2008/Mar/19

Title : ไหนว่าแกล้งรัก [ Chapter 2 ]

By : Ayo

Paring : KangTeuk

Rate : PG-13 (This part)                 

Category : Romantic / Comedy

 

 

Author's Note :  จะบอกว่า ฟิกชั่นเรื่องนี้อาจจะมาต่อช้าหน่อยนะคะ(ไม่หน่อยล่ะม๊าง~) เพราะคอมฯที่บ้านผีเข้าผีออกค่ะ บางทีก็เปิดติด บางทีก็เปิดไม่ติด ไม่มีเวลาซ่อมเลย จะแต่งฟิกแต่ละทีต้องตระเวนไปนั่งแต่งบ้านคนอื่นเขา ยังไงก็อย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนเน้อ ฝากตอน 2 นี้ด้วยนะคะ ^^

 

  ++++++++++++++++++++    

 

กว่าสองแม่ลูกจะคุยกันรู้เรื่อง ก็ทำเอาฮีซอลหาวไปหลายตลบ สรุปได้ว่าแม่ของคังอินไม่ได้ว่าอะไรที่อีหมีกับเพื่อนร่างบางของเขาจะคบกัน แถมดูว่าแม่สามีจะปลื้มลูกสะใภ้เอามากๆ คิดแล้วก็ขำเออแม่ของเพื่อนเขานี่ก็ทันสมัยใช่ย่อยไม่ว่าเรื่องอะไรก็รับได้หมด หรือว่าที่รับได้เนี่ยเพราะเป็นเรื่องของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ลูกชายต้องการอะไรอยากได้อะไรคุณป้าก็ไม่เคยขัด เป็นมาแบบนี้ตั้งแต่เขาเริ่มรู้จักคังอินแล้วนี่นะ จะสงสารก็คงเป็นเพื่อนของเขา ที่พยาย๊าม พยายามจะบอกว่ามันเป็นเรื่องไม่จริง ก็โดนคนเป็นแฟนจำแลงแกล้งให้ไม่ได้บอกซะทุกครั้งไป แถมเจอแม่ของอีกฝ่ายที่ก็บ้าจี้ไม่แพ้ลูกชายส่งเสริมและเชื่อว่าคบกันซะสนิท เฮ้อดีใจนิดๆทำให้เพื่อนเป็นฝั่งเป็นฝาได้........ 

 

และเมื่อคุยกันเรียบร้อยลงตัว หญิงวัยกลางคนรับรู้ว่าแฟนลูกชายเป็นใคร เธอก็ชวนลูกชาย ลูกสะใภ้ และเพื่อนลูกชายออกไปทานข้าวข้างนอกกัน โดยที่มื้อนี้แม่ของคนตัวโตจะเป็นคนเลี้ยงเอง   

 

"แม่ลงไปรอข้างล่างก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอคุยกับที่รักผมแป๊บหนึ่ง ........ฮีซอลนายลงไปเป็นเพื่อนแม่ก่อนนะ" 

 

คนโดนไหว้วานมองเพื่อนด้วยสายตาประมาณว่า  'พอหมดประโยชน์ก็ไล่เลยนะ ขออยู่ฟังด้วยคนไม่ได้ไง' แต่ถึงอย่างงั้นร่างเพรียวก็ยอมลงไปกับแม่ของเพื่อนอยู่ดี 

 

พอแม่กับฮีซอลออกไปแล้ว คนตัวโตก็ปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนา เขาหันมาหาร่างบางที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ทำท่าจะไม่ลุกไปไหนง่ายๆถ้าเขายังไม่อธิบายอะไรให้เจ้าตัวฟัง เป็นปฏิกริยาของลีทึกเสมอ ยามงอน ไม่ได้ดั่งใจหรืออะไรก็ตามที่เขาทำเหมือนเป็นความลับกับอีกฝ่าย ไอ้ท่าทางแบบนี้มันต้องมาทุกที และทุกครั้งเขาก็จะต้องยอมอธิบาย เล่าให้ฟัง เพราะไม่อย่างงั้น คนหน้าหวานก็จะเป็นอย่างงี้ไปเรื่อยๆ นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่เคยมีความลับกับลีทึก 

 

"เป็นอะไรฮึ......นั่งหน้าตูมเป็นกุหลาบไม่โดนแดดไปได้" ทรุดตัวลงนั่งข้างคนร่างบางที่ยกมือขึ้นกอดอกเอาหลังพิงพนักโซฟาเฉย ไม่พูดไม่จา ตั้งแต่รู้ว่าบอกเรื่องจริงกับแม่เขาไม่ได้เแล้ว 

 

"เล่นอะไรกับฮีซอลอยู่ ไม่ตลกเลยนะ โกหกคุณแม่ทำไม" 

 

"ก็ไม่อยากหมั้น" 

 

"แล้วทำไมต้องโกหก ทำไมไม่บอกท่านตรงๆว่าไม่หมั้น" 

 

"บอกแล้วแต่เขาไม่ยอมก็เลยต้องโกหก" 

 

"ถ้าคุณแม่เขารู้ทีหลังจะทำไงคังอิน" 

 

"ลีทึกก็ทำตัวเป็นแฟนคังอินให้เนียนดิ แม่จะได้ไม่จับได้ไง" 

 

"พูดง่ายจังเลยนะ คิดแผนนี้มานานหรือยังเนี่ย" 

 

"ไม่นานอ่ะ เถอะแม่ก็เชื่อแล้วไง เดี๋ยวหลอกแม่แค่ไม่กี่เดือนหรอก พอแม่ตายใจก็เลิกแล้ว นะช่วยหน่อยนะ"ลีทึกมองคนตัวโตข้างๆ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ว่าอีกฝ่ายเป็นนักธุรกิขจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าชู้ เพลย์บอย ตามที่หนังสือพิมพ์เขาลงข่าวโครมๆ มองยังไงเขาก็ว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กช่างอ้อนสำหรับเขาเท่านั้น 

 

"มันก็น่าจะให้โดนจับหมั้นซะมั่งแหละ จะได้เลิกเจ้าชู้ไง" 

 

"ถึงฉันโดนจับหมั้น โดนจับแต่งงาน เดี๋ยวก็มีข่าวอีกแหละ" 

 

"ข่าวอะไร" 

 

"ข่าวว่ามีชู้เป็นเจ้าของร้านเค้ก"คังอินก้มลงมากระซิบข้างหูเล็ก ก่อนจะลุกหนีฝ่ามือพิฆาตหมีจากอีกฝ่ายแทบไม่ทัน 

 

"บ้า............." 

