสั้นของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
“ยองอุนสั่งเค้กให้แล้วรอแป๊บหนึ่งนะ”
จองซูมองหน้ายองอุนอย่างอยากรู้ว่าเจ้าตัวดีคิดอะไรอยู่ เพราะน้ำเสียงอ่อนโยนและท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมาราวกับต้องการจะประกาศให้ชายต่างชาติที่โบกมือให้เขาอยู่ได้เห็นว่าเขามีเจ้าของแล้ว ร่างบางคลี่ยิ้ม ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นแรงไปนิดหากแต่ก็ต้องขอบคุณที่หาทางช่วย เพราะจริงๆก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนบอกชาวต่างชาตินั่นยังไง แล้วถ้าเขียนไปอีกฝ่ายจะเชื่อหรือเปล่าว่าเขามีแฟนแล้ว
เจ้าของเรียวปากอิ่มสบตาน้องชายอย่างขอบคุณก่อนจะปล่อยให้มือใหญ่วางทาบไว้บนขาตัวเองโดยไม่ปัดออก และก็ต้องตาโตเมื่อเจ้าน้องชายก้มลงมาหอมแก้มเขาชนิดไม่แคร์สื่อ
เสียงห้าวหัวเราะอยู่ข้างหูอย่างชอบใจ นี่ถ้าอยู่กันสองต่อสองคงตีเจ้าเด็กบ้าที่ชอบเล่นพิเรนทร์ให้เจ็บไปแล้ว หากแต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เลยได้แต่หันไปยิ้มหวานให้เด็กเจ้าเล่ห์ที่หากำไรใส่ตัวได้หน้าตาเฉย และก็เป็นไปตามที่ตั้งใจ ชายต่างชาติลดมือลงแล้วขยับปากสบถก่อนจะเรียกเก็บเงินแล้วรีบออกจากร้านไปโดยไม่หันมามองทางร่างบางอีกเลย
จองซูมองตามหลังชายคนนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ถอนหายใจทำไม สงสารมันเหรอ?”
เสียงกวนประสาทดังมาจากคนข้างตัวทำเอาดวงตาโตต้องหันมามองอย่างแปลกใจที่อยู่ๆเจ้าตัวดีก็ดูเหมือนจะอารมณ์เสียขึ้นมาอีกแล้ว
“เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ? อยู่ๆมาหาเรื่องพี่อีกทำไม”
แม้จะยังงงกับอาการเจ้าน้องชายแต่ก็ถามออกไปดีๆ
“ไม่ได้หาเรื่องสักหน่อยพูดอย่างที่เห็น ก็เห็นมองตามกันตาละห้อยนึกว่าเห็นใจมันไง”
“ประสาทน่ะยองอุน ถ้ายังไม่เลิกอารมณ์เสียก็ไม่ต้องมาพูดกัน”
ร่างบางเองก็ชักจะเหลืออดกับความพาลของเด็กหนุ่มตัวโตนี่เต็มที เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย มือเรียวจับมือใหญ่ที่วางไว้บนขาออก หากแต่เจ้าตัวกลับไม่ยอม
“ทำไมจะอารมณ์เสียไม่ได้ ปล่อยให้มันนั่งจ้องขาอ่อนอยู่ได้ยังไง ทำไมไม่เขียนบอกมันไปว่ามีเจ้าของแล้วอ่ะ”
“จะบ้าเหรอยองอุน! เขายังไม่ได้มองสักหน่อย อย่ามาทำเป็นพาลพี่หน่อยเลย”
เถียงกลับอย่างเหลืออด ชักจะไม่สนุกแล้วสิ
“ไม่ได้พาลแต่ไม่ชอบให้ใครมาจีบคนของยองอุน อย่าให้เห็นอีกนะ”
หันไปค้อนเจ้าน้องชายที่หัดออกคำสั่งกับเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ร่างบางกัดปากตัวเองแน่นอย่างอารมณ์เสียเช่นกัน
“ไม่อยากเห็นก็ไม่ต้องมอง เอาเวลาไปสนใจผู้หญิงกลุ่มนั้นที่แทะโลมยองอุนทางสายตามาตั้งนานแล้วเถอะ”
ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าหวานก็ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันมาสนใจเจ้าเด็กงี่เง่าเดาอารมณ์ไม่ถูกอีกเลย......
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
จองซูสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านพักตากอากาศ ร่างบางกัดปากพร้อมแอบต่อว่าเจ้าตัวดีเสียๆหายๆในใจ ดูเอาเถอะพาลไปหมดทุกเรื่อง แล้วก็ต้องพ่นลมหายใจออกมา นี่ขนาดเพิ่งเป็นแฟนกันนะยังทะเลาะกันได้เลย แล้วต่อไปจะเป็นยังไง... ความจริงเจ้าตัวดีก็ไม่ได้ผิดอยู่ฝ่ายเดียว เขาเองก็ผิด ไม่รู้ทำไมพอเป็นแฟนกันแล้วความเป็นผู้ใหญ่ที่มีมันหายไปไหนหมด หากเป็นเมื่อก่อนก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับอาการพาลนั่นนัก แต่พอเป็นเดี๋ยวนี้แค่เจ้าเด็กบ้านั่นพาลใส่ก็รู้สึกโมโหและน้อยใจเสียเหลือเกิน สงสัยจะแย่แล้วสิเรา...
เสียงฝีเท้าที่เดินตรงมายังห้องนั่งเล่นเรียกให้ลำคอระหงแข็งขึ้นมาเมื่อนึกรู้ว่าเจ้าของเสียงฝีเท้าเป็นใคร โซฟาตัวใหญ่ยวบลงตามน้ำหนักของใครบางคน หากแต่คนที่นั่งอยู่ก่อนก็ยังทำเป็นสนใจทีวี
ยองอุนมองหน้าของพี่ชายที่รักอย่างสังเกตอาการ เห็นใบหน้าที่เคยประดับไปด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย ออกจะเชิดอย่างแสนงอนเสียด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นเกาต้นคอไม่รู้จะเริ่มง้อคนที่นั่งดูทีวีอยู่ยังไง สุดท้ายคนตัวโตก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปทางห้องครัวก่อนจะกลับออกมาพร้อมน้ำผลไม้เย็นเฉียบ
“พี่จองซูกินน้ำหน่อยนะ”
เด็กหนุ่มวางแก้วน้ำลงตรงหน้าของอีกคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาใจ หากแต่คนโดนชักชวนกลับไม่ยอมปรายตามามองแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อคมชะโงกมองหน้าของคนงอนยาวแต่คนคนนั้นก็ยังทำหน้าเฉย
“ได้ยินยองอุนหรือเปล่า?....พี่จองซู”
เขยิบตัวเข้าไปนั่งใกล้พี่ชายร่างบางมากกว่าเก่า
“โห...หยิ่งนะเนี่ย พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย แล้วเมื่อก่อนก็บอกเราว่ามีอะไรให้พูดกันตรงๆ ดูเอาเถอะพูดเองทำไม่ได้เองนะคนเรา”
เสียงบ่นจากคนข้างตัวทำเอาร่างบางต้องหันมาถลึงตาใส่เจ้าเด็กบ้าที่กล้าเอาคำพูดของเขามาย้อนใส่ ใช่สิเมื่อก่อนเขาเป็นคนบอกเจ้าตัวดีเองแหละว่ามีอะไรก็ให้เปิดอกคุยกันอย่าเงียบแล้วเก็บเอาไว้
“ก็พี่ไม่อยากพูดกับคนพาล”
ว่าพลางหยิบหมอนอิงมาวางไว้บนตัก ดวงตาโตยังจ้องอยู่ที่ทีวีแม้ข้อมูลในนั้นจะไม่ได้เข้าหัวเลยก็ตาม เด็กหนุ่มตัวโตแอบยิ้มที่สุดท้ายพี่ชายก็ยอมพูดด้วยแล้ว
“ใครพาล? ยองอุนเปล่าซะหน่อย.....”
