Title : ไหนว่าแกล้งรัก [ Chapter 1..ครึ่งหลัง.. ]
Author : Ayo
Paring : KangTeuk
Rating : PG-13 (This part)
Genre : Romantic / Comedy
Author’s Note : พอดีคราวที่แล้วเกิดความผิดพลาดนิดหน่อยทำให้บท 1 ลงได้ไม่หมดอ่ะนะคะ เลยขอแยกเป็นบทที่ 1.5 ไปละกัน ^^” ต้องขอโทษทุกคนจริงๆค่ะ เอาล่ะ ไปอ่านต่อกันอีกนิดนึงนะ บทที่ 2 จะตามมาคาดว่าประมาณอีกหนึ่งอาทิตย์ค่ะ เพราะช่วงนี้คนเขียนติดสอบเน้ออออ
++++++++++++++++++++
ภายในห้องทำงานที่กว้างขวางและตกแต่งไว้อย่างลงตัว ที่โซฟาตัวยาว มีหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวทันสมัยนั่งไขว่ห้างจิบน้ำชาสบายอยู่ ข้างกายเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่หล่อนให้ได้ทุกอย่างกำลังนั่งทำหน้าเซ็งอย่างไม่ปิดบังนั่งอยู่ด้วย
"เมื่อไหร่คนรู้ใจของแกจะมาคังอิน ฉันรอมาหลายนาทีแล้วนะ หรือว่าแกโกหกแม่ คิดว่าพอแม่เบื่อจะกลับไปเองใช่มั้ยถ้าวันนี้ฉันไม่เห็นหน้าแฟนแกล่ะก็ แกต้องหมั่นกับหนูยูริ"
เป็นคำขาดที่แม่เขายื่นมาให้ และเขาก็ไม่รู้จะหาทางให้แม่เปลี่ยนใจได้ยังไง เนื่องจากแม่เขาทำท่าจะปลื้มว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้มาก แถมเขาเองก็เคยคั่วเธออยู่พักหนึ่ง งานนี้จะโทษแม่เขาว่าเจ้ากี้เจ้าการซะทีเดียวก็ไม่ถูก เขาเองตอนที่ยังคบอยู่กับเจ้าหล่อนก็ดันคิดว่าเธอเป็นคนที่ถูกใจ แต่พอนานไปมันชักจะไม่เวิร์คซะแล้ว เฮ้อ...หาห่วงมาผูกคอได้อีก แล้วนี่แฟนจำเป็นเขาเมื่อไหร่จะมา ไหนส่งข้อความมาว่าถึงหน้าโรงแรมแล้วไง ชักช้าชะมัดเลยฮีซอล!
"นี่ถ้าอีก2นาทีแฟนแกยังไม่มาแม่จะพาแกไปหาหนูยูริแล้วนะ"
"โธ่แม่ใจเย็นสิครับ แฟนผมเขากำลังมา เขามาเจอแม่นะครับก็ต้องพิถีพิถันในการแต่งตัวกันหน่อย" ว่าเข้านั่น แต่ก็อาจเป็นไปได้ ฮีซอลมันยิ่งถ้าไม่เด้งไม่ออกจากบ้านอยู่ด้วย
เสียงเข็มนาฬิกาดังแว่วๆ คังอินถอนหายใจ แม่เขายิ่งเป็นพวกตรงเวลาเป๊ะอยู่ด้วย นี่นั่งรอมาเกือบ15นาทีก็มหัศจรรย์แล้วนะเนี่ย และก่อนที่คนตัวโตจะอึดอัดและลุ้นระทึกมากไปกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่คนที่เขารอคอยจะก้าวเข้ามาในห้อง.....