 

"แหม........ล้อเล่นเอง ป่ะไปกินข้าวกัน หิวแล้วเนี่ย นะที่รัก"คนตัวโตทำเสียงอ้อน พอเห็นท่าทางแบบนั้นของคนที่ใครๆก็คิดว่าเท่ห์ว่าหล่อ ก็ทำเอาร่างบางกลั้นยิ้มไม่อยู่ สุดท้ายก็ต้องเผลอยิ้มออกมา แล้วไอ้ความรู้สึกที่อยากจะเอาเรื่องกับอีกฝ่ายก็มลายหายไปจากหัว ลีทึกลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนที่มือเรียวจะโดนฝ่ายตรงข้ามเอื้อมมาดึงไปกุมไว้ ร้อนวูบที่หน้าอยู่นิดหน่อย แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะสะบัดมือออกจากอุ้งมือของอีกฝ่าย มันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่เรียนมหาลัย การล้อเล่นของอีกฝ่ายเองก็เช่นกัน มันเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว แล้วนานแค่ไหนที่เขาเองใจเต้นทุกครั้งกับการล้อเล่นของฝ่ายนั้น.............. 

 

ทั้งสี่คนนั่งรถของคังอิน ออกไปยังร้านอาหารชื่อดังแถวๆทงแดมุน เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว คนทำงานก็ออกมาหาอะไรทานกันหมด ร้านอาหารที่ตั้งอยู่แถวๆอับกูจอง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจและที่ตั้งของโรงแรมของคนตัวโตจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คน(ทำไมไม่กินในโรงแรมตัวเองวะฮยองนิม?) หญิงวัยกลางคนจึงเป็นคนเลือกออกมาหาอะไรทานแถวๆทงแดมุนซึ่งเป็นย่านธุรกิจอีกที่หนึ่ง แต่เป็นย่านของวัยรุ่นแทน เธอให้เหตุผลว่า เมื่อทานเสร็จจะได้พาลูกสะใภ้ไปช็อปปิ้ง ซื้อเครื่องเรือนเข้าบ้านด้วยซะเลย........ 

 

ร้านที่แม่ของคนตัวโตพามากิน เป็นร้านของเพื่อนเธอเอง ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์เกาหลีแท้สูตรชาววังดั่งเดิม ในร้านตบแต่งไว้ด้วยโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยตั้งต่อกันสามตัวนั่งได้ประมาณ5-6คน บนโต๊ะจัดวางไว้ด้วยอุปกรณ์ในการทานอาหาร วางไว้เป็นชุดๆ พร้อมอาหารบางชนิด เช่นกิมจิ ผักสด วางพร้อมเอาไว้อยู่แล้วบนโต๊ะ เมื่อทั้งสี่คนเข้ามาในร้านและนั่งยังโต๊ะที่แม่ของคังอินโทรมาจ้องเอาไว้ อาหารต่างๆก็ถูกทยอยมาเสริฟทันที ทุกคนเริ่มลงมือทานอาหารกลางวันกันอย่างเงียบๆ 

 

"แล้วนี่เราสองคนอยุ่ด้วยกันหรือเปล่าลีทึก"แม่ของคังอินเอ่ยถามขึ้นมาในตอนหนึ่ง หลังจากเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนห่อหมูย่างลงในใบผักกาดและยื่นไปจ่อที่ปากของลูกสะใภ้ 

 

หมูย่างห่อผักกาดแทบจะสำลักเมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป แล้วไหงต้องมาเจาะจงถามเขาด้วยก็ไม่รู้ ทำไมไม่ถามคนต้นเรื่องล่ะครับ เห็นแม่แฟนส่งยิ้มมาให้ก็ไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงยังไง คุณแฟนแสนดีก็ทำเป็นสนใจอาหารไม่สนใจเขาสักนิด 

 

"ครับ......อยู่ด้วยกันที่ร้านน่ะครับ"สุดท้ายลีทึกก็อ้อมแอ้มตอบออกไปก่อนจะยื่นมือออกไปหยิกคนสองคนที่นั่งขนาบข้าง เพราะทั้งคู่กำลังกลั้นหัวเราะกันสุดชีวิต 

 

"ไม่น่าล่ะ เจ้าคังอินไม่ค่อยกลับบ้าน" 

 

..ก็แน่ล่ะสิครับ นอนแต่โรงแรมแหละลูกชายคุณแม่น่ะ.. ถึงจะอยากบอกออกไปมากๆ แต่ก็ใช่จะพูดได้ ก็เพราะว่าตอนกำลังลงลิฟต์มาหาคุณแม่คนตัวโตข้างล่าง คังอินมีวิธีที่ทำให้เขารับปากว่าจะช่วยไปแล้ว…(?) 

 

 "งั้นแม่จะหาคอนโดให้เอาไหมหนูลีทึก นอนที่ร้านมันก็ไม่สะดวก อยู่คอนโดสบายกว่านะแม่ว่า จะได้ใช้ชีวิตคู่กันจริงๆสักที"แม่ของคังอินเสนอก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเลขาส่วนตัวให้หาคอนโดให้สักห้อง ลีทึกตาโตก่อนจะรีบค้านแทบไม่ทัน 

 

"ไม่ต้องหรอกครับคุณแม่ อยู่ที่ร้านก็ดีแล้วครับ เวลาเปิดร้านจะได้สะดวกด้วย" 

 

"ไม่ได้หรอกลูก แม่เป็นแม่สามีนะ ตามทำเนียมเกาหลีฝ่ายชายจะต้องหาบ้านเอาไว้ให้คู่แต่งงานใหม่" หญิงวัยกลางคนเอามือปิดโทรศัพท์ก่อนจะหันมาบอกแฟนลูกชายยิ้มๆ แล้วหันไปคุยกับทางปลายสายต่อร่างบางถอนหายใจก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากคนตัวโตที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว 

 

"เจ้าคังอิน แกอยากได้ห้องแบบไหน คุยกับเลขาแม่เอา" คนเป็นแม่ยื่นโทรศัพท์มาให้พ่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่ชดน้ำซุปไปมองแม่ตัวเองไปอย่างสนใจ 

 

"แล้วแต่แม่เลยครับ แค่ไม่ต้องกว้างมาก มีห้องนั่งเล่นกับห้องนอนแยกกันเป็นสัดส่วน ห้องน้ำกว้างๆ มีห้องครัวที่ให้ลีทึกสามารถทำขนมได้ ปลูกต้นไม้ได้ก็พอ" 

 

"จะบ้าเหรอคังอิน" อันนี้เป็นเสียงของคนที่ไม่ได้อยากมีพื้นที่ทำขนม ทำอาหาร หรือปลูกต้นไม่แม้สักนิด 

 

"บ้าตรงไหน ก็อยู่ที่ร้านมันไม่สะดวก ห้องก็แคบ เตียงก็เล็ก ลีทึกสบายสินอนบนตัวคังอินนี่ แต่ฉันเมื่อยนะ"จบประโยคของคนตัวสูงคนร่างบางก็แทบจะเอาตะเกียบในมือจิ้มตาฝ่ายนั้น เขาเคยไปนอนบนตัวอีกฝ่ายมาเมื่อไหร่ โกหกสิ้นดี  ในขณะที่ลีทึกโกธรแทบตาย แต่คุณแม่แฟนกลับหัวเราะเอ็นดูคู่รักแหย่กันซะอย่างงั้น เฮ้อคนสวยเครียดผิดไหมเนี่ย.........