“แล้วพูดจาแบบนั้นกับพี่ทำไม ไม่เรียกพาลแล้วจะเรียกอะไร ฮึ!”
หันไปมองหน้าคนที่เขยิบเข้ามานั่งใกล้พร้อมกับสอดแขนเข้ามาโอบเอวอย่างง้องอนด้วยแววตาหมั่นไส้ คนโดนค้อนฉีกยิ้มประจบก่อนจะซุกหน้าลงข้างแก้มนิ่ม
“ไม่ได้พาลสักหน่อย.....แต่หึง”
เสียงห้าวกระซิบสารภาพอยู่ข้างหู ร่างบางกัดปากห้ามยิ้มตัวเองแทบไม่ทันเมื่อได้ยินจบ จะทำให้เด็กบ้านี่รู้ไม่ได้ว่าง้อสำเร็จแล้ว เดี๋ยวจะเหลิงหนักกว่าเก่า…
“ประสาท”
ต่อว่าเจ้าตัวดีไม่จริงจังนัก คนโดนต่อว่าไม่ตอบโต้อะไรแต่กลับซุกหน้าลงที่ซอกคอหอมกรุ่นแล้วเงียบไปแบบนั้น
จองซูกลับมาสนใจทีวีต่อเมื่อคุยกับเด็กบ้าที่นั่งกอดตัวเองอยู่นี่เสร็จแล้ว มือเรียวกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยจนเจอช่องหนังก็เลยเลือกดูช่องนั้น ดูไปดูมาก็ชักจะอยากเอนหลังบ้างเหมือนกันเลยสะกิดแขนเจ้าน้องชายที่นั่งซุกหน้าอยู่กับซอกคอ
คนที่เหมือนจะเคลิ้มอยู่ผงกหัวขึ้นมาก่อนจะยอมเปลี่ยนท่าตามคำบอก สุดท้ายทั้งสองคนก็นอนอยู่บนโซฟาหน้าทีวีที่ค่อนข้างใหญ่และยาว เรียกได้ว่าเป็นเตียงโซฟาก็คงได้ โดยที่เด็กหนุ่มตัวโตนอนอยู่เบื้องหลัง แขนแกร่งโอบกอดร่างบางที่นอนอยู่เบื้องหน้าเพราะกำลังดูทีวีเอาไว้
มือเรียววางรีโมทลงข้างตัว ดวงตาโตปรือลงเพราะชักง่วง คนที่นอนกอดอยู่เบื้องหลังเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วและทิ้งเขาให้ดูทีวีคนเดียว หากแต่ทีวีก็ไม่มีอะไรน่าสนใจจนชักจะง่วงตามเจ้าตัวดีขึ้นมา ไม่นานนักคนนอนดูทีวีก็หลับตามอีกคนไป
.
..
...
เสียงคลื่นกระทบฝั่งปลุกคนหลับใหลให้ลืมตาตื่น เจ้าของใบหน้าหวานขมวดคิ้วเมื่อพบว่าบรรยากาศรอบตัวมืดลงแล้ว
จองซูลุกขึ้นนั่งแล้วก็ต้องแปลกใจที่ตอนนี้มีเขาคนเดียวอยู่บนโซฟา เจ้าตัวดีหายไปไหนล่ะเนี่ย?....
ขาเรียวตวัดวางลงกับพื้นแล้วยันตัวลุกขึ้นเพื่อตามหาใครอีกคน สายลมเย็นพัดม่านเนื้อบางให้พลิ้วไสว เสียงคลื่นยังได้ยินชัดเจน ท้องฟ้าที่ดำสนิทถูกแต่งแต้มไปด้วยดาวระยิบระยับ หากแต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจแม้สักนิด
คิ้วเรียวขมวดแน่นกว่าเก่าเมื่อไม่เห็นร่างคุ้นตาทั้งๆที่เดินดูมาหลายที่แล้ว คนที่ตื่นมาแล้วไม่พบน้องชายเท้าเอวแล้วหันรีหันขวาง กำลังจะหันกลับเพื่อเดินไปยังห้องนอนก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆก็ถูกใครบางคนเข้ามาเอามือปิดตาจากทางเบื้องหลัง และเพราะความตกใจจึงดิ้นรนต่อสู้จนได้ยินเสียงห้าวคุ้นหูกระซิบเรียกชื่อแผ่วเบาจึงคลายอาการขัดขืนลง คราวนี้คิ้วเรียวขมวดเพราะแปลกใจกับการกระทำของเจ้าตัวดี เล่นอะไรเนี่ย....?
ยองอุนยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นพี่ชายที่รักสงบลงแล้ว ฝ่ายนั้นยกมือขึ้นจับมือเขาที่ปิดตาไว้หากแต่ก็ยอมเดินตามแรงดันแต่โดยดี
เท้าเปลือยก้าวออกมานอกบ้านชั้นเดียวที่ยกพื้นที่ให้สูงกว่าปกติ พื้นซีเมนต์เรียบค่อนข้างเย็น พร้อมกับสายลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้าพอจะบอกให้รู้ว่าน้องชายพาตัวเองออกมายังส่วนใดของบ้าน ตรงนี้คือส่วนที่เป็นด้านนอก จะเรียกว่าเป็นพื้นที่นั่งเล่นก็อาจจะได้ เพราะส่วนนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อเอาไว้นั่งรับลม อยู่ติดกับห้องนั่งเล่นนั่นแหละเพียงแต่อยู่นอกตัวบ้าน มันเป็นที่ซึ่งทำไว้เพื่อนั่งชมวิวและจัดกิจกรรม เนื่องจากตรงส่วนนี้ประกอบไปด้วย สระน้ำขนาดกลางที่มีไว้เพื่อเล่นน้ำจืดหากไม่อยากเล่นน้ำทะเล ซึ่งกินพื้นที่เกือบจะทั้งหมด หากแต่ก็ยังพอมีพื้นที่ว่างตรงขอบสระสำหรับจัดงานเลี้ยงและปาร์ตี้เล็กๆ ถัดไปอีกหน่อยก็เป็นบันไดเตี้ยทอดตัวลงสู่หาดทรายสีขาวสะอ้านติดทะเล
คนโดนปิดตาแปลกใจไม่น้อยและเดาไม่ออกว่าคนที่พามามีจุดประสงค์อะไร และก่อนที่จะคาดเดาอะไรมากไปกว่านั้น ดวงตาที่เคยถูกปิดเอาไว้ก็เป็นอิสระ จองซูลืมตาก่อนจะต้องแปลกใจระคนตื่นเต้นเมื่อเห็นโต๊ะดินเนอร์เล็กๆตั้งอยู่ตรงบันไดฝั่งตรงข้ามของสระ
“ดินเนอร์มื้อแรกสำหรับการเป็นคนรักของเรา”
เสียงห้าวกระซิบชิดริมหู ในนาทีนั้นความรู้สึกมันหลากหลาย ทั้งตื้นตันและประหลาดใจ มือเรียวถูกจับเอาไว้โดยเด็กหนุ่มตัวโต ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะจับจูงให้เขาเดินไปที่โต๊ะ
ร่างบางหันไปยิ้มให้เจ้าตัวดีที่เลื่อนเก้าอี้ให้ เขาทิ้งตัวลงนั่งแล้วมองอาหารบนโต๊ะอย่างละลานตา ดวงตาโตกวาดไปทุกจานก่อนจะไปหยุดลงที่ขนมเค้กก้อนเล็กที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
“แอบไปเตรียมไว้เมื่อไหร่นี่?”