ฮีซอลส่งยิ้มหวานให้คนหล่อที่นั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟาสีน้ำเงิน ก่อนจะขยิบตาส่งซิก แล้วหันไปทำความเคารพแม่ของอีกฝ่ายอย่างงดงาม
คังอินลอบถอนใจในที่สุดมันก็มา อิสรภาพเขาเกือบถูกริดรอนอยู่แล้วเชียว และก่อนที่จะได้ดำเนินแผนแฟนตัวปลอมอะไรกัน คนที่เดินตามมาเบื้องหลังร่างเพรียวก็ทำเอาเจ้าของโรงแรมห้าดาวขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจว่าฮีซอลมันพาลีทึกมาทำไม ส่งสายตาถามเพื่อนร่างเพรียวมันก็ส่งยิ้มหวานมาให้ก่อนทำสายตาเจ้าเล่ห์มากๆ
"อ้าวหนูฮีซอล หนูอีทึกมาหาคังอินเหรอลูก"
แม่ของร่างสูงส่งยิ้มใจดีให้เพื่อนลูกชายก่อนจะกวักมือเรียกให้มานั่งลงข้างๆตน เจ้าของร่างเพรียวยิ้มก่อนจะเดินลงไปทรุดตัวลงข้างๆแม่เพื่อน
"ครับ ความจริงแล้วผมไม่ได้มีธุระกับหมอนี่หรอกครับ แต่ลีทึกเขาอยากมาหาคังอินน่ะครับ"
คังอินหัวเราะหึๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนของตนที่มาถึงก็เริ่มทำงานทันที แต่เขาอยากเขกกะโหลกมันนัก เพราะมันทำคนละอย่างกับที่รับปากเขาไว้
"ลีทึกอยากมาหาคังอิน มีเรื่องอะไรล่ะลูก "
"เอ่อ "
คนโดนถามกำลังจะปฏิเสธ ก็เขาไม่ได้อยากมาหาคังอินซะหน่อย ฮีซอลต่างหากที่อยากมาแล้วบอกเขาว่าไม่เคยมาดูโรงแรมคังอิน อยากมาดูแล้วไหงโบ้ยให้เขาซะงั้นล่ะ
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ลีทึกเขาแค่คิดถึงคังอินน่ะ"
ได้ยินประโยคของเพื่อนแล้ว ก็ให้คนร่างบางตาโตเป็นไข่ห่าน กะว่าจะเถียงแต่เขารึจะพูดทันฮีซอล
"ก็อย่างงี้แหละครับคนเป็นแฟนกัน"
เสียงเครื่องปรับอากาศดังเบาๆ แต่ในยามนี้ทำไมเสียงมันชัดเจนนักก็ไม่รู้ ฮีซอลหัวเราะเบาๆเมื่อพูดประโยคนั้นออกไปแล้วราวกับเป็นเรื่องปกติ ผิดกับคนฟังที่นั่งอยู่ในห้องทั้งสามคน หญิงวัยกลางคนยิ้มค้าง คนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นแฟนกับเจ้าของโรงแรมถึงกับอึ้งเรียบเรียงเรื่องราวอยู่นาน ส่วนเจ้าของโรงแรมได้แต่ยิ้มหึๆ ก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองไอ้เพื่อนร่างเพรียวด้วยสายตาแบบที่ว่า ฉันว่าแล้วแกต้องทำแบบนี้
"เมื่อกี้หนูฮีซอลว่าอะไรนะลูก?"
คนโดนถามทำตาแป๋ว ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ
"ลีทึกเขาคิดถึงแฟนเขาน่ะครับเลยอยากมาหา"
สิ้นคำเพื่อนลูกชาย หญิงวัยกลางคนก็คว้ากระเป๋าค้นหายาดมแทบไม่ทัน พอหาเจอก็รีบหยิบขึ้นมาสูดดม
"มันอะไรกันคังอิน อธิบายมาซิ !?"
หันไปถามลูกชายที่นั่งยิ้มเฉยๆ คนตัวโตขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินมานั่งข้างๆคนร่างบางที่ยังอึ้ง ประมวลผลไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับชีวิต....