 

สุดท้ายก็เป็นอีกครั้งที่ร่างบางค้านอะไรไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้เขากำลังเซ็นชื่อในใบโอนกรรมสิทธ์การเป็นเจ้าของคอนโดร่วมกับพ่อแฟนคนดีของเขาอยู่อย่างไม่รู้จะทำยังไง จะค้านแบบไหน ก็ในเมื่อไม่มีใครคิดจะฟังเขาเลย แม้กระทั่งฮีซอลเพื่อนสนิท ก็เอาแต่นั่งขำบ้างล่ะ ช่วยแม่ของคังอินเลือกห้องให้เขากับฝ่ายนั้นบ้างล่ะ แล้วยังจะช่วยร่ายรายการของใช้จำเป็น เฟอร์นิเจอร์สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันบ้างล่ะ แล้วแบบนี้เขาจะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็เล่นทำงานกันเป็นทีม   

 

การเจรจาตกลงโอนกรรมสิทธ์การเป็นเจ้าของคอนโดราบรื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขนาดเวลาสามสี่วันที่ต้องใช้เดินเอกสารการเป็นเจ้าของคอนโดแม่ของคังอินยังทำให้เวลามันร่นมาเหลือแค่สามสี่ชั่วโมงเลย เขาว่าคนเรามีเงินทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด เป็นแบบนี้เองสินะ....... 

 

หลังจากตกลงเรื่องซื้อขายคอนโดกันเสร็จแล้ว หญิงวัยกลางคนก็ลากลูกสะใภ้คนดีไปเดินซื้อของเข้าบ้าน ด้วยความใจร้อน เธอสั่งให้ลีทึกกับคังอินย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดเสียพรุ่งนี้เลย ตอนแรกร่างบางก็คิดจะปฏิเสธ เพราะเขายังไม่ได้เตรียมตัวกับการใช้ชีวิตคู่แม้สักนิด แต่ก็อย่างว่าสามรุมหนึ่งเขาจะเถียงใครทัน สุดท้ายลีทึกก็ต้องโดนลากมาซื้อข้าวของเครื่องใช้เขาบ้านใหม่อยู่ดี...... 

 

สามหนุ่มกับอีกหนึ่งหญิงสาว(วัยกลางคน)เดินดูข้าวของจนมาถึงแผนกที่ขายเตียง พอมาถึงแผนกนี้คนตัวโตก็จะเอาแต่เตียงคิงไซส์ซึ่งราคาแพงมากเหยียบๆล้านวอนเลยทีเดียว ร้อนถึงคนร่างบางที่สุดแสนจะมัธยัสธ์และอดออมต้องออกโรงเลือกเตียงเองทั้งๆที่ตอนแรกคิดไว้แล้วว่าจะรีบๆซื้อรีบๆกลับ ไม่คัดค้านอะไรทั้งนั้นเพราะถึงยังไงก็ไม่มีใครฟังเขาหรอก 

 

"เอ่อ.....มีเตียงที่ถูกกว่านี้ไหมครับ แบบแค่แสนกว่ามีไหมครับ" 

 

ลีทึกเอื้อมไปหยิบบัตรเครดิตออกมาจากมือของคังอินที่ทำท่าจะยื่นให้พนักงานเพื่อเอาไปรูดผ่านเครื่องชำระเงิน ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับพนักงานที่ทำท่างงว่าตกลงจะเอาหรือไม่เอากันแน่ 

 

"มีครับ มีเตียงเดี่ยวราคาก็ 120000 วอนน่ะครับ" 

 

"เหรอครับ ถ้างั้นซื้อสองเตียงก็แค่ 240000 สินะครับ แล้วแถมฟูกให้ด้วยหรือเปล่าครับ" 

 

"ฟูกต้องซื้อต่างหากครับ แต่ตอนนี้มีโปรโมชั่นคือซื้อฟูกอันหนึ่งแถมอีกอันครับ ราคาก็350000 วอนครับ" 

 

"เหรอครับ งั้นเอาเตียงเดี่ยวสองเตียงกับฟูกอันที่มีโปรโมชั่นแถมอีกอันน่ะฮะ ทั้งสองอย่างก็590000ใช่มั้ยครับ เอ่อพอจะลดให้ได้บ้างไหมครับ"ว่าแล้วคนพอใจของถูกก็ฉีกยิ้มหวานกะเอาให้พนักงานเคลิ้มเสียหนึ่งที โดยไม่รู้เลยว่าคนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างหลังเอามือกุมขมับแทบไม่ทัน มือเรียวล้วงกระเป๋าสตางค์ของตัวเองขึ้นมาก่อนจะหยิบเครดิตการ์ดของตัวเองเพื่อส่งให้พนักงาน แต่แล้วเครดิตการ์ดใบนั้นก็ยื่นไปไม่ถึงมือของพนักงานขายเพราะโดนตัดตอนจากฝ่ามือใหญ่ของใครบางคน ดวงตาโตเงยขึ้นมองคนที่บังอาจมาขัดขาวงการซื้อของถูกของเขา ก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของคังอิน 

 

"ไม่เอาครับเตียงเดี่ยว เอาเตียงคิงไซส์อันแรกนะครับ""ไม่เอาครับเตียงคิงไซส์ เอาเตียงเดี่ยวสองอัน""เตียงคิงไซส์""เตียงเดี่ยวสองอัน"คังอินและลีทึกจ้องตากันก่อนจะเถียงใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้ แม่ของคังอินมองลูกชายที แฟนลูกชายทีอย่างอึ้งๆ อึ้งที่ลูกชายของเธอเถียงคนอื่นเหมือนเด็กๆและก็อึ้งที่แฟนลูกชายก็เถียงกลับทิ้งมาดเรียบร้อยไปเลย แต่ก็นะเขาว่ายิ่งทะเลาะกันลูกก็ยิ่งดก(?) 