เอ่ยถามคนที่ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม พร้อมกับยื่นมือไปหยิบขวดแชมเปญมาเปิด
“เตรียมไว้เมื่อไหร่ไม่สำคัญหรอก แค่รู้ไว้ว่าเตรียมให้คนที่ยองอุนรักที่สุดก็พอ.....”
เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างเป็นสุขและเขินเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แก้วแชมเปญถูกวางลงตรงหน้า แล้วทั้งสองก็เริ่มลงมือทานอาหารกัน จากของคาวก็เปลี่ยนเป็นของหวาน จองซูยังนึกทึ่งว่าเจ้าตัวดีแอบไปจัดเตรียมทั้งหมดมาได้ยังไง ทั้งอาหาร ของหวานและเครื่องดื่ม รวมทั้งการเสิร์ฟที่เจ้าน้องชายเป็นคนทำทั้งหมดราวกับบริกรในโรงแรมห้าดาว...
.
..
...
แล้วการทานอาหารก็เสร็จสิ้น เด็กหนุ่มตัวโตจึงพาพี่ชายร่างบางมานั่งยังเก้าอี้อาบแดดข้างสระเพื่อดูดาวกัน
“อาหารอร่อยไหม ถูกใจหรือเปล่า?”
ใบหน้าหวานที่เงยขึ้นมองดาวหันมายิ้มให้คนที่นั่งกอดเอวตัวเองอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกัน
“อร่อยสิ......ขอบใจยองอุนมากนะ พี่ชอบมาก”
บอกออกไปอย่างจริงใจ ทั้งสองคนสบตาและยิ้มให้กันก่อนที่คนได้รับคำขอบคุณจะเลื่อนสายตาลงไปยังเรียวปากอิ่มคล้ายจะบอกว่าอยากได้อะไรที่มากกว่าคำว่าขอบคุณจากเรียวปากนั้น
ร่างบางหัวเราะกับกริยานั้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปประทับสัมผัสลงบนริมฝีปากได้รูป จูบแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนหน้าออกมา แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าเกลื่อนดาว
คนได้รับจุมพิตเป็นรางวัลยิ้มอย่างชอบใจแล้วรั้งร่างเจ้าของจุมพิตให้แน่นเข้าอีก แผ่นหลังบางเบียดชิดกับอกอุ่น มือใหญ่สอดโอบรัดเอวเล็กอย่างรักใคร่ สายลมตอนดึกเช่นนี้พัดไม่เบานัก อากาศที่ร้อนอบอ้าวตอนกลางวันก็เย็นขึ้นมากหากแต่คนที่นั่งกอดกันอยู่บนเก้าอี้อาบแดดตัวใหญ่กลับไม่รู้สึกหนาว เป็นนานที่คนทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยปากพูดจากัน เพราะแค่เพียงสัมผัสที่มีอยู่ก็มากเพียงพอแล้ว
มือใหญ่ยกขึ้นสางเส้นผมนุ่มลื่นที่ปลิวตามแรงลมในตอนหนึ่ง แล้วคนตัวโตก็รั้งศีรษะเล็กของพี่ชายร่างบางให้ซบลงกับไหล่ของตน
“พี่จองซู ยองอุนถามอะไรสักอย่างได้ไหม?”
คนที่เอนซบอยู่กับไหล่กว้างเลิกคิ้ว ก่อนจะยกแขนวางพาดเอวหนาของเจ้าเด็กมีปัญหาไปด้วย
“อยากถามอะไรล่ะ ถามมาสิ”
คนมีคำถามเงียบไปนิดก่อนจะขยับปาก
“พี่จองซูเริ่มรักยองอุนตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ได้ฟังคำถามแล้วก็ต้องหัวเราะออกมา เริ่มจะรู้ว่าเจ้าตัวดีต้องการอะไร แต่อย่าหวังว่าเขาจะยอมบอกง่ายๆ
“ก็ตั้งแต่ยองอุนเกิดมาเป็นน้องพี่ ตอนเด็กๆยองอุนน่ารักจะตาย”
ตอบเจ้าของอ้อมแขนที่โอบล้อมตัวอย่างสบายๆ หากแต่คนได้รับคำตอบกลับต้องถอนหายใจ
“ไม่เอารักแบบน้องสิ เอารักแบบคนรักน่ะ”
เจ้าของใบหน้าหวานผงกหัวขึ้นจากไหล่หนา ก่อนจะมองใบหน้าหล่อคมแล้วยิ้มซน
“เอ....ตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ก็จำไม่ได้นะ เอาไว้คิดได้จะบอกละกัน”
เด็กหนุ่มตัวโตทำหน้าเหวอกับคำตอบของพี่ชายร่างบาง ทั้งๆที่คิดว่าจะได้ยินคำบอกรักจากปากอิ่มนี่แล้วเชียว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมพูดออกมาซะงั้น ทำไมคนบนตัวนี่ไม่ยอมบอกรักเขาล่ะ ทั้งๆที่เขาก็บอกอีกฝ่ายไปแล้วก็เลยอยากได้ยินความรู้สึกจากปากของพี่ชายบ้างนี่...
ใบหน้าหล่อคมบึ้งลงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เลยเรียกเสียงหัวเราะจากคนแกล้งได้ดังลั่น..
จองซูส่ายหน้าเมื่อเห็นเจ้าตัวดีหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ เด็กหนอเด็ก...ช่างงอนซะจริงๆ แต่ก็เพราะเป็นแบบนี้แหละเขาถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับเจ้าตัวมากแค่ไหน เพราะถ้าเป็นคนอื่นน้องก็จะไม่เอาแต่ใจและแสดงกริยาอย่างนี้ด้วยหรอก....
มือเรียวเลื่อนขึ้นจับแก้มสากของคนเอาแต่ใจก่อนจะบังคับให้หันกลับมาสบตากัน
“พี่จำไม่ได้ว่ารักยองอุนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พี่จำได้ว่าพี่รักยองอุนเพียงคนเดียว”
มือเรียวละออกจากใบหน้าคนเอาแต่ใจก่อนจะลุกไปจากเก้าอี้อาบแดด เด็กหนุ่มกระพริบตาทบทวนประโยคเมื่อครู่ก่อนริมฝีปากได้รูปจะคลี่ยิ้มออกมา ใบหน้าหล่อคมหันไปมองแผ่นหลังบางที่กำลังจะหายเข้าไปในบ้านแล้วเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินตามเข้าไป.....
