2008/May/18

EDIT ตอบคุณ anna นะคะ*
By Haruko

ฮารุมาตอบคอมเม้นท์ให้แทนพี่อะโย๋ค่ะ ^^(บก.จะโดนหาว่าจุ้นมั้ยเนี่ย?) เอิ่ม..เรื่องนี้คนเขียนเค้ากะไว้ประมาณ 10 ตอนจบค่ะ ระยะห่างระหว่างการลงแต่ละตอนน่าจะประมาณ 2 อาทิตย์ เพราะคอมที่บ้านพี่เค้าเจ๊งแบบกู่ไม่กลับ.. วินโดวส์บู้ทไม่ขึ้นเครื่องก็เปิดติดบ้างไม่ติดบ้าง ยังไม่มีเวลาซ่อมเลยค่ะ พี่เค้าเลยต้องตระเวณไปแต่งที่บ้านคนอื่น ลำบากมากๆเลย ยังไงก็ช่วยติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_______^

++++++++++++++++++++ 

Title : ไหนว่าแกล้งรัก [ Chapter 5 ]
By : Ayo
Paring : KangTeuk
Rate : PG-13 (This part)
Category : Romantic / Comedy



Author’s Note : ขอโทษที่หายเงียบไปเลย มาลงตอน 5 แล้วนะ อ่านตอนนี้แล้วต้องแผ่เมตตา(ให้ยูริ)เยอะๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์จากใจ ขอบคุณมากจ้า~

+++++++++++++++++++++

 

เสียงไขกุญแจดังแว่วก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออก ลีทึกเดินเข้ามาในห้องก่อนจะอ้าประตูออกกว้างเพื่อให้คนตัวโตที่เดินถือของตามมาเบื้องหลังก้าวเข้ามาในห้องได้อย่างสะดวก คังอินเดินถือถุงข้าวของมากมายมาวางไว้ที่โต๊ะตัวเล็กหน้าทีวีจอแบนในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งไว้อย่างลงตัว ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับทีวี มือใหญ่เอื้อมไปรับแก้วน้ำเย็นเฉียบจากมือเรียวที่ยื่นเอามาให้ คนตัวโตจรดแก้วน้ำที่ริมฝีปากก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆให้นั่งลงข้างๆ

ร่างบางนั่งลงตามแรงรั้งทั้งๆที่ตาและมือยังจับจ้องอยู่ที่ถุงต่างๆที่ซื้อมาเมื่อครู่

“ได้ของครบถ้วนตามที่ต้องการไหมครับคุณนายคิม?”

คนตัวโตเอ่ยแซวเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆตรวจของดูแล้วดูอีก คนโดนหยอกชะงักมือที่รื้อของก่อนจะหันมามองหน้าคนตัวโตที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ

“เรียกอย่างงั้นได้ยังไงน่ะคังอิน”

“อ้าว..แล้วจะให้เรียกยังไงล่ะหรือว่าไม่อยากเป็นคุณนายคิม งั้นเป็นคุณผู้หญิงเอาไหม?”

“จะบ้าเหรอ..ใครเขาเรียกผู้ชายว่าคุณนายกันมั่งล่ะ อยู่กับฮีซอลมากแน่ๆเลยถึงได้เพี้ยนแบบนี้น่ะ”

“ไม่ได้เพี้ยนซะหน่อยคนเพี้ยนที่ไหนจะหน้าตาดีเท่านี้?”

“หลงตัวเอง”

“คังอินหลงตัวเอง…….แล้วลีทึกหลงคังอินด้วยหรือเปล่า?”

เป็นคำถามที่คนถูกถามก็ไม่ทันตั้งตัว แถมคนตั้งคำถามยังทำหน้าตากรุ้มกริ่มซะจนไม่รู้จะตอบว่ายังไง แค่ได้ยินคำตอบในใจตัวเองแล้วก็อยากจะบ้าตาย ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเขาคิดอะไรในใจล่ะก็คงจะเกลียดเขาเป็นแน่ ก็คังอินน่ะไม่ชอบการผูกมัดนี่.. เขาเองก็ไม่ได้อยากจะผูกมัดคนตัวโตหรอกนะไม่ได้อยากจะ “รัก” อีกฝ่ายซะด้วยซ้ำ แต่ใครที่ได้อยู่ใกล้ๆคังอินน่ะก็อดจะหลงรักเขาไม่ได้หรอกเชื่อเถอะ ขนาดผู้หญิงที่แค่เห็นเขาแว่บๆ ไม่ได้พูดไม่ได้คุยด้วยยังชอบเขาเลย... แล้วตัวเขาเองล่ะ ที่อยู่กับอีกฝ่ายมาตั้งหลายปี อยู่ใกล้กับฝ่ายนั้นเสียจนใครต่อใครก็คงไม่คาดคิด การได้รับความเอาใจใส่ได้รับความอ่อนโยนจากอีกฝ่ายมาตลอด มันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแอบหวั่นไหวไปกับการกระทำของฝ่ายนั้น เคยคิดเคยบอกกับตัวเองว่าจะไม่หลงรักคังอินเด็ดขาด เพราะรู้ว่าหลงรักคนที่เราไม่มีทางเป็นเจ้าของเขาได้น่ะมันเจ็บปวดเหลือเกิน แต่ในที่สุดก็ห้ามใจเอาไว้ไม่ได้..

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ดีใจตอนที่อีกฝ่ายกลับมาหา แม้จะมืดค่ำ แม้จะดึกดื่น เมื่อไหร่...ที่ปลื้มใจเมื่ออีกฝ่ายเทคแคร์ดูแลราวกับเป็นคนรักกัน และเมื่อไหร่ที่เขาหลงรักคังอินอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็โหยหาอ้อมกอดของคนตัวโตไปซะแล้ว……

“เป็นอะไรน่ะหืม คิดอะไรอยู่เหรอ”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างบางกระพริบตาไล่ความฟุ้งซ่านที่กำลังครอบงำความคิดอยู่ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มให้กับคนตัวโตที่ก้มหน้าลงมามองเขาด้วยสายตาที่ห่วงใย

“เปล่าหรอก แค่คิดว่าจะลองเพิ่มเมนูใหม่ในร้านน่ะ”

“เหรอ..แต่เค้กในร้านทุกวันนี้ก็ขายดีอยู่แล้วนี่ ลีทึกจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่าถ้าเพิ่มเค้กสูตรใหม่ในร้านน่ะ”
คนตัวโตใช้นิ้วมือสางเส้นผมสีอ่อนของอีกฝ่ายเล่น

“ไม่เหนื่อยหรอก พักหลังน่ะในร้านเริ่มมีสาวออฟฟิศมานั่งทานขนมกับกาแฟเยอะขึ้นเลยอยากทำเมนูที่มันเฉพาะกลุ่มน่ะ”