 

ฮีซอลหลับตาลงไม่อยากมองสภาพเถียงกันเป็นเด็กของเพื่อนทั้งสองคน นึกว่าพอมันเรียนจบมหาลัยกันแล้วคงไม่เกิดแล้วมั๊งไอ้อาการเถียงกันตอนซื้อของเนี่ย ลืมไปว่ามันสองคนรสนิยมคนล่ะเรื่องกันเลยทีเดียว คังอินรึก็ติดหรูสะดวกสบาย แต่ลีทึกมันเด็กต่างจังหวัดไอ้เรื่องซื้อของจะมาซื้อโดยไม่ดูคุณภาพและราคาน่ะฝันไปเถอะสุดท้ายเดี๋ยวคังอินมันโมโหมันก็ซื้อทั้งสองอย่างอีกเป็นแบบนั้นประจำอยู่แล้วนี่นะ ร่างเพรียวถอนหายใจก่อนจะรอดูว่าเหตุการณ์มันจะเป็นไปตามอย่างที่เขาคิดไหม 

 

"ทำไมต้องเตียงเดี่ยวสองอัน?" 

 

คังอินดึงลีทึกออกมายื่นคุยกันเงียบๆหลังจากเถียงกันอยู่สักพักแล้วฮีซอลเดินเข้ามากระซิบบอกว่าแม่ของเขามองอยู่มาเถียงกันให้ท่านเห็นเดี๋ยวท่านก็ไม่เชื่อหรอกนั่นแหละเขาเลยต้องลากร่างบางออกมายื่นคุยกันเบาๆอยู่นี่ 

 

"ก็แล้วทำไมมันต้องเตียงคิงไซส์ล่ะ?" 

 

"ก็มันนอนสบายเตียงก็ดีไซด์สวย มีฟูกให้ด้วยแล้วฟูกน่ะก็ทำจากขนเป็ดนุ่มจะตาย" 

 

"เตียงเดี่ยวก็นุ่มนะทำจากฟองน้ำด้วย แล้วราคาก็ถูกกว่าตั้งเยอะ อันที่คังอินจะซื้อตั้ง980000 แน่ะ" 

 

"มันไม่นุ่มหรอกเชื่อเถอะน่าเอาเตียงคิงไซส์นะ" 

 

"มันแพงนี่ ทำไมต้องซื้อให้ได้เลย" 

 

"ก็มันเป็นขนเป็ด ถ้าซื้อเตียงเดี่ยวแบบที่ห้องลีทึกที่เป็นฟองน้ำน่ะ พอตื่นตอนเช้าก็ปวดหลังอีก ซื้อเตียงขนเป็ดลีทึกจะได้ไม่ปวดหลังไง" 

 

ดวงตาโตเงยขึ้นมองคนตัวสูงที่บอกเหตุผลน่ารักๆให้ฟัง ไม่คิดเลยว่าคังอินจะยังจำได้ เขาเคยบ่นว่าปวดหลังบ่อยๆแล้วคนตัวโตก็ถามหาสาเหตุซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ จนสุดท้ายมารู้ว่าเพราะที่นอนที่เขานอนทุกคืนมันทำจากฟองน้ำที่แข็งมากเพราะต้องอัดให้มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมมันเลยแข็งกว่าฟองน้ำปกติ นี่เพราะกลัวเขาจะปวดหลังเหรอเลยจะซื้อเตียงมหาแพงนั่นให้  

 

"ตกลงพวกแกสองคนตัดสินใจกันได้หรือยัง ถ้ายังล่ะก็นะ..ฉันจะซื้อเสื่อให้เอง"เสียงของฮีซอลทำให้คนสองคนที่ยืนมองกันนิ่งๆหันไปทางต้นเสียงก่อนจะส่งยิ้มให้เพื่อนร่างเพรียวที่ทำท่าประมาณว่า ทั้งร้านเขารอการตัดสินใจของแกสองคนอยู่นะเว้ย... 

 

และแล้วเตียงที่ซื้อก็เป็นเตียงคิงไซส์จนได้ ความจริงลีทึกต้องเป็นคนจ่ายเพราะมันเป็นธรรมเนียม แต่แล้วคนที่จ่ายกลับเป็นคนตัวโตพร้อมด้วยเหตุผลที่ว่าเก็บตังค์ไว้ซื้อเสื้อผ้าของเรากับของใช้เล็กๆน้อยๆในบ้านเถอะ 

 

.....คำว่า ของเรา เนี่ย ทำไมทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้ขนาดนี้หนอ......  

 

กว่าจะซื้อของครบทุกรายการตามที่ฮีซอลร่ายมาให้ก็กินเวลาไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว พอซื้อของเสร็จคุณแม่ของคนตัวโตก็พาไปทานข้าวเย็น จากนั้นเธอก็ขอตัวกลับทิ้งให้เขาสามคนอยู่ด้วยกัน คังอินขับรถกลับมาที่ร้านเค้กของลีทึก 

 

"ของพวกนี้จะเก็บไว้นี่ก่อนไหม?"ร่างบางถามคนตัวโตก่อนจะหันไปมองกองถุงที่บรรจุของใช้เล็กๆน้อยๆในบ้านวางไว้ข้างๆฮีซอลที่เบาะหลัง"ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวคังอินเอาไปไว้ที่คอนโดเลย พรุ่งนี้ลีทึกจะได้ไม่ต้องขนเยอะไง" 

 

"ต้องขับรถวนกลับไปอีกเหรอ มันไกลนะเอาไว้นี่ก่อนก็ได้ เดี๋ยวเช้าค่อยขนไป"คนสองคนนั่งอยู่ทางเบื้องหน้าปรึกษาปัญหาที่ร่างเพรียวเบื้องหลังคิดว่ามันเล็กน้อยมาก 

 

"จะเอาไว้ที่ไหนก็เลือกสักที่เถอะ วันนี้แกสองคนอยู่ในสถานการณ์ตัดสินใจไม่ได้มากี่ครั้งแล้วเนี่ย ขนาดแค่แกล้งเป็นแฟนกันนะเนี่ย ถ้าเป็นผัวเมียกันจริงๆเวลาไอ้คังอินมันจะเซ็นอนุมัติอะไรไม่ต้องโทรมาปรึกษาแกก่อนเหรอลีทึก" 

 

"ฮีซอลฉันยังไม่ได้ชำระความกับแกเลยนะที่ทำผิดแผนอย่ามาพูดมากเดี๋ยวไล่ให้เดินกลับซะเลย"คังอินหันกลับมาว่าเพื่อนร่างเพรียวที่ทำหน้าประมาณว่าฉันเป็นคนช่วยแกนะยังจะมาขึ้นเสียงอีกแค่แซวแค่เนี้ย 

 

