Edit : 31/07/08 By Haruko
พี่อะโย๋ฝากมาบอกค่ะ ^^" ว่า..
แถลงการณ์จากเจ้าของบล็อก
จริงๆก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แต่อยากจะบอกว่า พวกที่เข้ามาแล้วเม้นท์แบบกวน... เม้นท์ประหนึ่งว่าสำรอกอะไรออกมาซักอย่าง เม้นท์แบบทำให้เจ้าของบล็อกเคืองอารมณ์ อย่างเช่น "ทำไมสั้นเป็นตูดเป็ดอย่างนี้ล่ะ" อ่านเสร็จแล้วก็กรุณาไสหัวออกไปเลยเถอะค่ะ หรือไม่ก็ไม่ต้องคลิกมาที่นี่อีก ที่นี่เป็นบล็อกส่วนตัว ไม่ได้อยากได้คอมเม้นท์ยาวหรือเยอะอะไร แต่อยากอ่านแล้วจรรโลงใจ ถ้าทำไม่ได้จะมาอ่านแล้วออกไปเฉยๆ เจ้าของก็ไม่เดือนร้อนและจะไม่ว่าอะไรเลย ไม่ใช่คนดุ ไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่ปากจัด อย่าให้ต้องเขียนด่า จนกลับซอยบ้านไม่ถูก จบ..
ใครที่ทำให้พี่เขาโกรธก็คงจะรู้ตัวนะคะ ขอร้องจริงๆว่าจะเม้นท์ให้ทั้งที ก็หัดคิดถึงจิตใจคนอื่นบ้าง
สำหรับคนอื่นๆที่เม้นท์แบบมีมารยาทอยู่แล้ว ก็ต้องขอบคุณจริงๆค่ะ
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
Title : แผนร้าย..นายคังอิน
By : Ayo
Paring : KangTeuk
Rate : PG-13
Talk~!! : สวัสดีครับ(?)มิตรรักแฟนฟิกทุกท่าน เนื่องจากดูคอนฯแล้วอดรนทนไม่ไหวจึงต้องเขียนฟิกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสนองจิ้นตัวเอง(ก็ว่าจะไม่เขียนแล้วน้า..แต่ใจมันรัก อยากเขียนจริงๆง่ะ!! ^^") หวังว่าจะมีคนเข้ามาจิ้นด้วยกันเยอะๆ และหวังว่าจะได้รอยยิ้มจากฟิกเรื่องนี้กลับไปกันนะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานมาโดยตลอด และขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่เป็นกำลังใจให้ มีอะไรก็ติชมกันได้เสมอ จะปรับปรุงและพัฒนาผลงานต่อไปเรื่อยๆ~ Enjoy~
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานให้ได้ยินอยู่แว่วๆ แต่กระนั้นใบหน้าของหนุ่มๆก็ยังคงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเม็ดเล็ก อีกแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง คอนเสริ์ต Super Show ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว การได้มาแสดงคอนฯเต็มรูปแบบในต่างประเทศครั้งแรกถึงแม้จะเป็นประเทศที่มาบ่อย แต่วันนี้แฟนๆมากันเต็มฮอลล์จึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ยิ่งใกล้เวลาแสดงก็ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ
“เต้นเร็วไปหนึ่งจังหวะนะคิบอม”
เสียงหวานของหัวหน้าวงร่างบางเอ่ยบอกกับน้องหลังจากที่จบเพลง คนโดนติงพยักหน้ารับรู้เงียบๆ ก่อนที่หัวหน้าวงคนสวยจะบอกให้น้องๆพัก ขืนให้เต้นอีกรับรองว่าน้องๆต้องเหนื่อยจนขึ้นไปหลับบนเวทีให้แฟนคลับชาวไทยดูแน่ๆ น้องๆทั้งหลายแยกย้ายกันไปพัก บ้างนั่งดื่มน้ำ บ้างก็เริ่มที่จะแต่งตัวกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะฮีซอลที่กำลังนั่งให้พี่สไตล์ลิสแต่งหน้าให้ เขาเองก็อยากจะแต่งตัวบ้างเหมือนกันแต่ขอนั่งอีกสักแป๊บ มือเรียวยกขวดน้ำขึ้นดื่มก่อนจะเหลือบมองไปทางคนตัวโตที่นั่งอยู่บนเคาท์เตอร์แต่งหน้าหมิ่นๆ คุยอะไรบางอย่างกับคนร่างเพรียวที่นั่งแต่งหน้าอยู่ ใบหน้าหล่อคมเกาะพราวไปด้วยเม็ดน้ำ
...คงเอาน้ำที่ดื่มอยู่นั่นราดตัวแน่ๆ เสื้อยืดสีขาวถึงได้เปียกชุ่มขนาดนั้น...