“แล้วเคยสอบถามพวกนั้นบ้างหรือเปล่าว่าต้องการอะไรเป็นพิเศษไหม”

“ไม่เคย...แค่คิดว่าจะทำน่ะอยากให้ร้านของเราเป็นร้านที่นั่งพักผ่อนก็ได้ เป็นสถานที่คุยงานก็ได้เลยว่าจะลองเพิ่มเมนูหรืออาจจะตกแต่งร้านใหม่ดู คังอินว่าไง”

“ก็ดีนะ แต่มั่นใจว่าทำแล้วจะไม่เหนื่อยเกินไปและมีเวลาให้คังอินพอ?” คนตัวโตกระชับอ้อมแขนให้ร่างบางเบียดใกล้ตัวเขาเข้ามาอีก เวลาอยู่กับลีทึกทีไรเขาอยากกอดอีกฝ่ายไว้กับตัวไม่ปล่อยแบบนี้ทุกที คนในอ้อมกอดแนบใบหน้าลงที่อกเขาราวกับจะออดอ้อนอยู่ในที

“คังอินก็ไปที่ร้านทุกวันอยู่แล้วนี่”

“แล้วถ้าคังอินไปไม่ได้ล่ะจะทำยังไง……หืม”

ทำเสียงเป็นคำถามอยู่ในลำคอก่อนจะซุกปลายจมูกลงบนเรือนผมสีอ่อนไม่ว่ายังไงเขาจะต้องเค้นเอาคำตอบที่น่าพอใจออกมาจากริมฝีปากสวยนั่นให้ได้……

“ยังไงเราก็กลับมาเจอกันที่นี่อยู่ดี…..หรือถ้าไม่อย่างงั้นลีทึกไปหาคังอินเองก็ได้”

รอยยิ้มพอใจปรากฏบนใบหน้าหล่อคม เท่านี้เขาก็คงมีความสุขไปอีกชาติกว่า แม้อีกฝ่ายจะตอบออกมาตามประสาของคนใจดีและเอาใจใส่เขาอยู่เสมอ แต่นั่นมันไม่สำคัญหรอกเพราะตอนนี้เขาได้คำตอบที่พึงพอใจแล้ว มือใหญ่กระชับเอวเล็กของอีกฝ่ายให้แนบเข้ามาอีก แค่เพียงได้กอดลีทึกไว้ในอ้อมแขนก็เหมือนว่าเขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้วในชีวิตนี้

“คังอินต้องไปหาลีทึกทุกวันอยู่แล้วแหละ ถึงจะต้องโดดประชุมไปก็เถอะ”

“โดดประชุมเหรอ..เป็นเจ้าของโรงแรมต้องประชุมด้วยเหรอ?”

“ต้องสิ แล้วอีกอย่างแฟนลีทึกน่ะลูกใคร ..ธุรกิจคังอินมีอีกตั้งเยอะ”

“มีเยอะแล้วทำไมว่างจัง??..เห็นเมื่อก่อนไปเที่ยวกับผู้หญิงทุกวันเลย”แม้จะไม่ได้ตั้งใจจิกกัดอะไรมากมายแต่หางเสียงของร่างบางก็สะบัดนิดๆอยู่ดี ใบหน้าสวยหวานที่บึ้งลงเล็กน้อยแก้มใสที่พองลมเองอัตโนมัติโดยเจ้าตัวไม่รู้ ทำเอาคนที่โดนจิกกัดเล็กๆอดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้

“เมื่อก่อนว่างมากเลยมีโอกาสได้ทำอย่างงั้น แต่ตอนนี้คงทำไม่ได้แล้วแหละ”คนตัวโตกระซิบเบาข้างใบหูเล็ก

“ทำไมล่ะ?”

“ก็ตอนนี้คังอินเป็นของลีทึกแล้วนี่”

แค่สิ้นเสียงทุ้มของอีกฝ่ายคนข้องใจก็หน้าแดงแปร๊ด ก่อนจะก้มหน้างุดอย่างเขินอายที่สุด ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่นหยอกให้เขาหัวปั่นเหมือนทุกที แต่มันก็อดมีความรู้สึกกับคำพูดพวกนี้ไม่ได้ ก็บอกแล้วไงลองอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ดูสักวันจะรู้ว่าผู้ชายที่ชื่อคังอินน่ารักขนาดไหน……





ขณะที่คังอินและลีทึกกำลังหยอกเย้ากันไปมาอยู่นั้นมือถือของคนตัวโตก็ดังขึ้นและเมื่อเจ้าของเครื่องยกหน้าจอขึ้นมาดูรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าอยู่เมื่อครู่ก็ลดลงไปครึ่งหนึ่งทีเดียว

“ใครโทรมาเหรอ?”

“ฮีซอลน่ะ...คงมีธุระ ลีทึกไปอาบน้ำก่อนนะวันนี้เหนื่อยทั้งวันเลย”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการความเป็นส่วนตัวร่างบางจึงส่งยิ้มให้ก่อนจะลุกไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย ไม่ใช่ไม่ติดใจว่าเพื่อนร่างเพรียวโทรมาหาคนตัวโตทำไมเอาป่านนี้ แต่เขาจะไม่ซักถามเพราะรู้ว่าคังอินไม่ชอบการถูกเซ้าซี้แบบนั้นเมื่อคนตัวโตอยากจะเล่าก็คงเล่าให้ฟังเอง

“มีอะไรฮีซอล”

คนตัวโตกรอกน้ำเสียงเรียบลงไปไม่รู้สึกกระตือรือร้นแม้สักนิดว่าอีกฝ่ายโทรมาทำไมเพราะเหมือนเขาจะเดาออกลางๆ

“แกทำอะไรอยู่น่ะคังอิน ลีทึกอยู่แถวนั้นหรือเปล่า”

“เขาอาบน้ำอยู่ อยากรู้เรื่องอะไรก็บอกมาฮีซอล”

“เรื่องผู้หญิงคนนั้นน่ะสิถามได้ เธอเป็นใครไม่ทราบ?”

“คู่หมั้นฉัน..ที่เคยบอกแกไง”

“คนนี้เหรอก็สวยดีนะ..แล้วแกเลิกกับเขาทำไม?”

“เขาสวยเกินไปมั๊งฉันเลยเลิกกับเขา”

“อย่ากวนประสาทฉันได้ไหมขอร้อง ฉันรู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่แกถึงได้แจ้นมาขอร้องให้ฉันช่วยตอนแรก...เล่ามานะ”

“แฟนฉันเขายังไม่ถามฉันเลยแล้วแกเป็นใครฉันถึงต้องเล่าให้ฟัง~”

“อย่ามากวนเบื้องต่ำฉันนะไอ้คังอิน!”
คนตัวโตยกโทรศัพท์ให้ห่างหูเมื่อปลายสายแว๊ดใส่มาอย่างเหลืออด ไรวะล้อเล่นแค่นี้ก็ต้องเสียงดังด้วย

“เขาเป็นว่าที่คู่หมั้นฉัน เกือบจะหมั้นกันอยู่แล้ว ครอบครัวเราก็สนิทกันพอสมควรแล้ว.............”