"เอาไว้ที่นี่แหละเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยเอาไป คังอินจะได้ตรงกลับบ้านเลยไงไม่ต้องขับรถอ้อมเดี๋ยวต้องไปส่งฮีซอลอีก เดี๋ยวจะดึกไปมากกว่านี้"ร่างบางเป็นคนสรุปก่อนจะหันไปยิ้มให้เพื่อนร่างเพรียวหนึ่งทีและหันมายิ้มให้คนตัวโตอีกหนึ่งที ก่อนจะก้าวลงจากรถไป คังอินช่วยลีทึกขนของเข้าไปไว้ในร้านก่อนจะกลับมาประจำตำแหน่งคนขับ ฮีซอลย้ายขึ้นมานั่งข้างหน้ากับคนตัวโต  

 

"ขับรถดีๆนะ อย่ารีบล่ะ แล้ว..ตรงกลับบ้านเลยนะมันดึกแล้ว""ครับ" 

 

ร่างบางส่งยิ้มให้คนตัวโตก่อนจะยกมือขึ้นบ๊ายบายเพื่อนร่างเพรียว  รถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพักฮีซอลก็หัวเราะออกมาเบาๆ 

 

"หัวเราะบ้าอะไรฮีซอล" 

 

"เปล่า หัวเราะใครบางคนทำตัวว่าง่ายจังนะครับคุณคังอิน" 

 

"ว่าง่ายบ้าอะไร พูดอะไรไม่รู้เรื่องฮีซอล" 

 

"แหมก็ กลับบ้านดีๆนะตรงกลับบ้านเลยนะมันดึกแล้ว" "ครับ"ร่างเพรียวทำเสียงล้อเลียนบทสนทนาของคังอินกับลีทึก 

 

"ฉันไม่ยักรู้ว่าแกเชื่อฟังลีทึกมากขนาดนี้เลยนะคังอิน ความจริงแกน่าจะบอกให้ลีทึกช่วยซะตั้งแต่ทีแรก ไม่เห็นต้องรบกวนฉันเลย ลีทึกมันสวมบทบาทแฟนแกได้ธรรมชาติมากๆ!" 

 

"จะบ้าเหรอคิดอะไรไร้สาระน่าฮีซอล ลีทึกน่ะต้านผู้หญิงแต่ล่ะคนที่ฉันคบไม่ไหวหรอก" 

 

"นี่ที่แกให้ฉันช่วยเพราะคิดว่าฉันต้านผู้หญิงแกอยู่เหรอ""ใช่" 

 

"แล้วถ้าผู้หญิงของแกไม่แรงเนี่ยแกก็จะให้ลีทึกสวมบทบาทแฟนแกโดยไม่ขอร้องฉัน?""ใช่" 

 

"เลวมากคังอินแกเห็นฉันเป็นตัวแว๊ดไล่สาวๆเหรอ""อันนั้นก็ถูก" 

 

ได้รับคำตอบจากเพื่อนบังเกิดเกล้าแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากต่อยหน้าหล่อๆของมันจริงๆเลย ดีแล้วที่เขาพาลีทึกไปวันนี้แหมถ้าไม่กลัวเพื่อนจะโดนคู่หมั้นหมอนี่ตบล่ะก็นะ จะแช่งไอ้ผู้หญิงคนนั้นแรงเหมือนนางร้ายในละครดูสิแกจะปกป้องลีทึกมันยังไง 

 

"ฉันล้อเล่นน่าไม่ได้คิดจะขอร้องลีทึกอยู่แล้ว ยังไงก็ขอบใจนายมากนะฮีซอลถึงนายจะทำนอกคำตกลงก็เถอะ" 

 

"ฉันว่าดีออกถ้าฉันทำเองนะแม่แกไม่เชื่อหรอก ให้ลีทึกทำน่ะแหละดีแล้ว" 

 

"ทำไมคิดงั้นล่ะ?" 

 

"ก็......" 

 

....ก็เพราะว่าบรรยากาศแกสองคนมันให้ไงถ้าเป็นแกกับลีทึกอยู่ด้วยกัน คนรอบข้างเขามองก็คิดทั้งนั้นแหละว่าแกสองคนเป็นแฟนกันโดยที่พวกแกสองคนไม่ต้องแสดงอะไรเลย......   

 

ทันทีที่แสงของดวงอาทิตย์สาดส่องลงถึงพื้นโลก นิสัยวุ่นวายและเจ้ากี้เจ้าการของฮีซอลก็เริ่มทำงานทันใด เนื่องจากฮีซอลถ่อมาหาลีทึกแต่เช้าเพื่อปลุกให้เตรียมตัวย้ายข้าวของไปอยู่ที่คอนโดใหม่ของคังอิน แถมเพื่อนแสนดียังอุตส่าห์หารถบรรทุกขนของเอามาให้พร้อม กว่าลีทึกจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จข้าวของ ของเขาก็ถูกทยอยเอาขึ้นไปไว้บนรถบรรทุกเกือบเรียบร้อยแล้ว ร่างบางได้แต่ยิ้มเพื่อนเขานี่ไปฝึกวิชาขนของหนีเจ้าหนี้มาหรือไง อะไรจะรวดเร็วปานนั้น 

 

ตื่นเต้นไหมลีทึกฮีซอลหันมาถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆขณะขับรถตามรถบรรทุกเพื่อไปยังรังรักใหม่ของเพื่อน 

 

ก็…….นิดหน่อยนะ……..ความจริงก็ มากเลยแหละว่าแล้วก็ยกมือขึ้นลูบอกตัวเองเบาๆ นี่ขนาดยังไม่ถึงคอนโดเลยนะ ความจริงเมื่อคืนเขานอนน้อยมาก ก็เพราะมัวแต่ถามตัวเองอยู่ว่าดีแล้วเหรอที่ยอมทำตามคำขอร้องของคังอิน แต่ก็นั่นแหละเขาไม่เคยขัดใจหรือไม่ทำตามคำขอร้องของอีกฝ่ายได้เลยนี่ และถึงแม้จะคิดแบบนั้นมือเจ้ากรรมก็ดันเร่งเก็บเสื้อผ้าซะยกใหญ่ ที่ฮีซอลขนของขึ้นรถเร็วขนาดนั้นมันอาจจะเป็นเพราะเขาเองก็เตรียมความพร้อมจะย้ายอยู่แล้วก็ได้ล่ะมั๊ง….. 