เอวเล็กถูกคนที่เดินตามเข้ามารั้งเอาไว้ ร่างทั้งร่างถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากัน จองซูก้มหน้าหลบสายตาจากยองอุนที่มองลงมาที่เขา แม้จะรู้ตัวว่าพูดจาน่าอายออกไปหากแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะพูดแบบนั้น เพราะตอนนี้เขากับเจ้าตัวดีไม่ได้เป็นแค่พี่น้องกันแล้ว เพราะฉะนั้นการบอกรักกันมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่เขาคงพูดจา วาบหวามมากไปนิด เจ้าน้องชายจึงมีสายตาแบบนี้
“บอกรักยองอุนแล้วหนีทำไม”
มือใหญ่สอดประสานกันเอาไว้หลวมๆด้านหลังเอวบาง หลังจากที่แกล้งรั้งตัวพี่ชายเข้ามาเสียจนจมูกแทบชนกัน
“ใครว่าพี่บอกรักยองอุน....พี่ก็แค่ตอบไปตามที่ถาม”
เสียงหวานเบาหวิว ใบหน้านวลเริ่มขับสีขึ้นกว่าเดิม เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างถูกใจกับคำตอบนั้นของคนในวงแขน ก่อนจะก้มลงเอาปลายจมูกสัมผัสแก้มนวลที่แดงเรื่อ
“ฮื่อ...ไม่เอายองอุน พี่เหนียวตัว จะไปอาบน้ำแล้ว”
มือเรียวยันอกกว้างของเจ้าตัวดีไว้ เมื่ออีกฝ่ายไล้ปลายจมูกจากแก้มลงไปที่ลำคอ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร ร่างบางสะดุ้งเมื่อโดนขบเม้มตรงซอกคอแผ่วเบา และก่อนที่จะได้ประท้วงอะไรอีก คนที่ฝากร่องรอยไว้บนคอก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับทาบริมฝีปากได้รูปเขากับเรียวปากอิ่มอย่างไม่ให้ตั้งตัว.....
มือเรียวที่เคยดันอกกว้างเอาไว้ ตอนนี้กลับทำได้แค่วางทาบลงไปบนนั้นเฉยๆ เอวเล็กถูกรั้งให้แนบชิดกับร่างกายใหญ่โตของเจ้าตัวดี สัมผัสจากมือใหญ่ที่ลูบไล้อยู่กับแผ่นหลังบางสร้างความเพลิดเพลินและวาบหวิวเสียจนต้องเบียดตัวเข้าไปหา
ริมฝีปากได้รูปขบย้ำอยู่บนเรียวปากอิ่มก่อนจะไล้ปลายลิ้นไปบนนั้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เมื่อรับรู้ว่าคนเป็นน้องต้องการอะไร และเพราะไม่อาจต้านแรงปรารถนาในใจของตัวเองได้อีกต่อไป เรียวปากอิ่มจึงเผยออกรับจูบและปลายลิ้นของคนเป็นน้องอย่างเต็มใจ
“อื่อ....”
เสียงหวานครางต่ำรู้สึกพึงใจกับรสจูบที่แสนจะอ่อนหวานแต่ก็ร้อนแรงอยู่ในที สัมผัสที่คนเป็นน้องส่งมาให้กำลังทำเอาเคลิ้มตาม คิ้วเรียวขมวดเพราะคิดว่าเจ้าตัวดีชักจะจูบเก่งไปแล้ว ความร้อนในตัวปะทุขึ้นมาต่อเนื่อง มือใหญ่ยกขึ้นประคองแก้มของคนที่เขากำลังลิ้มรสความหอมหวาน ยิ่งได้จูบก็ยิ่งรู้สึกพึงใจกับรสชาติหวานล้ำที่ได้รับ แม้พี่ชายคนดีจะไม่ได้จูบตอบกลับมาเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าพี่ชายร่างบางน่าหลงใหลเหลือเกิน
ทั้งสองคนวนเวียนแลกเปลี่ยนสัมผัสซึ่งกันและกันอยู่แบบนั้น สัมผัสที่เปลี่ยนจากความเป็นพี่น้องไปโดยสิ้นเชิง เจ้าของใบหน้าหล่อคมละจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นคนที่ประคองพวงแก้มเอาไว้หายใจไม่ทัน มือใหญ่ลูบผมนุ่มแผ่วเบาก่อนจะจูบมุมปากของคนในวงแขนอย่างอ่อนโยน
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อยู่ๆก็ถูกช้อนตัวขึ้นอุ้ม ความตกใจเลยทำให้ต้องวาดแขนโอบลำคอแกร่งเพราะกลัวตกเอาไว้ เงยหน้าขึ้นส่งสายตาเป็นคำถามว่าคนอุ้มจะทำอะไร แล้วก็ต้องก้มหน้างุดเมื่อเจอเข้ากับสายตาของอดีตน้องชาย
“พี่จองซูเคยบอกว่าให้ยองอุนได้ทุกอย่าง....ตอนนี้ยองอุนได้หัวใจมาแล้วเหลือตัว....ให้ยองอุนได้ไหม?”
เด็กหนุ่มมองคนในวงแขนที่กำลังอุ้มอยู่ เสียงห้าวติดจะเอาแต่ใจดังแผ่ว แม้จะอยากต่อว่ากับคำขอที่แสนเอาแต่ใจของเจ้าตัวดี หากแต่กลับพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ในใจเต้นรัวกับคำขอตรงๆนั้น อยากปฏิเสธหากแต่ในส่วนลึกของจิตใจกลับเรียกร้อง
“หือ...อนุญาตไหม?”
คนอุ้มเร่งเร้า ใบหน้าของเด็กหนุ่มช่างเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าคนที่อุ้มอยู่จะไม่ปฏิเสธ ร่างบางกัดปากก่อนจะซุกหน้าลงกับอกกว้างเพื่อซ่อนความอายก่อนจะตอบน้องชายออกไป
“ถ้าบอกว่า ‘ไม่ยกให้’ จะปล่อยพี่ลงหรือเปล่าล่ะ?”
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มก่อนจะก้มลงมาหาคนในวงแขน
“ไม่มีทาง”
คนโดนอุ้มถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้าตัวดี ใบหน้าหวานขึ้นสีจนเห็นได้ชัด หากแต่คนอายก็ยังพยายามสะกดอาการนั้นลงไปให้ได้ แล้วเอื้อนเอ่ย
“ถ้าอย่างนั้นจะมาถามเอาอะไรล่ะ….เด็กบ้า!”