"นี่ไงครับแฟนผม"
โอบร่างบางเข้ามาหาตัวก่อนจะบอกแม่หน้าตาเฉย ลีทึกเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อคม ก่อนจะสบตาฝ่ายนั้น เลยเจอเข้ากับสายตาเว้าวอน ของความช่วยเหลือ และพร้อมจะอธิบายเข้าเต็มๆ
"โอ๊ย....ฉันจะเป็นลมนี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย"
"จริงยิ่งกว่าจริงอีกครับ เขาคบกันมานานแล้ว" ฮีซอลช่วยยืนยัน ไม่ได้กลัวคนแก่จะหัวใจวายตายสักนิด
"จริงหรือหนูลีทึก หนูคบกับเจ้าคังอินเป็นแฟนเหรอ" คุณแม่หันมาถามว่าที่ลูกสะใภ้ที่นั่งงงกับชีวิตมานาน
"เอ่อ....คือว่าเรา..มะ"
ยังไม่ทันปฏิเสธเพื่อนร่างเพรียวคนดีก็แทรกขึ้นซะก่อน
"แกบอกคุณแม่ไปเถอะ ฉันรู้ว่าแกทรมานมากกับการต้องหลบซ่อน ใครจะอยากให้แฟนตัวเองแต่งงาน"
ฮีซอลทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจเพื่อน หญิงวัยกลางคนหันไปมองหน้าเห็นอกเห็นใจนั้น ก่อนจะหันมามองหน้าสวยของว่าที่ลูกสะใภ้ เห็นอีกฝ่ายทำหน้าลำบากใจ เลยนึกไปว่าเป็นเพราะตัวเองจะจับเจ้าลูกชายแต่งงาน ว่าที่ลูกสะใภ้เลยหนักใจเพราะต้องแยกจากคนรัก
"รักกันมานานหรือยังลูก?"
แทนที่จะโวยวาย คุณแม่ยายดูเหมือนจะเห็นใจว่าที่ลูกสะใภ้เสียแล้ว
"ไม่ใช่นะฮะ ผมกับคังอินไม่ได้..."
"ไม่ต้องปฏิเสธแม่หรอกลูก แม่รู้หนูคงกลัวแม่จะรับไม่ได้ กลัวแม่จะตัดเจ้าคังอินออกจากกองมรดก แล้วก็คงกลัวแม่จะสั่งให้เลิกคบกันใช่มั้ยลูก แม่ไม่ใจร้ายแบบนั้นหรอก"
ว่าแล้วก็รวบร่างบางๆของว่าที่ลูกสะใภ้เขามากอดลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจ คนโดนเห็นใจกระพริบตาปริบๆ ผิดกับตัวต้นเรื่องสองคนที่นั่งกลั้นยิ้มแทบตาย
"ตกลงว่าแม่ไม่มีปัญหาที่ผมกับลีทึกคบกันใช่มั้ยครับ" คนตัวโตเอ่ยออกมาเมื่อเห็นแม่ปล่อยว่าที่ลูกสะใภ้ออกจากอ้อมกอดแล้ว
"แกทำไมไม่บอกแม่ให้เร็วกว่านี้เจ้าคังอิน แอบคบกันมาได้ตั้งนาน"
"ก็ลีทึกเขากลัวแม่ตกใจนี่ครับ แฟนผมเขาแคร์ความรู้สึกแม่นะ"
ลีทึกหน้าแดงกล่ำ ไม่ชินหูยังไงไม่รู้ อยู่ดีๆคนตัวโตก็มาบอกว่าเขาเป็นแฟนแบบนี้
"แล้วนี่แกจะปิดฉันไปถึงเมื่อไหร่"
"ผมตั้งใจจะบอกแม่อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีเวลาสักที..."
"เรื่องสำคัญแบบนี้ไม่มีเวลา ทีเรื่องจีบสาวล่ะมีเวลา เอ๊ะ ถ้าแกคบกันจริงข่าวที่มันลง ที่เข้าหูฉันเรื่องแกคบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามันมาจากไหน?"