 

เอาน่าไม่ต้องตื่นเต้นหรอกของมันเคยๆ 

 

เคยอะไรฮีซอล 

 

ก็เคยอยู่ด้วยกันไง นายเคยอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ  ไม่เคยซะหน่อย 

 

เคยสิก็ตอนที่เรียนมหาลัยไง 

 

นั่นมันคังอินเขาขี้เกียจกลับบ้านเลยมาขอนอนที่หอต่างหากเล่าฮีซอลถอนหายใจ มันมาขอนอนด้วยเป็นปีๆเลยเหรอ…… 

 

เมื่อให้พนักงานของรถบรรทุกขนของลงให้เสร็จแล้วก็ต้องเริ่มจัดของกันล่ะที่นี้ วันนี้คังอินมาอยู่ที่ห้องใหม่ก่อนแล้วแถมข้าวของของฝ่ายนั้นก็ถูกย้ายมาแล้วด้วยเพียงแต่ยังไม่จัด วางรวมๆกันไว้ที่กลางห้อง  

 

ทำไมของเยอะจังล่ะคังอินลีทึกเอ่ยถามเมื่อเห็นกองข้าวของมากมายที่มีพลาสติกห่อคลุมเอาไว้ตั้งรวมกับเสื้อผ้าและของใช้ของฝ่ายนั้น 

 

อันนั้นของแต่งบ้าน เมื่อคืนเปิดหนังสือแต่งบ้านดูสวยดีเลยสั่งมา เขาเพิ่งมาส่งก่อนหน้าที่ลีทึกจะมาแป๊บเดียวเอง คนตัวโตอธิบายให้ร่างบางฟังเขาไม่ได้อธิบายต่อว่าที่ตั้งอยู่นี่น่ะยังไม่หมดนะ มีพวกชิ้นใหญ่อีกหลายชิ้น ทั้งโซฟา โต๊ะแล้วไหนจะตู้อบขนมของคนถามอีก เพราะถ้าบอกหมดล่ะก็คงโดนถามแน่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่สั่งมาน่ะมันเท่าไหร่ และรับรองได้เลยว่าคนสวยของเขาต้องเป็นลมเมื่อเขาบอกราคาให้รู้เป็นแน่ เพราะงั้นรอให้ของมาส่งแล้วบอกว่าเป็นของแม่เอามาฝากให้ใช้(?)ดีกว่า 

 

โหแก...คังอินภาพดอกไม้นี่มันของศิลปินมีชื่อไม่ใช่เหรอราคาตั้งหลายละ….อุ๊บ!”คนตัวโตปาหมอนใส่หน้าเพื่อนร่างเพรียวที่ซนแอบไปเปิดดูของตบแต่งที่เขาซื้อมาตอนที่เขากำลังอธิบายให้ร่างบางฟัง และก่อนที่มันจะทำแฟนของเขาช็อคตายเขาเลยต้องฆ่าตัดตอนมันซะก่อนแกรู้ว่ากี่ล้านก็เงียบๆไว้ฮีซอล! 

 

ไอ้บ้าปามาได้เจ็บนะโว้ย!!”ร่างเพรียวหยิบหมอนออกจากหน้าก่อนจะตะโกนด่าเพื่อนตัวโตที่ยืนขำอยู่กับแฟนมันอย่างสบายอารมณ์ ไอ้เพื่อนเฮงซวยไม่สำนึกบุณคุณถ้าไม่ใช่เพราะฉันแกจะได้ลีทึกไปเป็นแฟนไหมถึงจะแค่แฟนหลอกๆก็เถอะ 

 

ขอโทษน่าฉันจะขว้างยุงพอดีโดนแกน่ะยุงบ้านแกตัวใหญ่ขนาดแกยืนอยู่ตรงนั้นก็ยังเห็นเลยเหรอคังอิน!”เออ………”ไอ้……..”พอแล้วน่า คังอินก็อย่าไปแกล้งฮีซอลสินางฟ้าลงมาห้ามทัพเลยทำให้สองคนที่ทำท่าจะขุดบรรพบุรุษมาด่ากันต้องหุบปากฉับ คนตัวโตหันมายิ้มให้ร่างบางที่ยืนใกล้ๆก่อนจะเอื้อมมือไปโอบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้หลวมๆ 

 

เมื่อเช้าเขาเองเตียงมาส่งแล้วเข้าไปดูเตียงกันนะ 

 

เหรอทำไมเขามาส่งไวจัง 

 

คนหน้าตาดีซื้อก็งี้หล่ะ 

 

เกี่ยวกันเหรอคังอิน ถ้าพนักงานขายเขารีบมาส่งเพราะคังอินหน้าตาดีเขาก็เป็นเกย์น่ะสิเพราะว่าเขาเป็นผู้ชายเสียงคนสองคนคุยกันกระหนุงกระหนิงก่อนจะหายเงียบไปทางแถวห้องนอน ฮีซอลนั่งหัวเราะฮึๆ มาถึงไอ้คังอินมันก็หลอกลีทึกเข้าห้องเลยเว้ย เพื่อนเขาก็แบ๊วตามเข้าไปอีกแล้วนั่นอะไร บทสนทนานั่นมันอะไรธรรมชาติไปไหมวะ ตกลงเขาชักงงเขาช่วยคังอินให้ไม่ต้องแต่งงานหรือว่าช่วยให้มันได้อยู่ด้วยกันเร็วขึ้น……..หึ...แล้วแกพูดเรื่องเกย์ทำไมลีทึก ...ในเมื่อแกกับคังอินก็ผู้ชายทั้งคู่มิใช่รึ!... 

 

เพราะไม่อยากตามเข้าไปขัดจังหวะการแกล้งแสดงความรักที่แสนจะสมจริงของคนสองคน ฮีซอลเลยนั่งเกาะกองของตกแต่งบ้านที่ไอ้เพื่อนเลิฟมันซื้อมาแกะไปก็จุ๊ปากไป แต่ล่ะชิ้นสวยๆแพงๆทั้งนั้นเลยเว้ยคนมีตังค์นี่บันดาลอะไรก็ได้จริงๆ กำลังนั่งแกะพลางชมไปเพลินๆเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆจะใกล้เข้ามา

 

 

พี่คังอินผมมาแล้วพี่

เสียงทุ้มห้าวกล่าวขึ้น คนร่างเพรียวที่นั่งอยู่กลางห้องจึงเหลียวหลังกับไปมองว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร ดวงตาโตสบเข้ากับดวงตาคมกล้า เออบ้านนี้มันหน้าหล่อเข้มกันทั้งบ้านเลยหรือไง

 

 

ไหนเขาว่าแฟนพี่คังอินเป็นผู้ชาย? ก็ผู้หญิงชัดๆไม่ใช่เหรอ

 

 

...ปากหมาเหมือนกันทั้งบ้านซะด้วยสิ... 

 

ฉันเป็นผู้ชายถ้านายสงสัย

 

 

อ่อ ผมซีวอนเป็นลูกพี่ลูกน้องพี่คังอิน ว่าแต่หวานใจพี่ไปไหน วานให้ผมมาช่วยแล้วหายไปไหนล่ะเนี่ย

 

 

...เออคนบ้านนี้ไม่ตกใจเลยเว้ยที่พี่ชายมีแฟนเป็นผู้ชาย... ฮีซอลคิด

 

 

อยู่ในห้องนอน

 

 

แหมทิ้งแฟนไว้คนเดียวแบบนี้มันน่าโมโห ถ้าเป็นผมล่ะก็สวยๆอย่างงี้นะจะไม่ให้ห่างตัวเลย

 

 

หึ……แถมมันยังเจ้าชู้กันทั้งบ้านด้วยให้ตาย! 