พูดจบก็ซุกหน้าลงกับไหล่ของคนอายุน้อยกว่า เด็กหนุ่มยิ้มอย่างชอบใจในคำตอบก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปจูบปากอิ่มอย่างขอบคุณ
จองซูผวาเฮือกเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงหนานุ่ม มือเรียวยกขึ้นยันไหล่หนาของคนที่วางเขาลงบนเตียงเพราะตกใจ ดวงตาโตลืมขึ้นก่อนจะพบเข้ากับเจ้าของริมฝีปากที่ยังครอบครองเรียวปากนุ่มของเขาเอาไว้ไม่ปล่อย
“อือ”
ครางประท้วงมือโดนมือใหญ่สอดเข้ามาทางชายเสื้อและแตะสัมผัสอยู่ตรงแผ่นอกเนียนเรียบ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ความซ่านหวิวแล่นเข้าจู่โจมเมื่อโดนมือร้อนปัดผ่านส่วนอ่อนไหนบนอกนั้นอย่างจงใจ
มือเรียวกำแขนเสื้อคนเป็นน้องแน่น ในหัวเบลอไปกับสัมผัสชวนหวิวแต่ก็ทำให้ยอมโอนอ่อนผ่อนตามได้อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยง แล้วเสื้อยืดตัวเก่งก็ถูกดันให้หลุดออกไปจากตัวทางศีรษะ ใบหน้าหวานยุ่งเหยิง สัมผัสจากริมฝีปากได้รูปและปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับเรียวปากอิ่มและใบหน้าหวาน
จองซูปิดปากห้ามเสียงน่าอายเมื่อโดนมือใหญ่ของเจ้าตัวดีบีบคลึงอยู่ที่ยอดอก คนเป็นน้องที่ตอนนี้ละจูบออกไปแล้วหากแต่ใบหน้าหล่อคมกลับซุกไซร้อยู่กับซอกคอของตน แล้วร่างบางก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บปนหวิวจากการโดนขบเม้มเนื้อตรงซอกคอ อยากเอ่ยปากห้ามไม่ให้คนที่ทาบทับอยู่ทำ หากแต่ก็ไม่สามารถเปิดปากได้เพราะกลัวจะส่งเสียงน่าอายออกมาอีก
คนตัวโตเงยหน้าขึ้นมาจ้องใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม ลมหายใจของพี่ชายไม่สม่ำเสมอ มือใหญ่ลูบผมนิ่มใกล้มือแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงไปหาเรียวปากอิ่มอีกครั้ง มือเรียวเลื่อนขึ้นจากแขนแกร่งสอดผ่านช่วงคอหนาแล้วไปประสานกันไว้ที่ท้ายทอยของคนด้านบน เด็กหนุ่มยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่างเรียวปากอิ่มและใบหน้าหวาน หากแต่มือใหญ่กลับสัมผัสไปทั่วร่างกายของคนรัก ผิวเนียนลื่นมือทำให้อยากไล้ปลายนิ้วไปให้ทั่ว
ปลายนิ้วยาวเลื่อนไปจนถึงกางเกงขาสั้นของอีกฝ่ายก่อนจะรูดมันลงจากสะโพกมนไม่ยากนัก และทันทีที่กางเกงถูกถอดออกไปชั้นในตัวเล็กก็ถูกถอดตาม ร่างเปลือยเปล่าสะท้อนกับแสงไฟยิ่งทำให้ร่างนั้นดูขาวกระจ่างตามากขึ้น ยองอุนมองร่างของคนข้างใต้อย่างพึงใจและหลงใหล ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปจูบที่อกเนียนแผ่วเบา
คนได้รับสัมผัสสะดุ้งหากแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือที่คล้องคอคนตัวโตออก ใบหน้าของร่างบางแดงเรือจนเห็นชัด ฝ่ามือร้อนลูบไล้ลงไปยังเรียวขากลมกลึง เจ้าของเรือนร่างที่โดนสำรวจรู้สึกหวิวเมื่อหน้าท้องแบนราบถูกจูบซับ แล้วก็ยิ่งซ่านไหวเมื่อเจ้าของใบหน้าที่แนบอยู่ตรงนั้นจูบสะดือเขาเบาๆ มือเรียวรีบรั้งใบหน้าของเจ้าตัวดีที่ชักเลื่อนต่ำลงทุกทีเอาไว้ให้หยุดอยู่แค่ท้องน้อย
“ทำอะไรยองอุน อย่าทำนะ!”
เหมือนจะรู้ทันว่าน้องจะทำอะไรเลยเอ่ยห้ามเสียงจริงจัง
“ทำไม?”
คนตัวโตถามก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย
“มันสกปรก”
เจ้าของใบหน้าหล่อคมคลี่ยิ้ม ก่อนจะก้มลงจูบหน้าท้องแบนราบของร่างข้างใต้อีกครั้ง
“ก็เพราะมันสกปรกไงถึงต้องทำความสะอาด”
เสียงห้าวเอ่ยอย่างหยอกเจ้าเล่ห์ เลยโดนทุบไปซะหนึ่งทีข้อหากวนไม่เลือกที่เลือกเวลา คนโดนทุบไม่ได้รู้สึกเจ็บหากแต่กลับหัวเราะชอบใจที่เห็นใบหน้าของพี่ชายร่างบางแดงหนักขึ้นกว่าเก่า เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้น ก่อนจะจูบปากอิ่มเบาๆ แล้วส่งปลายลิ้นเข้าไปในปากอิ่มนั้น อารมณ์ร้อนแรงกลับมาอีกครั้ง เอวบางถูกแขนแกร่งสอดเข้าโอบกอดเอาไว้ ดวงตาโตหลับลงก่อนจะส่งปลายลิ้นออกมาแตะสัมผัสกับลิ้นของคนบนตัวภายนอก
“อื้อ...”
ร่างบางส่งเสียงออกมาเมื่อมือใหญ่ดันขาเรียวให้แยกออกว้าง รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะแทรกกายเข้ามา ความเจ็บแล่นริ้วจนต้องขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มตัวโตค่อยๆไม่รีบร้อนเพราะรับรู้ว่าคนข้างใต้เจ็บ ปากร้อนเฝ้าวนเวียนอยู่กับใบหน้าหวานและลำคอระหง หวังว่าสัมผัสเหล่านั้นจะทำให้คนรักคลายความเจ็บลงบ้าง
เด็กหนุ่มกัดฟันอดทนที่จะไม่รีบร้อน แม้ว่าอารมณ์ของเขาจะพุ่งสูงกว่าที่แสดงออกมามากเหลือเกิน คนโดนแทรกกายเข้ามากัดปากก่อนจะพยายามไม่เกร็ง แขนเรียวยกขึ้นโอบกอดลำคอของคนข้างบนเอาไว้เพราะต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว ดวงตาโตหลับลงเพื่อห้ามความเจ็บปวด
“เจ็บไหม?”
เอ่ยถามข้างหูเล็กก่อนจะเบี่ยงหน้าเขาจูบตรงนั้นเพื่อเอาใจ
“อืม...”
ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงตอบรับหรือเสียงคราง เจ้าของใบหน้าหล่อคมยังอยู่นิ่งต่อไปอีกสักพัก คนด้านบนก้มลงมาจูบปากอิ่มแล้วเอ่ยถาม
“หายเจ็บหรือยัง?”
คนโดนถามพยักหน้าก่อนจะเผยปากรับจูบจากอีกฝ่าย คนตัวโตเริ่มขยับช้าๆ
“อ๊ะ...อื่อ”
เสียงหวานดังอยู่ข้างหูบ่งบอกว่าความเจ็บของฝ่ายนั้นลดลงแล้ว เด็กหนุ่มขยับกายเร็วขึ้นก่อนจะก้มลงไปจูบพี่ชายร่างบาง เด็กหนุ่มดูดลิ้นเล็กที่ยื่นออกมาก่อนจะรั้งร่างทั้งร่างให้ยิ่งแนบชิด การขยับตัวเร็วขึ้นอีกโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ผละจูบออกจากกัน
แขนเล็กรั้งลำคอแกร่งเอาไว้แน่น ขาเรียวแยกออกว้างกว่าเก่าเพื่อเปิดทางให้คนด้านบนขยับกายได้ถนัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นความสุข ปลายจมูกโด่งแตะอยู่ที่ขมับชื้นเหงื่อและซอกคอหอม
“อืม...ยองอุน”
“หืม..”
ขานรับกับเสียงหวานที่เอ่ยเรียกชื่อเขา ใบหน้าหล่อคมซึมไปด้วยเหงื่อการขยับกายรุนแรงขึ้นกว่าเก่า ร่างบางซุกใบหน้าเข้ากับแก้มสาก นิ้วเล็กสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนา
มือร้อนลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าก่อนจะเคลื่อนกายแรงขึ้นอีก
“อ๊า...”