เขาว่าเรื่องอะไรของลูกแม่ก็รู้ ท่าจะเป็นจริงซะแล้วสิ แม่เขาเหมือนจะเดาทางถูกเองง่ายๆ เอาไงดีหว่า ร่างสูงมึนตึ๊บไม่รู้จะอ้างอะไรดี ความจริงมันก็ไม่มีมูลสักนิดว่าเขาคบกับลีทึกจะมีก็แต่เขาชอบไปขลุกอยู่กับร่างบางบ่อยๆเท่านั้นเอง
"แล้วแม่เคยเห็นผมพาแฟนตามหน้าหนังสือพิมพ์ไปบ้านเหมือนแฟนผมคนนี้ไหมล่ะ"
"เออมันก็จริงของแก แต่ฉันก็ยังสงสัยฉันเลี้ยงแกมาไม่เคยเห็นแกสนใจเพศเดียวกันเลย แกอำฉันหนีการหมั้นหรือเปล่าเนี่ย"
"ผมไม่สนใจผู้ชายคนอื่นนอกจากคนนี้ต่างหาก น่ารักขนาดนี้แม่อยู่ใกล้แม่จะไม่หลงรักเหรอ" ว่าแล้วก็โอบเอวร่างบางเข้ามากอดเอาไว้หลวมๆ
"แต่ชั้นก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี"
คนตัวโตกำลังจะหาเหตุการณ์อีกร้อยแปดมาบอกให้แม่เชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างตนกับร่างบาง แต่แล้วเสียงใสของคนกลางก็ดังขัดขึ้นซะก่อน
"พอเถอะครับอย่าเถียงกันเลย ความจริงแล้วผมกับคังอิน ไม่ได้........ อื่อ........"
ไม่ทันได้พูดจบประโยค ริมฝีปากสีสดก็โดนปิดซะสนิทด้วยริมฝีปากได้รูปของคนที่ไม่อยากหมั้น ไม่อยากแต่งงาน แต่คงอยากมีแฟนเป็นผู้ชายถึงเล่นอะไรแบบนี้
จูบแบบไม่ได้ตั้งตัวของอีกฝ่าย เล่นเอาคนโดนจูบอึ้ง แม่ของคนตัวโตก็อึ้ง และอีกคนที่อึ้งก็คือร่างเพรียวที่นั่งอมยิ้มเฉยๆอยู่นาน
ดวงตากลมโตเบิกกว้างที่โดนจูบแบบไม่ตั้งตัว และแถมคนที่จูบยังสอดลิ้นเข้ามาสร้างความดูดดื่มซะอีก จะผลักออกก็ไม่มีแรง เลยต้องปล่อยให้คนตัวโตจูบเอาตามใจ
"เชื่อหรือยังครับแม่?"
เมื่อจูบโชว์จนพอใจแล้ว คังอินก็รั้งศีรษะเล็กให้ซุกอยู่กับไหล่ ก่อนจะมองสบตากับแม่ของเขาพร้อมถามความเห็น ลีทึกหอบหายใจอยู่กับอกกว้าง ไม่สนใจไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น อายเหลือกำลัง ส่วนฮีซอลได้แต่นั่งจุ๊ปากกับความใจกล้าของเพื่อนตัวโต...
หลังจากนั่งอึ้งปล่อยให้เพื่อนตัวดีที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นแฟนอย่างกะทันหันกอดอยู่พักใหญ่ ลีทึกก็เริ่มจะมีสติขึ้นมาบ้างเล็กน้อย สิ่งแรกที่ร่างบางทำคือการดันอกกว้างออกมาเล็กน้อย เขาจะยอมให้มันเป็นอย่างงี้ไม่ได้ ไม่รู้แหละว่าคังอินกับฮีซอลเล่นอะไรกันอยู่ แต่มาจูบเขาต่อหน้าคุณแม่แบบนี้ ถ้าคุณแม่เกิดหัวใจ Y ขึ้นมาจะทำไง (ก็ทำตัวเป็นแฟนที่ดีของลูกชายเขาดิ^O^) ไม่มีแม่คนไหนหรอกนะที่จะรับได้ง่ายๆหากลูกชายคนเดียวจะมีแฟนเป็นผู้ชาย
เสียงถกเถียงของสองแม่ลูกยังดังไม่ขาดสาย "ฉันเชื่อแกแล้วก็ได้เจ้าคังอิน ไม่เห็นจะต้องมาทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้เลย"
"อ้าว......ผมกลัวแม่ข้องใจ"
"แล้วนี่แกคบกันมานานหรือยัง?"