 

ขอบใจที่ชมว่าฉันสวยนายเองก็น่าตาดีนะหน้าเหมือนเด็กเวนเลย

 

 

เวนส์ รูนีย์นักฟุตบอลน่ะเหรอ

 

 

เวรตะไลน่ะ ว่าแล้วก็ฉีกยิ้มหวานให้อีกฝ่ายหนึ่งที่ก่อนจะหันกลับไปสนใจของตกแต่งที่แกะค้างต่อ ซีวอนยักไหล่สวยแต่ปากไวไปนิด

 

  

 

อ้าวซีวอนมาแล้วเหรอ

 

 

คังอินเดินออกมาจากห้องนอนก่อนจะเห็นลูกพี่ลูกน้องของตนจึงเอ่ยทัก

 

 

ครับพี่คังอิน มานานแล้วคุยกับแฟนพี่ได้พักหนึ่งแล้ว แฟนพี่สวยนะครับ

 

 

แฟนฉันเหรอ...? เห็นลีทึกแล้วเหรอถึงบอกว่าสวย ไปเห็นมาเมื่อไหร่?

 

 

ซีวอนยกนิ้วชี้ไปที่ร่างเพรียวที่ยังนั่งแกะห่อของตกแต่งไม่สนใจบทสนทนาของสองพี่น้องสักนิด

 

 

จะบ้าเหรอนี่ฮีซอลเพื่อนฉันเว้ย แฟนฉันเขาไม่ปากจัดกัดชาวบ้านไม่เลือกเหมือนหมอนี่หรอก

 

 

คนโดนว่ากัดชาวบ้านไม่เลือกเงยหน้าขึ้นมองหน้าเพื่อนนิดหนึ่งส่งสายตาประมาณว่า กล้าพูดนะที่แกไม่ต้องแต่งเนี่ยก็เพราะใครวะ คนโดนสายตาอำมหิตจิกกัดเพียงแต่ยิ้มๆกลับเท่านั้นหาได้กลัวเกรงสายตานั้นไม่

 

 

มาก็ดีแล้วจะได้ให้ช่วยติดรูปพวกนี้กับยกโซฟา แล้วก็กระถางต้นไม้ด้วย

 

 

โหพี่คังอินผมน่ะดีกรีนักเรียนนอกนะจะให้ทำงานกรรมกรแบบนั้นได้ไง

 

 

แกจะทำงานกรรมกรแค่ไม่กี่ชั่วโมงหรือแกจะกลับไปเรียนเมืองนอกให้จบแล้วทำงานกรรมกรตลอดไป….หืม คนตัวโตกอดอกยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนอารมณ์

 

 

ผมล้อเล่นหรอกพี่นี่ก็ มาดิ..ให้ช่วยอะไรล่ะ

 

 

แล้วสองคนตัวโตก็ช่วยกันจัดห้องนั่งเล่น ทั้งติดกรอบรูปทั้งยกโน่นยกนี่สารพัด

     

 

ฉันว่ามันต่ำไปนะเว้ยคังอินสูงกว่านี้อีกนิดสิ สูงไปแล้วต่ำหน่อย ซ้ายไปขวากลับมานิด ไม่เอาแล้วตรงนั้นมันไม่สวยเปลี่ยนดีกว่า

 

 

มือใหญ่ชะงักค้างทั้งๆที่กำลังจะตอกตะปูอยู่แล้วเชียว หันกลับไปมองเพื่อนร่างเพรียวที่ยืนกอดอกพิจารณามุมติดรูปแล้วอยากเตะเพื่อนหน้าสวยของเขานัก หลังจากที่มันให้เขากับซีวอนย้ายโซฟาไปตั้งมุมโน้นมุมนี้มาทั่งห้องแล้ว ยังจะมาเจอมันสั่งให้ย้ายกรอบรูปทั้งห้องอีก รู้สึกว่ามุมไหนก็ไม่โดนใจมันสักที

 

 

แกจะเอาไงเนี่ยฮีซอลฉันเหนื่อยนะเว้ยสั่งย้ายอยู่นั่นแหละ

 

 

ก็มันไม่สวยอ่ะ

 

 

ไม่สวยของแกแต่ลีทึกอาจจะบอกว่าสวยก็ได้

 

 

งั้นก็ไปเรียกเมียแกออกมาดูสิว่าสวยไหมไอ้คังอิน ฉันก็เมื่อยเหมือนกันนะยืนสั่งพวกแกเนี่ย

 

 

...เออ ขอบคุณอย่างมากที่อุตส่าห์ยืนจนเมื่อยนะฮีซอล 

 

น้องแกยังไม่บ่นสักคำเลยแกเป็นพี่จะบ่นทำไมวะนี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนฉันจะออกเรื่อนล่ะก็นะฉันจะไม่มายุ่งกับแกเลยให้ตาย

 

 

ก็ไปตายซะสิ

คนตัวโตท้าก่อนกระโดดลงจากบันไดก่อสร้างมานั่งเหยียดขาที่พื้นอย่างหมดแรง ผ้าเย็นถูกยื่นมาซับใบหน้าหล่อคมทันทีที่เขานั่งลงได้สักพัก คังอินหันกลับไปก็พบเข้ากับลีทึกที่เดินมานั่งอยู่ข้างๆพร้อมกับซับใบหน้าชุ่มเหงื่อของเขาให้อย่างเบามือ

 

 

นี่ไงเมียแกมาแล้วถามสิว่ามันสวยไหม

ฮีซอลกระแทกตัวลงนั่งที่โซฟาสีน้ำเงินตัวใหญ่กลางห้องก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้างกระดิกเท้าสบายอารมณ์

 

 

ใบหน้าสวยของคนที่เพิ่งเข้ามาในห้องนี้เนื่องจากมัวแต่จัดเสื้อผ้าทั้งของเขาและของคังอินเข้าตู้ขับสีขึ้นเล็กน้อยแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร

 

 

จัดเสื้อผ้าเสร็จแล้วเหรอเหนื่อยหรือเปล่า?” คนตัวโตจับมือเรียวของอีกฝ่ายมากุมไว้ก่อนจะยกมือตัวเองปัดผมหน้าของอีกฝ่ายให้อย่างเบามือเพราะมันยุ่ง

 

 

ไม่เหนื่อยหรอกแล้วเมื่อกี้เถียงอะไรกับฮีซอลเหรอ จับมือใหญ่ของอีกฝ่ายไว้เมื่อมันเลื่อนไปลูบปอยผมที่เขามัดเอาไว้ง่ายๆข้างหลังกลัวอีกฝ่ายจะดึงจุกเขาออกอย่างที่ชอบทำตอนอยากจะแกล้งเขา แล้วพอโดนดึงจุกออกผมมันก็จะหยักหยิกและก็ฟู เพราะฉะนั้นเอามือออกไปไกลๆหัวฉันซะดีๆ(?)