“พอเลยๆๆไอ้คังอิน..แกชักแม่น้ำทั้งห้าทำไมไม่ต้องบอกฉันหรอกว่าเธอคนนั้นเป็นใคร บอกมาอย่างเดียวก็พอว่าทำไมไม่หมั้นกับเขา?”

“แกนี่น่าจะไปเป็นนักข่าวนะเนี่ย ชอบสอดเรื่องชาวบ้านเขานัก...”

“เรื่องชาวบ้านคืองานของฉันเว้ย.. เอ๊ยไม่ใช่!! ฉันก็แค่อยากรู้เพื่อช่วยจับตามองไม่ให้ว่าที่คู่หมั้นแกมายุ่งกับเพื่อนรักฉันได้ไง”

เห็นแก่ความปรารถนาดีที่แกมีเผื่อแผ่มาให้แฟนฉันหรอกนะฮีซอล จะเล่าให้ฟังก็ได้...

“ฉันกับเขาคบกันและแม่ฉันก็มีแผนจะให้ฉันแต่งงานกับยูริ ฉันเองก็ว่าเธอน่ารักดีเลยจะหมั้นกับเธอ แต่อนิจจาวาสนาเราไม่ตรงกัน ฉันดั๊นไปรู้ว่าเธอจะหมั้นกับฉันเพราะอยากเอาบริษัทของพ่อเธอมาร่วมบริษัทกับของแม่ฉันนั่นก็เท่ากับว่าเธอไม่ได้รักฉันเลยเธอรักบริษัทแม่ฉันเท่านั้น อีกอย่างเธอแอบสืบข้อมูลบริษัทฉันซะละเอียดยิบ เป็นแกจะยังแต่งด้วยอยู่อีกไหม ...ฉันบอกแม่แต่แม่ฉันเขาก็ไม่เชื่อ บวกกับเขาคงกลัวฉันไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตน มีหลานไม่ทันใช้เลยไม่สนใจ ฉันเลยต้องคิดแผนการผมมีเจ้าของแล้วขึ้นมาจบ............”

คนที่โดนคะยั้นคะยอให้เล่า เล่าเรื่องออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ปลายสายได้แต่อึ้ง ไม่ได้อึ้งเพราะสงสารเพื่อน แต่อึ้งเพราะน้ำเสียงที่มันเล่า ธรรมดายังกะสั่งอาหารกลางวันมากิน รู้สึกอะไรบ้างหรือเปล่าครับพี่น้อง........

“เอ่อเหรอ…..ฉันเห็นด้วยแล้วแหละที่แกเลิกกับเธอ”

“ทำไมวะ?”

“ฉันว่าเขาเป็นคนร้ายเงียบๆไงไม่รู้ ห่วงก็แต่ลีทึกเพื่อนฉันจะต้านไหวไหมน้อถ้าเขามาราวี”

“พรุ่งนี้แกจะไปที่ร้านหรือเปล่า?”

“ไป”

“วันมะรืนล่ะ?”

“ก็ไป”

“แล้ววันถัดไปหล่ะ?”

“ก็ไปอีกนั่นแหละ ฉันก็ไปร้านลีทึกมันทุกวันอยู่แล้วจะถามทำไม”

“งั้นฉันก็ไม่ต้องจ้างบอดี้การ์ดดูแลแฟนฉัน ฝากลีทึกไว้ให้แกดูแลด้วยนะฮีซอล”

ไอ้เพื่อนเวร!!!!!!หนอยเห็นฉันเป็นตัวอะไรวะนี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนรัก(หักเหลี่ยมโหด)กันมานานล่ะก็ฉันจะด่าให้ลืมซอยกลับบ้านเลย ฮีซอลถอนหายใจอย่างระงับอารมณ์ วันนี้เถียงกับมันจนหมดพลังงานแล้ว ปล่อยหมากลับวัดไม่มีแผลสักวันแล้วกัน……

คนตัวโตส่ายหัวก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมามองงงๆ ด้วยไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนเขาจึงยอมวางไปง่ายๆ ไม่แหวแปดซอยเหมือนทุกที สงสัยจะกินยาผิดหรือไม่ก็คงตั้งท้องอ่อนๆกับไอ้ซีวอนน้องเขาแน่ๆ อารมณ์ขึ้นๆลง เขาว่าคนท้องมันมักทำอะไรตรงข้ามกับตัวจริงเสมอ(?)เออน้องเขานี่ใช้ได้นะเนี่ย………





ลีทึกนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเมื่อออกมาจากห้องอาบน้ำ มือเรียวเอื้อมหยิบหวีขึ้นมาถือไว้ในมือ คังอินยังไม่เข้ามาในห้องนอน สงสัยจะยังคุยโทรศัพท์กับฮีซอลไม่เสร็จ คุยอะไรกันนะ คำถามผุดขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้มันน่าแปลกที่สองคนนั้นคุยกันนานขนาดนี้เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย... ก็เล่นพูดกันเมื่อไหร่ทะเลาะกันแบบนั้น หรือว่าเรื่องที่คุยกันมันเป็นเรื่องสำคัญถึงคุยกันได้ยาวขนาดนี้ ความน้อยใจแล่นขึ้นมาในอกแค่เพียงคิดว่าเพื่อนร่างเพรียวมีอะไรที่เป็นความลับกับคนตัวโตเขาก็น้อยใจซะแล้ว คงเป็นผลข้างเคียงมาจากความรู้สึกที่เปลี่ยนไปสินะ แค่คังอินทำอะไรแล้วไม่บอกเขา ก็พาลจะน้อยใจไปซะหมดแถมยังไปพาลถึงฮีซอลอีกเขานี่แย่จริงๆเลย

ร่างบางถอนหายใจหนักๆพร้อมที่ประตูห้องนอนเปิดออกพอดี คนตัวโตเดินเข้ามาในห้องก่อนจะส่งยิ้มให้ร่างบางที่นั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก ผมสลวยของฝ่ายนั้นเปียกชื้นตรงปลายๆเล็กน้อยเลยแนบไปกับต้นคอระหง ตามลำคอยังมีหยดน้ำเม็ดเล็กเกาะพราวอยู่เล็กน้อย ใบหน้าสวยของเจ้าตัวดูเรียบเฉยติดจะบึ้งเล็กๆ เอ…..อารมณ์เสียอะไรหว่า??...