เสียงครางที่ดังอยู่ข้างหูยิ่งเป็นตัวเร่งให้อารมณ์ร้อนขึ้นอีก เด็กหนุ่มซุกปลายจมูกลงบนบ่าเล็กแล้วเคลื่อนกายถี่กระชั้น
แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเมื่อไปถึงที่สุด ร่างทั้งร่างถูกคนด้านบนดึงให้เบียดเข้าหาก่อนที่ร่างใหญ่นั้นจะทิ้งตัวทาบทับลงมาเมื่อไปถึงที่สุดของอารมณ์เช่นกัน
แม้จะเหนื่อยอ่อนหากแต่จองซูก็ยังไม่หมดสติในทันที เขายังรับรู้ถึงสัมผัสจากปลายจมูกโด่งที่ข้างแก้มและริมฝีปากร้อนที่ทาบลงมาที่ปากตัวเอง เอวเล็กถูกกอดเอาไว้อย่างทะนุถนอม มือเรียววางลงบนแผ่นหลังกว้างที่หอบสะท้านไม่แพ้กัน.....
To be con.
..
...
แล้วการทานอาหารก็เสร็จสิ้น เด็กหนุ่มตัวโตจึงพาพี่ชายร่างบางมานั่งยังเก้าอี้อาบแดดข้างสระเพื่อดูดาวกัน
“อาหารอร่อยไหม ถูกใจหรือเปล่า?”
ใบหน้าหวานที่เงยขึ้นมองดาวหันมายิ้มให้คนที่นั่งกอดเอวตัวเองอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกัน
“อร่อยสิ......ขอบใจยองอุนมากนะ พี่ชอบมาก”
บอกออกไปอย่างจริงใจ ทั้งสองคนสบตาและยิ้มให้กันก่อนที่คนได้รับคำขอบคุณจะเลื่อนสายตาลงไปยังเรียวปากอิ่มคล้ายจะบอกว่าอยากได้อะไรที่มากกว่าคำว่าขอบคุณจากเรียวปากนั้น
ร่างบางหัวเราะกับกริยานั้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปประทับสัมผัสลงบนริมฝีปากได้รูป จูบแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนหน้าออกมา แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าเกลื่อนดาว
คนได้รับจุมพิตเป็นรางวัลยิ้มอย่างชอบใจแล้วรั้งร่างเจ้าของจุมพิตให้แน่นเข้าอีก แผ่นหลังบางเบียดชิดกับอกอุ่น มือใหญ่สอดโอบรัดเอวเล็กอย่างรักใคร่ สายลมตอนดึกเช่นนี้พัดไม่เบานัก อากาศที่ร้อนอบอ้าวตอนกลางวันก็เย็นขึ้นมากหากแต่คนที่นั่งกอดกันอยู่บนเก้าอี้อาบแดดตัวใหญ่กลับไม่รู้สึกหนาว เป็นนานที่คนทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยปากพูดจากัน เพราะแค่เพียงสัมผัสที่มีอยู่ก็มากเพียงพอแล้ว
มือใหญ่ยกขึ้นสางเส้นผมนุ่มลื่นที่ปลิวตามแรงลมในตอนหนึ่ง แล้วคนตัวโตก็รั้งศีรษะเล็กของพี่ชายร่างบางให้ซบลงกับไหล่ของตน
“พี่จองซู ยองอุนถามอะไรสักอย่างได้ไหม?”
คนที่เอนซบอยู่กับไหล่กว้างเลิกคิ้ว ก่อนจะยกแขนวางพาดเอวหนาของเจ้าเด็กมีปัญหาไปด้วย
“อยากถามอะไรล่ะ ถามมาสิ”
คนมีคำถามเงียบไปนิดก่อนจะขยับปาก
“พี่จองซูเริ่มรักยองอุนตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ได้ฟังคำถามแล้วก็ต้องหัวเราะออกมา เริ่มจะรู้ว่าเจ้าตัวดีต้องการอะไร แต่อย่าหวังว่าเขาจะยอมบอกง่ายๆ
“ก็ตั้งแต่ยองอุนเกิดมาเป็นน้องพี่ ตอนเด็กๆยองอุนน่ารักจะตาย”
ตอบเจ้าของอ้อมแขนที่โอบล้อมตัวอย่างสบายๆ หากแต่คนได้รับคำตอบกลับต้องถอนหายใจ
“ไม่เอารักแบบน้องสิ เอารักแบบคนรักน่ะ”
เจ้าของใบหน้าหวานผงกหัวขึ้นจากไหล่หนา ก่อนจะมองใบหน้าหล่อคมแล้วยิ้มซน
“เอ....ตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ก็จำไม่ได้นะ เอาไว้คิดได้จะบอกละกัน”
เด็กหนุ่มตัวโตทำหน้าเหวอกับคำตอบของพี่ชายร่างบาง ทั้งๆที่คิดว่าจะได้ยินคำบอกรักจากปากอิ่มนี่แล้วเชียว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมพูดออกมาซะงั้น ทำไมคนบนตัวนี่ไม่ยอมบอกรักเขาล่ะ ทั้งๆที่เขาก็บอกอีกฝ่ายไปแล้วก็เลยอยากได้ยินความรู้สึกจากปากของพี่ชายบ้างนี่...
ใบหน้าหล่อคมบึ้งลงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เลยเรียกเสียงหัวเราะจากคนแกล้งได้ดังลั่น..
จองซูส่ายหน้าเมื่อเห็นเจ้าตัวดีหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ เด็กหนอเด็ก...ช่างงอนซะจริงๆ แต่ก็เพราะเป็นแบบนี้แหละเขาถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับเจ้าตัวมากแค่ไหน เพราะถ้าเป็นคนอื่นน้องก็จะไม่เอาแต่ใจและแสดงกริยาอย่างนี้ด้วยหรอก....
มือเรียวเลื่อนขึ้นจับแก้มสากของคนเอาแต่ใจก่อนจะบังคับให้หันกลับมาสบตากัน
“พี่จำไม่ได้ว่ารักยองอุนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พี่จำได้ว่าพี่รักยองอุนเพียงคนเดียว”
มือเรียวละออกจากใบหน้าคนเอาแต่ใจก่อนจะลุกไปจากเก้าอี้อาบแดด เด็กหนุ่มกระพริบตาทบทวนประโยคเมื่อครู่ก่อนริมฝีปากได้รูปจะคลี่ยิ้มออกมา ใบหน้าหล่อคมหันไปมองแผ่นหลังบางที่กำลังจะหายเข้าไปในบ้านแล้วเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินตามเข้าไป.....
เอวเล็กถูกคนที่เดินตามเข้ามารั้งเอาไว้ ร่างทั้งร่างถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากัน จองซูก้มหน้าหลบสายตาจากยองอุนที่มองลงมาที่เขา แม้จะรู้ตัวว่าพูดจาน่าอายออกไปหากแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะพูดแบบนั้น เพราะตอนนี้เขากับเจ้าตัวดีไม่ได้เป็นแค่พี่น้องกันแล้ว เพราะฉะนั้นการบอกรักกันมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่เขาคงพูดจา วาบหวามมากไปนิด เจ้าน้องชายจึงมีสายตาแบบนี้
“บอกรักยองอุนแล้วหนีทำไม”
มือใหญ่สอดประสานกันเอาไว้หลวมๆด้านหลังเอวบาง หลังจากที่แกล้งรั้งตัวพี่ชายเข้ามาเสียจนจมูกแทบชนกัน
“ใครว่าพี่บอกรักยองอุน....พี่ก็แค่ตอบไปตามที่ถาม”
เสียงหวานเบาหวิว ใบหน้านวลเริ่มขับสีขึ้นกว่าเดิม เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างถูกใจกับคำตอบนั้นของคนในวงแขน ก่อนจะก้มลงเอาปลายจมูกสัมผัสแก้มนวลที่แดงเรื่อ
“ฮื่อ...ไม่เอายองอุน พี่เหนียวตัว จะไปอาบน้ำแล้ว”
มือเรียวยันอกกว้างของเจ้าตัวดีไว้ เมื่ออีกฝ่ายไล้ปลายจมูกจากแก้มลงไปที่ลำคอ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร ร่างบางสะดุ้งเมื่อโดนขบเม้มตรงซอกคอแผ่วเบา และก่อนที่จะได้ประท้วงอะไรอีก คนที่ฝากร่องรอยไว้บนคอก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับทาบริมฝีปากได้รูปเขากับเรียวปากอิ่มอย่างไม่ให้ตั้งตัว.....