 

 

ฮีซอลมันบ้าปล่อยมันเถอะ

 

 

แกสิบ้าไอ้คังอิน

 

 

ไม่เอาแล้ว อย่าเถียงกันเลย...เดี๋ยวทำอะไรให้ทานกันนะ

 

 

แล้วเจ้าตัวก็ลุกไปจากวงสนทนาคนตัวโตลุกขึ้นเช่นกันเพราะพร้อมที่จะทำงานต่อแล้ว ทั้งคังอินและฮีซอลขยับประจำที่จะเหลือก็แต่บุคคลที่สี่ที่นั่งอึ้งอะไรสักอย่างไม่ยอมขยับ

 

 

เฮ้ย..ซีวอนวิญญาณแกออกจากร่างไปแล้วเหรอไม่ขยับเขยื้อน

 

 

เจ้าของชื่อเบนสายตากลับมาจากร่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในห้องครัว

 

 

ผมไม่ยักรู้ว่าพี่มีแฟนเป็นนางฟ้า 

 

เจ้าน้องชายของคนตัวโตว่าเข้านั่น คนตัวโตหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารกลางวัน

 

 

อย่าบอกใครเชียว…………เดี่ยวเขาจะหาว่าแกบ้าซีวอน” 

 

คังอินพูดเสียงเบาก่อนจะหันหลังและหัวเราะหึ...ฮีซอลหัวเราะไปพร้อมเพื่อนพลางคิด..

  

 

 

...ถึงกับเคลิ้มไปเลยหรือไง...เจอแฟนพี่ชายตัวจริงเข้าไอ้หนู...     

 

// TBC. //

  

edit @ 19 Mar 2008 19:13:49 by AyO

edit @ 19 Mar 2008 19:17:12 by AyO

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ๊ากกก น่ารักอ่ะ
หุ หุ หมีเมียแก น่ารักอ่ะ
#1  by  jinni (222.123.5.229) At 2008-03-19 22:43, 
"ผมไม่ยักรู้ว่าพี่มีแฟนเป็นนางฟ้า"...

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ชอบค่าาา *โบกธง*

ตามอ่านๆๆ ในที่สุดก้อต่อแล้นนน T []T ดีใจมากมายมหาศาลลลลล

เราอยากจะยกคอมคุนคนแต่งไปซ่อมให้แทนซะจริงๆ

โฮววววว

คังทึกน่ารักอ่ะะะะะ มากกกกกกกกกกกกกกกก

ส่วนคุนน้องชาย ตอนโผล่มา ยิ่งกี๊ดแตกใหญ่ คิดไว้ไม่ผิด อ่าๆๆ รักคนแต่งจิง จุ๊บบบ

>__< ฮีนิมยังปากร้ายได้ใจเหมือนเดิม อิอิ

หนุกกกๆๆๆๆ

สุดท้าย คำเดิม "มาต่อไวๆนะค๊าาาาาาาา"

*3*
#2  by  say!그린 At 2008-03-23 16:04, 
สนุกมากเลยคะ

มาต่อเร็วๆนะ**big smile
#3  by  duck* (58.9.62.101) At 2008-03-23 19:17, 
อ๊ะ!!!! น้อง ayo มี exteen ด้วย~ พี่ขอแอดเลยนะค๊า

สำหรับฟิคเรื่องนี้ 555 เม้นไปแล้วในบอร์ด แต่ก็ขอย้ำว่ารออยู่เสมอค่า แล้วไปเยี่ยมพี่บ้างน๊า open-mounthed smile
#4  by  kai At 2008-03-28 20:22, 
"ผมไม่ยักรู้ว่าพี่มีแฟนเป็นนางฟ้า"

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก(ลงไปกลิ้งบนพื้น)

อาร๊ายจะ อื๊มมมมมมมมม พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

เอาเป็นว่าโฮกมากเลยอะ

แต่ว่านะอ่าน ๆ ดูเหมือนทึกนะ

โดนขบวนการรวบหัวรวบหางเลยอะ

แต่ว่ายังไงฟิคพี่ก้ทำให้น้องอ่านไปยิ้มไปได้ทุกตอน

อ๊ากกกรักพี่จางงงงงงงงงง

อยากเจอ

แต่ไม่อยากออกจากบ้านตอนกลางวัน

-*-

ออกเย็น ๆ กลับดึกก้โดนด่า

ว่าทามมายไม่ออกกลางวัน

ก้คนมันร้อนนิหว่า ( ขอบ่นแม่นิสเหอะ )
#5  by  I'Pare (124.121.135.35) At 2008-04-01 07:48, 
พี่อ๊ะโย๋....

อ้ากกกกกกกกกก
เมว่าเมอ่านแล้วนะ...แต่ไหงยังไม่ได้อ่านไปซะได้
TT
เพิ่งมาอ่านไม่ว่ากันนะคะ...แหะๆๆๆ


อ้ากกกกกกกกกกกก น่ารักมากอ้ะ
ทำไมมันสมกันอย่างกิ่งทองใบหยกอย่างเงี้ยอ้ะ
แล้วไอ้ที่ซีวอนพูดว่า
"ผมไม่ยักรู้ว่าพี่มีแฟนเป็นนางฟ้า"เนี่ย!!!!!!!!
มัน....อ้ากกกกกกกกกกกกก
เมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันจ้ะซีวอน

มองเห็นปีกที่หลังจองซูขึ้นมาเลยทีเดียว
-//////////-

ขอแอดเฟฟล่ะ!!!!confused smile
#6  by  MYSTAR At 2008-04-09 16:47, 
“ผมไม่ยักรู้ว่าพี่มีแฟนเป็นนางฟ้า”

อ๊าก....เจอคำนี้เข้าไป กรี๊ดสลบอยู่หน้าจอเลย
สนุกสนานมากมาย รักคังทึก
#7  by  pu_konyong (118.172.179.25) At 2008-07-25 00:03, 
"ผมไม่ยักรูเลยว่าพี่มีแฟนเป็นนางฟ้า" ว่าวๆๆๆๆ

ชอบๆๆๆ
ปลาบปลื้มๆๆ
กรี๊ดดดดดดด
#8  by  chiiba (202.57.134.249) At 2008-08-27 16:42, 

<< Home