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ?”

เดินเข้าไปท้าวแขนกับโต๊ะเครื่องแป้งคร่อมร่างเบื้องหน้าเอาไว้

“อืม….เปิดน้ำเอาไว้ให้คังอินแล้ว ไปอาบน้ำเถอะ”

ริมฝีปากอิ่มเผยยิ้มนิดๆ แต่เป็นยิ้มที่คนตัวโตรู้ว่าฝืน ร่างบางลุกขึ้นก่อนจะเบี่ยงตัวหลบออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายเดินไปที่เตียง มือเรียวเอื้อมจับผ้าน่วมที่คลุมเตียงออกและก่อนที่เขาจะได้สอดตัวเขาใต้ผ้าน่วมนั้นเอวเล็กก็ถูกรวบกอดจากทางเบื้องหลัง

“อารมณ์เสียอะไรหืม……”

ปากร้อนกระซิบถามชิดใบหูเล็ก

“เปล่านี่….ไปอาบน้ำเถอะ”

คนโดนกอดก้มหน้าลงต่ำก่อนจะยกมือจับท่อนแขนแกร่งเพื่อแกะมันออกจากเอวของตนเอง

“ไม่อาบ..จนกว่าลีทึกจะบอกว่างอนอะไรคังอิน?”

ยิ่งเห็นท่าทางก็ยิ่งรู้ได้ว่าคนในวงแขนนี่กำลังงอนอะไรเขาอยู่เป็นแน่ และถ้าเขาเดาไม่ผิดคงเป็นเรื่องที่เขาคุยโทรศัพท์กับฮีซอลนานเกินไป

“ไม่ได้งอนจริงๆ...ลีทึกเหนื่อยน่ะ”

ไม่กล้าบอกออกไปว่างอนที่อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์นาน กลัวจะโดนว่างี่เง่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ก็เขาไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเพื่อนของคังอินเลยนี่คงไม่มีสิทธิ์งอนหรือน้อยใจอะไรทั้งนั้น ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้เป็น…..

“ฮีซอลน่ะ….โทรมาถามว่าน้องผู้หญิงวันนี้เป็นใครเท่านั้นเอง แล้วก็ทะเลาะกันเรื่องซีวอนอีกนิดหน่อย ถ้าคังอินคุยโทรศัพท์นานก็ขอโทษนะ” คนตัวโตเล่าให้ร่างบางในวงแขนฟังด้วยน้ำเสียงที่ใครต่อใครคงไม่คิดว่านักธุรกิจเจ้าเสน่ห์ชื่อดังจะใช้น้ำเสียงน่ารักขนาดนี้

ร่างบางเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกของอีกฝ่าย ไม่ใช่ว่ารังเกียจ..แต่หัวใจเขาเต้นรัวเสียยิ่งกว่าจังหวะรุมบ้าในกีฬาลีลาศซะอีก ไม่รู้ทำไมพอเจอลูกอ้อนแบบนี้เข้าทีไร เขาไปไหนไม่รอดสักที……พาลจะเลิกงอน เลิกน้อยใจ เลิกอารมณ์เสีย ไปซะทุกที

“อืม…..รู้แล้วไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวน้ำที่เปิดไว้จะเย็นซะก่อนนะ”

“ไม่หึงแล้วนะ?”

“ใครเขาหึงคังอินกันเล่า!!!!ไปอาบน้ำไป~!!” แกะวงแขนของอีกฝ่ายออกจากเอวแทบไม่ทัน คำพูดของอีกฝ่ายมันจี้ใจดำยังไงก็ไม่รู้

ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มก่อนจะฉกปลายจมูกลงบนแก้มนวลโดยที่เจ้าของเขาไม่ทันตั้งตัวแล้วเดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไป

ลีทึกยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองก่อนจะมองค้อนตามหลังคนตัวโตอย่างหมั่นไส้ รู้สึกพักนี้จะปากไวมือไวไปหน่อยแล้ว สงสัยคงต้องอบรมให้ลดความมือไวปากไวลงบ้าง ไม่งั้นมีหวังเขาขาดทุนแย่……



+++++++++++++++++++++



ยามบ่ายจัดอย่างงี้ทั้งๆที่ร้านเค้กของลีทึกน่าจะเงียบเหงาหากแต่ว่าก็ยังมีผู้คนมาใช้บริการอยู่อย่างต่อเนื่อง เจ้าของร้านร่างบางกำลังง่วนอยู่กับการแต่งหน้าเค้ก วันนี้มีคนโทรเข้ามาสั่งเค้กแต่งงานแถมจะเอาเค้กจริงทั้งเก้าชั้นซะด้วย มือเรียวบรรจงตกแต่งหน้าเค้กเรื่อยๆไม่รีบร้อน เพราะหากรีบร้อนหน้าเค้กอาจจะไม่สวยก็ได้

“แกจะบรรจงแต่งอะไรขนาดนั้นแต่งๆไปเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ไม่อยู่ในสภาพนี้แล้ว”

เสียงแหลมนิดๆของเพื่อนร่างเพรียวเรียกความสนใจของคนที่กำลังขะมักเขม้นแต่งเค้กให้หันมามองทางต้นเสียง

“ไม่ได้หรอกฮีซอล...เค้กงานแต่งเชียวนะมันก็ต้องใส่ใจหน่อยสิ เนี่ย...เป็นสิ่งที่ยืนยันความรักของคนสองคนเลยนะ”

“เหรอ...ฉันคิดผิดมาตลอดเลยใช่มั้ยว่าเป็นแหวนแต่งงาน(?)”

“อันนั้นมันก็สำคัญเค้กก็สำคัญ”

เถียงกับคนร่างเพรียวที่เดินมายืนจิบน้ำชาอยู่ใกล้ๆอย่างไม่คิดจะช่วยอะไรก่อนจะหันไปสนใจบรรจงแต่งหน้าเค้กต่อ

“ความจริงก็ดีนะ ฝึกแต่งหน้าเค้กเอาไว้มากๆแหละดีแล้ว”

“ทำไมเหรอฮีซอล?”

“ก็เผื่องานแต่งไอ้คังอินเจ้าสาวจะได้ลงมือแต่งเค้กเอง โรแมนติกจะตาย” ร่างเพรียวแซวเพื่อนก่อนจะหัวเราะชอบใจ ไม่มีอะไรทำเราก็กลับเขาสู่หน่วยลับสืบความสัมพันธ์เพื่อนรักกันดีกว่า

“พูดอะไรน่ะฮีซอล! ฉันไม่ได้จะแต่งงานกับคังอินซะหน่อย”

“แกแน่ใจนะลีทึกว่าแกกับมันไม่ได้เกินเลยกันไปแล้ว~”

“เกินเลยอะไรกันเล่า!”