มือเรียวที่เคยดันอกกว้างเอาไว้ ตอนนี้กลับทำได้แค่วางทาบลงไปบนนั้นเฉยๆ เอวเล็กถูกรั้งให้แนบชิดกับร่างกายใหญ่โตของเจ้าตัวดี สัมผัสจากมือใหญ่ที่ลูบไล้อยู่กับแผ่นหลังบางสร้างความเพลิดเพลินและวาบหวิวเสียจนต้องเบียดตัวเข้าไปหา
ริมฝีปากได้รูปขบย้ำอยู่บนเรียวปากอิ่มก่อนจะไล้ปลายลิ้นไปบนนั้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เมื่อรับรู้ว่าคนเป็นน้องต้องการอะไร และเพราะไม่อาจต้านแรงปรารถนาในใจของตัวเองได้อีกต่อไป เรียวปากอิ่มจึงเผยออกรับจูบและปลายลิ้นของคนเป็นน้องอย่างเต็มใจ
“อื่อ....”
เสียงหวานครางต่ำรู้สึกพึงใจกับรสจูบที่แสนจะอ่อนหวานแต่ก็ร้อนแรงอยู่ในที สัมผัสที่คนเป็นน้องส่งมาให้กำลังทำเอาเคลิ้มตาม คิ้วเรียวขมวดเพราะคิดว่าเจ้าตัวดีชักจะจูบเก่งไปแล้ว ความร้อนในตัวปะทุขึ้นมาต่อเนื่อง มือใหญ่ยกขึ้นประคองแก้มของคนที่เขากำลังลิ้มรสความหอมหวาน ยิ่งได้จูบก็ยิ่งรู้สึกพึงใจกับรสชาติหวานล้ำที่ได้รับ แม้พี่ชายคนดีจะไม่ได้จูบตอบกลับมาเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าพี่ชายร่างบางน่าหลงใหลเหลือเกิน
ทั้งสองคนวนเวียนแลกเปลี่ยนสัมผัสซึ่งกันและกันอยู่แบบนั้น สัมผัสที่เปลี่ยนจากความเป็นพี่น้องไปโดยสิ้นเชิง เจ้าของใบหน้าหล่อคมละจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นคนที่ประคองพวงแก้มเอาไว้หายใจไม่ทัน มือใหญ่ลูบผมนุ่มแผ่วเบาก่อนจะจูบมุมปากของคนในวงแขนอย่างอ่อนโยน
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อยู่ๆก็ถูกช้อนตัวขึ้นอุ้ม ความตกใจเลยทำให้ต้องวาดแขนโอบลำคอแกร่งเพราะกลัวตกเอาไว้ เงยหน้าขึ้นส่งสายตาเป็นคำถามว่าคนอุ้มจะทำอะไร แล้วก็ต้องก้มหน้างุดเมื่อเจอเข้ากับสายตาของอดีตน้องชาย
“พี่จองซูเคยบอกว่าให้ยองอุนได้ทุกอย่าง....ตอนนี้ยองอุนได้หัวใจมาแล้วเหลือตัว....ให้ยองอุนได้ไหม?”
เด็กหนุ่มมองคนในวงแขนที่กำลังอุ้มอยู่ เสียงห้าวติดจะเอาแต่ใจดังแผ่ว แม้จะอยากต่อว่ากับคำขอที่แสนเอาแต่ใจของเจ้าตัวดี หากแต่กลับพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ในใจเต้นรัวกับคำขอตรงๆนั้น อยากปฏิเสธหากแต่ในส่วนลึกของจิตใจกลับเรียกร้อง
“หือ...อนุญาตไหม?”
คนอุ้มเร่งเร้า ใบหน้าของเด็กหนุ่มช่างเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าคนที่อุ้มอยู่จะไม่ปฏิเสธ ร่างบางกัดปากก่อนจะซุกหน้าลงกับอกกว้างเพื่อซ่อนความอายก่อนจะตอบน้องชายออกไป
“ถ้าบอกว่า ‘ไม่ยกให้’ จะปล่อยพี่ลงหรือเปล่าล่ะ?”
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มก่อนจะก้มลงมาหาคนในวงแขน
“ไม่มีทาง”
คนโดนอุ้มถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้าตัวดี ใบหน้าหวานขึ้นสีจนเห็นได้ชัด หากแต่คนอายก็ยังพยายามสะกดอาการนั้นลงไปให้ได้ แล้วเอื้อนเอ่ย
“ถ้าอย่างนั้นจะมาถามเอาอะไรล่ะ….เด็กบ้า!”
พูดจบก็ซุกหน้าลงกับไหล่ของคนอายุน้อยกว่า เด็กหนุ่มยิ้มอย่างชอบใจในคำตอบก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปจูบปากอิ่มอย่างขอบคุณ
จองซูผวาเฮือกเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงหนานุ่ม มือเรียวยกขึ้นยันไหล่หนาของคนที่วางเขาลงบนเตียงเพราะตกใจ ดวงตาโตลืมขึ้นก่อนจะพบเข้ากับเจ้าของริมฝีปากที่ยังครอบครองเรียวปากนุ่มของเขาเอาไว้ไม่ปล่อย
“อือ”
ครางประท้วงมือโดนมือใหญ่สอดเข้ามาทางชายเสื้อและแตะสัมผัสอยู่ตรงแผ่นอกเนียนเรียบ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ความซ่านหวิวแล่นเข้าจู่โจมเมื่อโดนมือร้อนปัดผ่านส่วนอ่อนไหนบนอกนั้นอย่างจงใจ
มือเรียวกำแขนเสื้อคนเป็นน้องแน่น ในหัวเบลอไปกับสัมผัสชวนหวิวแต่ก็ทำให้ยอมโอนอ่อนผ่อนตามได้อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยง แล้วเสื้อยืดตัวเก่งก็ถูกดันให้หลุดออกไปจากตัวทางศีรษะ ใบหน้าหวานยุ่งเหยิง สัมผัสจากริมฝีปากได้รูปและปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับเรียวปากอิ่มและใบหน้าหวาน
จองซูปิดปากห้ามเสียงน่าอายเมื่อโดนมือใหญ่ของเจ้าตัวดีบีบคลึงอยู่ที่ยอดอก คนเป็นน้องที่ตอนนี้ละจูบออกไปแล้วหากแต่ใบหน้าหล่อคมกลับซุกไซร้อยู่กับซอกคอของตน แล้วร่างบางก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บปนหวิวจากการโดนขบเม้มเนื้อตรงซอกคอ อยากเอ่ยปากห้ามไม่ให้คนที่ทาบทับอยู่ทำ หากแต่ก็ไม่สามารถเปิดปากได้เพราะกลัวจะส่งเสียงน่าอายออกมาอีก
คนตัวโตเงยหน้าขึ้นมาจ้องใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม ลมหายใจของพี่ชายไม่สม่ำเสมอ มือใหญ่ลูบผมนิ่มใกล้มือแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงไปหาเรียวปากอิ่มอีกครั้ง มือเรียวเลื่อนขึ้นจากแขนแกร่งสอดผ่านช่วงคอหนาแล้วไปประสานกันไว้ที่ท้ายทอยของคนด้านบน เด็กหนุ่มยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่างเรียวปากอิ่มและใบหน้าหวาน หากแต่มือใหญ่กลับสัมผัสไปทั่วร่างกายของคนรัก ผิวเนียนลื่นมือทำให้อยากไล้ปลายนิ้วไปให้ทั่ว
ปลายนิ้วยาวเลื่อนไปจนถึงกางเกงขาสั้นของอีกฝ่ายก่อนจะรูดมันลงจากสะโพกมนไม่ยากนัก และทันทีที่กางเกงถูกถอดออกไปชั้นในตัวเล็กก็ถูกถอดตาม ร่างเปลือยเปล่าสะท้อนกับแสงไฟยิ่งทำให้ร่างนั้นดูขาวกระจ่างตามากขึ้น ยองอุนมองร่างของคนข้างใต้อย่างพึงใจและหลงใหล ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปจูบที่อกเนียนแผ่วเบา
คนได้รับสัมผัสสะดุ้งหากแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือที่คล้องคอคนตัวโตออก ใบหน้าของร่างบางแดงเรือจนเห็นชัด ฝ่ามือร้อนลูบไล้ลงไปยังเรียวขากลมกลึง เจ้าของเรือนร่างที่โดนสำรวจรู้สึกหวิวเมื่อหน้าท้องแบนราบถูกจูบซับ แล้วก็ยิ่งซ่านไหวเมื่อเจ้าของใบหน้าที่แนบอยู่ตรงนั้นจูบสะดือเขาเบาๆ มือเรียวรีบรั้งใบหน้าของเจ้าตัวดีที่ชักเลื่อนต่ำลงทุกทีเอาไว้ให้หยุดอยู่แค่ท้องน้อย
“ทำอะไรยองอุน อย่าทำนะ!”