"ถามว่าได้กันมานานหรือยังดีกว่าครับ" อันนี้เพื่อนคนสวยแสนดีเป็นคนเสริม ลีทึกหันไปมองฮีซอลขวับ เพิ่งรู้สึกว่าไม่สมควรคบกับอีกฝ่ายก็ตอนนี้แหละ จะทำให้คุณแม่คังอินหัวใจวายตายเหรอ
"นั่นแหละ.........ได้กันมานานหรือยัง" เป็นอีกขวับที่หันไปมองหน้าแม่ของคนตัวโต อะไรจะบ้าจี้ขนาดน๊านนนนนนนน
"4 ปี ครับแม่"
"อืม........นานพอดู แล้วตอนที่แกคบกับหนูลีทึก แกคบผู้หญิงคนอื่นด้วยหรือเปล่า?"
"น่ารักขนาดนี้ผมจะนอกใจไปไหนได้อีกล่ะแม่" บอกผู้เป็นแม่อย่างปลาบปลื้มตามความรู้สึกของตัวเองก็ในความรู้สึกของเขาร่างบางน่ารักจริงๆนี่
"แล้วข่าวที่ออกๆมาล่ะมันอะไรเจ้าคังอิน ที่ว่าแกมีอะไรกับผู้หญิงไปทั่ว" แม่ของคนตัวโตยังซักไซร้เรื่อยเปื่อย จะว่าไปก็สงสัยอยู่ไม่น้อย ลูกชายของเธอเนี่ยนะจะมีแฟนเป็นผู้ชาย ถึงจะมีเปอร์เซ็นต์เป็นไปได้ก็เถอะ เพราะอีกฝ่ายคือหนูลีทึก แต่มันก็ไม่น่าเชื่ออยู่ดี
"โธ่แม่ ข่าวก็เขียนไป เหมือนที่ลงข่าวบ่อยๆแหละว่าฮีซอลมันชอบผู้หญิง"
คนโดนพาดพิงคว้าค้อนมาอันโต ฉันอุตส่าห์นั่งเฉยๆแล้วนะเฟ้ย(ตรงไหนวะ?)มายุ่งกับฉันทำไม...
"มันก็จริงสมัยนี้ข่าวเชื่อไม่ค่อยได้" แม่ของคนตัวโตเริ่มคล้อยตามมาอีกนิด คนร่างบางถอนหายใจ ความจริงอยากให้คุณแม่ของคังอินรับอะไรของลูกชายไม่ได้สักเรื่องก็ยังดี
"เอ่อ......คุณแม่ครับ ความจริงผมกับคังอิน........"
ลีทึกกำลังจะเอ่ยบอกความจริงกับหญิงวัยกลางคน ไม่อยากหลอกผู้ใหญ่มันบาป และอีกอย่างคังอินน่ะให้โดนจับหมั้นบ้างก็ดีจะได้ลดความเจ้าชู้ลงบ้าง และถึงแม้จะเจ็บปวดในอกอยู่นิดๆแต่เขาก็คิดว่ามันคงเป็นอาการหวงเพื่อนธรรมดา นานไปคงหายไปเอง แต่ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้พูดจบประโยค เสียงทุ้มก็แอบกระซิบอยู่ข้างๆหู
"คบกันอยู่ครับ"
"คบกันอยู่ครับ"
.
..
...
....
.....
เกมส์โอเวอร์เรียบร้อย เขาเผลอพูดตามประโยคที่คนตัวโตกระซิบบอกซะอย่างงั้น เกลียดอาการบ้าจี้พูดตามคนอื่นของตัวเองจริงๆ
"จ้า...........แม่เข้าใจแล้วว่าลีทึกคบกับเจ้าคังอินอยู่"
คุณแม่ของคนตัวโตพยักหน้ารับก่อนจะส่งยิ้มเก๋มาให้แบบไร้ความรู้สึกวิตกจริตที่ลูกชายตัวเองจะมีแฟนเป็นผู้ชาย จะมีก็แต่คนร่างบางที่พยายามจะเป็นคนดีไม่หลอกลวงใคร ไม่โกหกใครเท่านั้นที่นั่งอึ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้.............
// TBC. //
edit @ 3 Mar 2008 14:47:54 by AyO