“ก็แบบ...บอกฉันว่าเป็นเพื่อนกันแต่ความจริงมันไม่ใช่อะไรอย่างเงี้ย” ร่างเพรียวทำท่าทางรู้ทันก่อนจะจ้องใบหน้าอีกฝ่ายตรงๆอย่างจับผิด

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ...ฉันกับคังอินเป็นเพื่อนกัน”

“แต่ยอมให้มันจูบ?”

...ดูสิว่าจะปากแข็งไปได้อีกกี่น้ำ...

“ก็จูบกันแบบเพื่อนธรรมดาเท่านั้นแหละ ฮีซอลก็รู้ว่าพวกฉันทำแบบนั้นกันมาตั้งแต่เรียนมหาลัย”

“ก็รู้...แต่แบบว่าฉันก็ไม่เคยจูบกับเพื่อนสนิทไง แถมไม่เคยนั่งตักเพื่อนด้วย หรือถ้าเผอิญฉันไปทำแบบนั้นกับใคร ฉันก็จะเรียกคนๆนั้นว่า “แฟน” ไม่ใช่เพื่อน..”

ร่างเพรียววางแก้วน้ำชาลงบนจานรองก่อนจะจีบปากจีบคอพูดจิกกัดให้เพื่อนร่างบางสะดุ้งในคำพูดของเขา

“ถามจริง...แกไม่ได้คิดอะไรกับคังอินมันเลยเหรอลีทึก?”

ฮีซอลเข้าโหมดจริงจังเพราะคาใจในความสัมพันธ์นี้มานาน วันนี้โอกาสดีคังอินมันไม่อยู่ต้อง สืบ ล้วงลับตับไต หัวใจม้ามของเพื่อนออกมาให้ได้ค่อยดู ยิ่งสืบจากเพื่อนร่างบางของเขาเนี่ยยิ่งได้ข่าวสารเร็วกว่าสืบจากคังอินเยอะ เพราะไอ้หมอนั่นมันหลบฉากเก่ง

“ก็………..”

ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ตอบข้อสงสัยเพื่อนรัก ประตูร้านก็เปิดออกและคนที่ก้าวเข้ามาในร้านก็ทำเอาคิ้วเรียวของฮีซอลขมวดนิดๆ มาแล้วไงยัย ...จาง ยูริ...

“ขอโทษนะคะ ที่นี่ร้านพี่ลีทึกหรือเปล่า?”

เสียงใสเอ่ยถามพนักงานที่เดินเข้ามาต้อนรับและก่อนที่จะได้รับคำตอบเธอก็มองเข้าไปเห็นเป้าหมายยืนแต่งเค้กอยู่หลังเคาท์เตอร์ด้านในของร้าน หญิงสาวผละไปจากพนักงานทันทีก่อนจะตรงเข้าไปหาคนที่ง่วนอยู่กับการทำเค้กที่เคาท์เตอร์ด้านในทันที

“ขอโทษค่ะพี่ลีทึก”

เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะพบเข้ากับหญิงสาว เขาส่งยิ้มทักทายให้ฝ่ายนั้นอย่างเป็นมิตรผิดกับคนร่างเพรียวที่มองอีกฝ่ายเป็นศัตรู...

“น้องยูริมาได้ยังไงครับ?”

เอ่ยทักหญิงสาวออกไปเพราะเมื่อกี้เขายืนหันหลังให้ประตูร้านก็เลยไม่รู้ว่าใครเข้ามาในร้านบ้าง แม้ออกจะงงอยู่บ้างว่าอีกฝ่ายเข้ามาถึงในนี้ได้ยังไงแต่เขาก็ไม่คิดจะถามหรือติดใจอะไร

“พอดียูริโทรไปคุยเล่นกับพี่คังอินมาน่ะค่ะ เลยรู้ว่าร้านพี่อยู่นี่”

หญิงสาวพูดด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้ม หากแต่เป็นรอยยิ้มที่อาบไปด้วยอะไรบางอย่าง..

“อ๋อ...เหรอครับ ว่างนะครับน้องเนี่ยโทรคุยเล่นกับแฟนคนอื่นได้ด้วย” มันเป็นความปากไวของร่างเพรียวที่ยืนมองเหตุการณ์มานาน แม้รอยยิ้มของอีกฝ่ายจะใสซื่อเพียงใด จะตบตาใครต่อใครได้ แต่ฝันไปเถอะว่าจะตบตาคนอย่างเขาได้ เขาน่ะไม่ใช่แม่พระอย่างเพื่อนเขาหรอก ....เขาว่ากันว่า ผีก็ย่อมดูผีออก มารอย่างเขาก็ย่อมดูมารอย่างอีกฝ่ายออกเช่นกัน...

หญิงสาวหันไปมองคนร่างเพรียวที่ดูเหมือนจะรู้ทันความคิดในใจของตน เธอสบตากับฝ่ายนั้นอย่างไม่เกรงกลัวมันไม่ใช่เรื่องของอีกฝ่ายแต่ถ้าอยากยุ่งก็เอาเลย...

ในขณะที่คนสองคนมองกันออกทะลุปรุโปร่งแต่ร่างบางที่เป็นตัวแปรกลับไม่รับรู้อะไรเลยยังคงก้มลงแต่งหน้าเค้กต่อไป

“พี่ลีทึกไม่คิดว่าฉันมารบกวนใช่ไหมค่ะ?”
“แล้วถ้าบอกว่ารบกวนน้องจะกลับไปไหมล่ะ”

ฮีซอลพูดออกไปด้วยใบหน้าที่แสนจะไม่เป็นมิตร ในเมื่อมาอย่างไม่เป็นมิตรเพื่อจะมารังควานเพื่อนเขา ก็อย่าได้รับการต้อนรับดีนักเลย... ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็น่าจะรู้ว่าเพื่อนเขาไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่ก็ยังอยากจะมายุ่งมาตอแยด้วย ...อย่างลีทึกน่ะตอบโต้กับเธอคงไม่สนุกหรอก มาตอบโต้กับฉันดีกว่าเราถึงจะสู่สีกัน...

“ฮีซอลทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ไม่รบกวนหรอกครับ”

ตกใจที่เพื่อนพูดออกไปแบบนั้น ไม่รู้ว่าเพื่อนซี้ของตัวเองเป็นอะไร รู้แต่ว่าคำพูดที่ใช้กับอีกฝ่ายแรงเอามากๆ เขาเองเป็นคนกลางจะดุเพื่อนก็ไม่ได้ ฮีซอลยิ่งขี้งอนอยู่ด้วย ในเมื่อว่าเพื่อนตัวเองไม่ได้ ร่างบางจึงหันไปส่งยิ้มอย่างขอโทษให้กับหญิงสาวที่ยืนยิ้มสดใสไม่พูดอะไรแทน..