เหมือนจะรู้ทันว่าน้องจะทำอะไรเลยเอ่ยห้ามเสียงจริงจัง
“ทำไม?”
คนตัวโตถามก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย
“มันสกปรก”
เจ้าของใบหน้าหล่อคมคลี่ยิ้ม ก่อนจะก้มลงจูบหน้าท้องแบนราบของร่างข้างใต้อีกครั้ง
“ก็เพราะมันสกปรกไงถึงต้องทำความสะอาด”
เสียงห้าวเอ่ยอย่างหยอกเจ้าเล่ห์ เลยโดนทุบไปซะหนึ่งทีข้อหากวนไม่เลือกที่เลือกเวลา คนโดนทุบไม่ได้รู้สึกเจ็บหากแต่กลับหัวเราะชอบใจที่เห็นใบหน้าของพี่ชายร่างบางแดงหนักขึ้นกว่าเก่า เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้น ก่อนจะจูบปากอิ่มเบาๆ แล้วส่งปลายลิ้นเข้าไปในปากอิ่มนั้น อารมณ์ร้อนแรงกลับมาอีกครั้ง เอวบางถูกแขนแกร่งสอดเข้าโอบกอดเอาไว้ ดวงตาโตหลับลงก่อนจะส่งปลายลิ้นออกมาแตะสัมผัสกับลิ้นของคนบนตัวภายนอก
“อื้อ...”
ร่างบางส่งเสียงออกมาเมื่อมือใหญ่ดันขาเรียวให้แยกออกว้าง รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะแทรกกายเข้ามา ความเจ็บแล่นริ้วจนต้องขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มตัวโตค่อยๆไม่รีบร้อนเพราะรับรู้ว่าคนข้างใต้เจ็บ ปากร้อนเฝ้าวนเวียนอยู่กับใบหน้าหวานและลำคอระหง หวังว่าสัมผัสเหล่านั้นจะทำให้คนรักคลายความเจ็บลงบ้าง
เด็กหนุ่มกัดฟันอดทนที่จะไม่รีบร้อน แม้ว่าอารมณ์ของเขาจะพุ่งสูงกว่าที่แสดงออกมามากเหลือเกิน คนโดนแทรกกายเข้ามากัดปากก่อนจะพยายามไม่เกร็ง แขนเรียวยกขึ้นโอบกอดลำคอของคนข้างบนเอาไว้เพราะต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว ดวงตาโตหลับลงเพื่อห้ามความเจ็บปวด
“เจ็บไหม?”
เอ่ยถามข้างหูเล็กก่อนจะเบี่ยงหน้าเขาจูบตรงนั้นเพื่อเอาใจ
“อืม...”
ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงตอบรับหรือเสียงคราง เจ้าของใบหน้าหล่อคมยังอยู่นิ่งต่อไปอีกสักพัก คนด้านบนก้มลงมาจูบปากอิ่มแล้วเอ่ยถาม
“หายเจ็บหรือยัง?”
คนโดนถามพยักหน้าก่อนจะเผยปากรับจูบจากอีกฝ่าย คนตัวโตเริ่มขยับช้าๆ
“อ๊ะ...อื่อ”
เสียงหวานดังอยู่ข้างหูบ่งบอกว่าความเจ็บของฝ่ายนั้นลดลงแล้ว เด็กหนุ่มขยับกายเร็วขึ้นก่อนจะก้มลงไปจูบพี่ชายร่างบาง เด็กหนุ่มดูดลิ้นเล็กที่ยื่นออกมาก่อนจะรั้งร่างทั้งร่างให้ยิ่งแนบชิด การขยับตัวเร็วขึ้นอีกโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ผละจูบออกจากกัน
แขนเล็กรั้งลำคอแกร่งเอาไว้แน่น ขาเรียวแยกออกว้างกว่าเก่าเพื่อเปิดทางให้คนด้านบนขยับกายได้ถนัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นความสุข ปลายจมูกโด่งแตะอยู่ที่ขมับชื้นเหงื่อและซอกคอหอม
“อืม...ยองอุน”
“หืม..”
ขานรับกับเสียงหวานที่เอ่ยเรียกชื่อเขา ใบหน้าหล่อคมซึมไปด้วยเหงื่อการขยับกายรุนแรงขึ้นกว่าเก่า ร่างบางซุกใบหน้าเข้ากับแก้มสาก นิ้วเล็กสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนา
มือร้อนลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าก่อนจะเคลื่อนกายแรงขึ้นอีก
“อ๊า...”
เสียงครางที่ดังอยู่ข้างหูยิ่งเป็นตัวเร่งให้อารมณ์ร้อนขึ้นอีก เด็กหนุ่มซุกปลายจมูกลงบนบ่าเล็กแล้วเคลื่อนกายถี่กระชั้น
แผ่นหลังบางแอ่นโค้งเมื่อไปถึงที่สุด ร่างทั้งร่างถูกคนด้านบนดึงให้เบียดเข้าหาก่อนที่ร่างใหญ่นั้นจะทิ้งตัวทาบทับลงมาเมื่อไปถึงที่สุดของอารมณ์เช่นกัน
แม้จะเหนื่อยอ่อนหากแต่จองซูก็ยังไม่หมดสติในทันที เขายังรับรู้ถึงสัมผัสจากปลายจมูกโด่งที่ข้างแก้มและริมฝีปากร้อนที่ทาบลงมาที่ปากตัวเอง เอวเล็กถูกกอดเอาไว้อย่างทะนุถนอม มือเรียววางลงบนแผ่นหลังกว้างที่หอบสะท้านไม่แพ้กัน.....
To be con.