ลีทึกละมือจากการแต่งหน้าขนมเค้กเพื่อชวนเพื่อนร่างเพรียวและหญิงสาวออกไปนั่งทานของว่างข้างนอกเพื่อลดความตึงเครียดที่เพื่อนร่างเพรียวเป็นคนก่อเอาไว้

“ความจริงฉันก็ไม่อยากมารบกวนหรอกค่ะ แต่พอดีอยากเจอพี่คังอินเลยมาที่นี่ พี่เขาจะเข้ามาไหมคะวันนี้ อยากคุยอะไรส่วนตัวกับพี่เขาหน่อยน่ะค่ะ”

น้ำเสียงที่ใช้พูดกับอีกฝ่ายฟังดูแล้วก็ดูสดใสและน่ารักอยู่ในที แต่คำว่าส่วนตัวทำไมมันดูเหมือนอีกฝ่ายจงใจจะเน้นยังไงก็ไม่รู้

“มาครับ...คังอินเข้ามาที่ร้านทุกวัน”

พยายามไม่คิดหรือติดใจอะไรกับคำพูดของอีกฝ่ายมากนัก น้องอาจจะพูดขึ้นมาเฉยๆแต่เขาคิดมากไปเองก็ได้

“คังอินน่ะ มันห่างจากลีทึกไม่ได้นานหรอก มันก็มารับแฟนมันกลับบ้านทุกวันแหละ” ฮีซอลลอยหน้าลอยตาตอบ แม้จะไม่มีใครอยากรู้แต่เขาอยากบอกแทนเพื่อน เดี๋ยวคนที่มาหาเรื่องจะไม่รู้...

ยูริยกมือเรียวหยิบหลอดคนน้ำในแก้วเล่น เธอกำลังใช้ความคิด ...ลำพังแฟนพี่คังอินไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย ดูเรียบร้อย ไม่ตอบโต้อะไรสักอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคนที่ร้ายคือผู้ชายหน้าเหมือนผู้หญิงคนนั้นล่ะสิ จะมาเป็นตัวกันชนเหรอแต่คงจะยากซะหน่อยนะ...

“ร้านพี่ลีทึกสวยนะคะ”

“ขอบคุณครับความจริงพี่ไม่ได้แต่งเองหรอกครับ ไอเดียคังอินน่ะครับ เขาชอบเรื่องพวกนี้ก็เลยรับอาสาตกแต่งให้”

ร่างเพรียวเหยียดยิ้ม ชอบใจในคำตอบของเพื่อนตัวเองไงไม่รู้ แม้มันจะไม่ได้ฟังดูโอ้อวด แฝงความนัยเหมือนคำพูดของอีกฝ่าย แต่ก็เป็นคำพูดใสๆและเป็นธรรมชาติมากๆ

“ขนาดมันไม่ค่อยชอบอะไรจุกจิกนะเนี่ย แต่มันกลัวลีทึกเหนื่อยน่ะเลยทำเองหมดไม่น่าเชื่อเลยใช่มะว่าพี่ชายน้องยูริจะรักแฟนขนาดนี้”

เอาคำพูดของทัพเสริมไปอีกหน่อยละกัน เป็นการขยายประโยค ประธาน กรรม และกริยา

“พี่คังอินก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เขาใจดีกับทุกคนเสมอ ยูริเองพอบอกว่าอยากได้รถ...พี่เขาก็ซื้อให้เลยล่ะค่ะ พี่คังอินเนี่ยใจดีที่สุดเลย”

แม้ใจจะร้อนรุ่มและอยากจะทำร้ายคนร่างบางที่นั่งหน้าใสเพียงใด แต่หญิงสาวก็ต้องสะกดอารมณ์เอาไว้ เพราะถ้าหากทำอะไรลงไปตอนนี้แผนการที่เธอเฝ้าครุ่นคิดก็จะไม่สัมฤทธิ์ผลเป็นแน่ ปล่อยให้มันสองคนคิดว่าเป็นผู้ชนะไปก่อนแล้วกัน

ร่างเพรียวขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมยัยนั่นดูไม่เดือดร้อนอะไรเลย ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้มาเหมือนจะไม่ยอมแพ้ บ้างแต่มันก็ผิดกว่าที่เขาคาดไว้เยอะ อีกฝ่ายน่าจะวีนแตกแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาให้เห็นแล้วสิ จะบอกว่าหล่อนไม่รู้ว่าเขาแกล้งช่วยพูดอวดความเอาใจใส่ของคังอินที่มีให้เพื่อนเขามันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ หล่อนน่าจะรู้ดีแต่ทำไมยังทำเฉย ตกลงอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่กันแน่...

ร่างบางรู้สึกอึดอัด เพราะแม้ว่าเพื่อนเขาจะนั่งทำหน้าเฉยและหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามจะยังยิ้ม แต่เขากลับรู้สึกว่าในโต๊ะบรรยากาศมันกดดันยังไงชอบกล ดูเหมือนว่าฮีซอลจะไม่ชอบยูริ แต่..ไม่ชอบเพราะอะไรล่ะ น้องเขาก็ออกจะน่ารักนี่

“ที่ดินที่นี่แพงมาก พี่ลีทึกซื้อเองเหรอค่ะ?”

หลังจากเงียบไปสักพักยูริก็ชวนคุยอีกเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับคนร่างบาง

“เปล่าครับ”

คนโดนถามตอบยิ้มๆน้องเขาก็ออกจะน่ารัก พูดจาก็ดีแม้บางทีเขาจะรู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายพยายามจะพูดอวดความสำคัญของตัวเองที่มีต่อคังอิน แต่นั่นอาจเป็นอาการของน้องสาวที่หวงพี่ชายก็ได้

“แล้วใครซื้อให้เหรอค่ะ?”น้ำเสียงที่ใช้ถามเครียดลงเล็กน้อยเพราะกลัวคำตอบจากอีกฝ่าย

ร่างเพรียวที่นั่งเงียบมานานเหยียดยิ้ม ถ้าจะเล่นสงครามประสาทก็อย่าเผลอแสดงน้ำเสียงแบบนั้นออกมาสิจ๊ะน้องหนูมันจะทำให้พี่รู้ว่าคิดอะไรอยู่..

ฮีซอลไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่ายๆ “ก็ต้องคังอินอยู่แล้วสิครับถามได้”

ราวกับในอกมันจะร้อนรุ่มขึ้นมานิดๆ หากพี่คังอินซื้อที่นี่ให้อีกฝ่ายจริง การโอ้อวดว่าได้รถก็คงเทียบกับราคาร้านและที่ดินนี้ไม่ได้สักนิดเพราะราคาที่ดินตรงนี้ แพงกว่ารถที่เธอเคยได้ไม่รู้ตั้งกี่เท่าแต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องอดทนไว้ หัวเราะที่หลังดังกว่า ฉันจะเอาให้เจ็บไม่ลืมเลย

“พี่ลีทึกโชคดีจังเลยนะค่ะที่พี่คังอินรักพี่มากขนาดนี้ ฉันยินดีด้วยจริงๆรักกันมากๆนะค่ะ”

“...ครับ”

ก้มหน้ารับคำออกไปด้วยเสียงเบาหวิว ไม่รู้ทำไมในใจมันปวดหนึบขึ้นมา คงเป็นเพราะว่าแม้จะได้รับคำอวยพรมาและตอบรับออกไปอย่างงั้น แต่ในความเป็นจริงถึงเขาจะรักคนตัวโตมากเท่าไหร่ เขาก็คงเป็นได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้นไม่สามารถขยับขึ้นมาเป็นคนรักของคังอินได้หรอก……

ในขณะที่คนร่างบางยังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง และเพื่อนร่างเพรียวของฝ่ายนั้นกำลังนั่งภูมิใจในชัยชนะอยู่ ยูริก็ยกมือขึ้นเรียกพนักงานให้เดินมาที่โต๊ะ และเมื่อเดินมาถึงเธอก็ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้พนักงานไป

ไม่นานนักเด็กในร้านก็กลับมาพร้อมแก้วใบใหญ่ใบหนึ่ง เมื่อเด็กคนนั้นจะวางเครื่องดื่มลงบนโต๊ะหญิงสาวก็ลุกพรวดขึ้นทำให้ไหล่ของเธอกระแทกเข้าที่อกของพนักงานคนนั้น เป็นเหตุให้แก้วที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายกระเด็นหลุดจากมือและหกลงบนไหล่ของร่างบางที่นั่งอยู่เต็มๆ...

“โอ๊ย…..”

เสียงร่างบางอุทาน เมื่อผิวหนังสัมผัสถึงความร้อนจากน้ำร้อนในแก้ว ลีทึกลุกขึ้นยืนและร้องอย่างเจ็บปวด เรียกความสนใจจากฮีซอลที่นั่งอยู่ข้างๆในทันที

ฮีซอลหันควับไปมองใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเห็นอีกฝ่ายเหยียดยิ้มนิดๆ ร่างเพรียวหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ค่อยออกเพราะได้แต่โมโหที่ไม่ทันแผนการของอีกฝ่าย แต่ยังไงเขาคงต้องรีบปฐมพยาบาลช่วยเพื่อนร่างบางก่อนล่ะตอนนี้..

หลังจากที่มองอีกฝ่ายปวดแสบปวดร้อนเพราะโดนน้ำร้อนลวกจนพอใจแล้วเธอก็แกล้งทำตัวเป็นคนดี ยกแก้วน้ำเย็นของเธอราดลงไปบนแผลของร่างบางเพื่อแสดงการช่วยเหลือ

“พี่ลีทึกเป็นไงบ้างค่ะ?”

หญิงสาวหยิบกระดาษมาซับน้ำบนไหล่ของร่างบางให้ มือเรียวกดกระดาษหนักๆลงไปบนผิวที่แดงไหม้

“โอ๊ย…...”

ร่างบางส่งเสียงร้องเพราะรู้สึกแสบร้อนไปตามผิวหนัง ฮีซอลปัดมือที่ซับน้ำออกจากไหล่ของเพื่อนออกอย่างแรง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายจนคนทั้งร้านหันมามองคนทั้งสามเป็นจุดเดียวกัน ร่างเพรียวดึงมือเพื่อนเขาไปในห้องพักหลังร้านโดยมียูริตามไปด้วย

“เจ็บไหมลีทึก แสบหรือเปล่า?” ฮีซอลถามเพื่อนอย่างเป็นห่วงพร้อมกับเอาน้ำแข็งประคบตรงบาดแผลให้อีกฝ่ายไปด้วย

“ไปหาหมอไหมค่ะพี่ลีทึก?” เสียงใสของยูริดังขึ้น เธอทำหน้าตาเป็นห่วงมากและพยายามเอื้อมมือมาเพื่อสัมผัสแผลของลีทึก แต่แล้วมือของเธอก็โดนฮีซอลปัดออกไปให้ห่างจากบาดแผลของเพื่อน

“อย่ามาทำเป็นพูดดี เพราะเธอนั่นแหละเพื่อนฉันถึงโดนน้ำร้อนลวก เธอแกล้งเพื่อนฉัน!

“ทำไมพี่ปรักปรำฉันแบบนั้นล่ะค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจนะค่ะ ฉันเองก็ห่วงพี่ลีทึกเหมือนกัน”

หญิงสาวทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ที่โดนปรักปรำ

“ฮีซอล..อย่าไปโทษยูริเลยมันเป็นอุบัติเหตุ..”ร่างบางเห็นท่าจะไม่ดีเพราะดูเพื่อนเขาจะโกธรมากๆ ก็รู้ว่าฮีซอลห่วงเขาแต่ไม่น่าไปปรักปรำน้องแบบนั้นเลย...

“ต้องโทษเขานั่นแหละเขาตั้งใจจะทำน้ำหกใส่แกนะ! แล้วใครสั่งให้เอาน้ำร้อนไปเสริฟที่โต๊ะไม่ทราบ...ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วอีกอย่างทำไมต้องเขียนใส่กระดาษด้วยว่าสั่งอะไร”ร่างเพรียวโวยวายไม่คิดเลยว่าคนหน้าตาสวยๆใสๆจะร้ายได้เพียงนี้ เขาเองก็บ้าที่ประเมินความร้ายกาจของอีกฝ่ายต่ำไป

“ก็…..ฉันปวดท้องประจำเดือนนี่คะเลยอยากทานน้ำร้อน แต่อายไม่กล้าสั่งเลยเขียนใส่กระดาษ แล้วที่ฉันลุกก็เพราะอยากไปเข้าห้องน้ำ...”

ยูริบีบน้ำตาก่อนจะเอามือปิดหน้าร้องไห้

“ไม่เป็นไรครับน้องยูริ มันเป็นอุบัติเหตุน่ะ พี่ไม่โทษน้องยูริหรอกครับ” ร่างบางบอกอีกฝ่ายเสียงอ่อนก่อนจะดึงแขนเพื่อนร่างเพรียวที่ทำท่าจะต่อว่าอีกฝ่ายเอาไว้...



....ภายใต้ฝ่ามือที่ถูกยกขึ้นปิดบังใบหน้าสวยใสของหญิงสาว รอยยิ้มสะใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวยอย่างไม่มีใครได้เห็น…




TBC.

edit @ 20 May 2008 11:30:23 by AyO

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แอบชอบนางร้ายอย่างยูริอะค่ะ
ร้ายลึก^^
ทึกกี้ก็นางเองมาก น่ารักอีกเเล้วนะทึกกี้
ทึกใจดีจังเลย น่ารักด้วยsurprised smile surprised smile
#2  by  title (58.9.81.244) At 2008-05-18 16:24, 
อ๊ายยย

บ้านนังยูริอยุหนายครับ

คนแต่ง ช่วยเขียนลงด้วยนะ จาตามไปตบมาน ฮี๊ย

แกล้งพี่ช้าน แกตายย


มาต่อเรวๆน๊า สนุกมากค่า
#3  by  /*PinkuplatonG*\ At 2008-05-18 23:47, 
ดักตบ ยัยยูริ ได้ที่ไหน
บอกหน่อย จะไปตบ ใครจะไปด้วยกันบ้าง
#4  by  jinni (124.157.136.216) At 2008-05-19 02:01, 
ยูริ ระวังตัวให้ดีเถอะ

ไปแกล้งทึกกี้อย่างนี้

พี่หมีไม่ปล่อยแน่ ๆ

ชอบเจ๊จิง ๆ ๆเลย

รับรางวัลผู้พิทักษ์นางฟ้าไปเลย

ทึกกี้ทำไมนางเอกช่องเจ็ดขนาดนี้

คุณแดงเรียกมาเทสด่วน นางเอกของแท้

อิอิ

รอตอน 6 นะ ไรท์เตอร์สู้ ๆ



#5  by  แอ (124.120.175.185) At 2008-05-19 15:41, 
ต่อด่ วนเลยค่ะ


อารมค้างสุดๆ

>________<
#6  by  KANGIN*LOVER (222.123.20.45) At 2008-05-19 20:07, 
มาต่อแล้ว...สู้ๆเป็นกำลังใจให้คนแต่ง
และก็เป็นกำลังใจให้ฮีชอลด้วย
จัดการได้เต็มที่
#7  by  H o l i x ~* At 2008-05-19 22:24, 
น่าสงสารทึกกี้อ่ะ แอบเชียร์ฮีซอลดีก่าลุยเลย
#8  by  anna (203.149.11.19) At 2008-05-20 10:25, 
แอบถามนิดสิคะว่ากะจะแต่งยาวมั้ย แล้วอีกนานป่าวจะมาเพิ่มตอนอ่ะ รอคอยจะขาดใจ confused smile
#9  by  anna (203.149.11.19) At 2008-05-20 10:31, 
โอ๊วว

เรื่องมันช่างดุเดือดขึนเรื่อยๆ555


รีบๆมาลงเร็วๆนะคะ (((:
#10  by  duck* (58.9.69.119) At 2008-05-20 17:24, 
ก่อนอื่นขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ จะคอยเข้ามาอ่านบ่อยๆ ชอบมากกกกกกกกกกกก อิอิ
คังอัน+ทึกกี้หวานกันสุดๆ เมื่อไหร่จะยอมรับว่ารักกันซะทีอ่ะ (แอบลุ้น) รักฮีซอลที่สุดในโลก อยากให้แอบมีคู่ฮีซอลด้วยอ่ะ แล้วก้อคู่คังอัน+ทึกกี้อ่ะอย่าให้เศร้ามากนะคะสงสารคนอ่านด้วยรีบๆรู้ใจกันซะที เหนื่อยแทนอ่ะ sad smile เป็นกำลังใจให้คนอ่านนะคะ big smile
#11  by  anna (58.9.185.86) At 2008-05-20 23:41, 
แอบคิดว่าถ้าคังอินรู้ว่าทึกกี้โดนน้ำร้อนลวก sad smile sad smile sad smile จะเกิดอะไรขึ้นน้า
#12  by  anna (203.149.11.19) At 2008-05-21 09:07, 
อ๊ากกกกกกกกบ้าแล้วกรู

อ่านแล้วต้องนั่งปิดปากตัวเองไปด้วย

กลัวคนมาเห็นแล้วหาว่าบ้า

นั่งยิ้มอยู่หน้าคอมคนเดียว

--------ปรับอารมณ์-------

ยูริเนี่ยนางร้ายช่อง7 เจอยังต้องหลบเลยและ

ว่าแต่นิสัยโหดๆของตัวละครเนี่ย

เอาของผู้แต่งมาป่าวอะ(เลวได้อีก)

รีบมาต่อตอน 6 เร็วๆ นะค้าบ -[]-



#13  by  I'pare (118.174.188.53) At 2008-05-21 13:20, 
ต่อด่วนครับ!

รู้สึกอยากตบชะนีไงก็ไม่รู้! บังอาจมาทำทึกกี้ของ (เค้า) อิหมี!!!

ทำไมทึกกี้ใจดี นางเอกเว่อร์งี้เนี่ย! TT^TT เป็นเพื่อนกับฮีซอล ความชั่ว เฮ้ย! ความร้ายไม่ได้ซึมซับเลยหรอมี้!!! TT[]TT
#14  by  +^+~ Park Akira ~+^+ At 2008-05-21 16:29, 
รอ ร้อ รอ รอ รอ
#15  by  anna (58.9.199.7) At 2008-05-29 00:51, 
สารภาพว่าติดเรื่องนี้อย่างมาก

ถ้ารับสมัครแฟนพันธ์แท้หละก็ตอบได้แน่

อ่านทุกตอนประมาณ 5-6 รอบแล้วอ่ะ

ถึงแม้ไรท์เตอร์จะบอกว่ามันเรื่อย ๆ

แต่ก็อ่านแล้วติดเอาเรื่องเหมือนกัน

ถ้าจบแล้วรวมเล่มด้วยนะค่ะอยากได้เก็บไว้อ่ะ

แต่ไรท์เตอร์ค่ะ อัพอาทิตย์ละครั้งไม่ได้เหรอ
#16  by  aommyaommy (222.123.130.213) At 2008-05-30 21:45, 
นังนี่ร้ายกาจมาก
บังอาจทำน้ำร้อนราดลีทึกเรอะ
แกรอให้คังอินรู้ก่อนเถอะ
แล้วแกจะหนาว

พี่หมีไม่เอาไว้แน่
ทำนางฟ้าเจ็บน่ะ

ทึกกี้ก็น่ารักจริงๆ
ใสๆ
#17  by  nanami (58.9.204.21) At 2008-05-30 23:31, 
โอ๊ยๆๆๆอะไรจะร้ายลึกขนาดนี้
กล้ามากเลยนะยูริที่มาแกล้งนางเอกช้านๆๆ +0+
555ระวังตัวดีๆละ
#18  by   (118.174.195.66) At 2008-06-22 18:26, 
ยูริ ทำพี่ชั้นเจ็บหรอ???
#19  by  pu_konyong (118.172.172.218) At 2008-07-26 00:59, 

<< Home