หัวหน้าวงซุปเปอร์จูเนียร์ทำปากยื่น รู้สึกน้อยใจขึ้นมานิดหน่อยที่คนตัวโตไม่มาวุ่นวายกับเขา แต่พอคิดอีกที เขากับอีกฝ่ายกำลังโดนกันไม่ให้เข้าใกล้กันเกินไปนี่ คังอินเลยเข้ามาคุยมาเล่นกับเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ ก็นะเล่นกันทีไร หยอกกันทีไรมีภาพหลุดทุกที จนแฟนคลับสาวๆของคนตัวโตชักหวั่นๆแล้วว่าคนคนนั้นจะเป็นของเขาจริงๆ ถึงแม้มันจะไม่ทำให้ความนิยมของเจ้าตัวลดลงและแม้เขาสองคนจะเป็นแฟนกันจริงๆก็เถอะ แต่จะมากไปก็ไม่ดี เพราะตอนนี้คังอินกำลังมีละครที่ต้องเล่นเลยต้องรักษาภาพพจน์ในทุกๆด้าน ฉะนั้นเลยโดนสั่งห้ามเข้าใกล้กันสักระยะ…
คังอินนั่งมองพี่ชายร่างเพรียวแต่งตัวก่อนจะถอนหายใจออกมา ทุกคนดูกระตือรือร้นกันน่าดู เขาเองก็เช่นกันแต่ว่าเขาจะกระตือรือร้นกว่านี้มาก ถ้าหากว่าได้เขาใกล้คนสวยของเขา ได้แกล้ง ได้แหย่ หรือแม้แต่จะได้เทคแคร์เล็กๆน้อยๆ แต่ก็นะ..เขาโดนห้ามเข้าใกล้กันอยู่ เลยทำได้แค่มองกันไป มองกันมาเท่านั้นเอง จะมีใครอึดอัดเท่าคังอินคนนี้อีกไหมเนี่ย มีแฟนก็อยู่ใกล้แฟนไม่ได้ อยู่ใกล้ก็กอดไม่ได้อีก เฮ้อ……
“ถอนหายใจทำไมแก เมียไม่รักเหรอ?”
คนที่นั่งแต่งหน้าอยู่เอ่ยแซว เล่นเอาเจ้าหมีที่นั่งทำหน้าเหมือนมันล้มละลายสะดุ้งโหยง
“ก็รักอยู่......แต่เข้าใกล้กันไม่ได้มันก็แย่นะพี่”
“ทำไมจะเข้าใกล้กันไม่ได้ แกอยากเข้าใกล้มันอยากกอดมันก็เดินไปหามันสิ มานั่งถอนหายใจเฮือกๆทำไม”
“ถ้าผมทำอย่างงั้นพี่อาจจะไม่เห็นผมในซุปเปอร์จูเนียร์อีกเลยก็ได้ ผมโดนห้ามอยู่นะพี่”
“แกเคยแคร์ด้วยเหรอ?”
“ไม่แคร์คงไม่ได้แล้วพี่ คราวนี้ท่าทางเขาจะเอาจริงนะ...”
“...มีอะไรให้พี่คนนี้ช่วยหรือเปล่าน้องรัก?” ร่างเพรียวหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้น้องชายตัวโตก่อนจะยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง
“พี่……พอจะทำให้เขาเข้าใกล้ผมได้ไหมล่ะ?”
คนที่ต้องการความช่วยเหลือส่งสายตาเจ้าเล่ห์กลับไปเช่นกัน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง คิดไม่ผิดเลยที่มาบ่นให้อีกฝ่ายฟัง พี่ฮีซอลเนี่ยช่วยเหลือน้องๆเสมอ..^O^
“แล้วถ้าทำได้ จะให้อะไรฉันตอบแทน?”
ฮีซอลหมุนเก้าอี้หันหน้าเขาหาน้องชายตัวโต แล้วยกแขนขึ้นกอดอก
“ค่าตัวผมวันนี้แบ่งแล้วได้สามล้านผมยกให้พี่ไปเลย”
คนได้รับข้อเสนอพยักหน้าหงึกๆเหมือนพอใจในค่าตอบแทน ก่อนทำท่าจะลุกไปจากเก้าอี้ แต่ก็โดนรั้งแขนไว้ซะก่อน
“ต้องไม่มีปัญหาทีหลังนะพี่ ”
“จะมีปัญหาได้ยังไง แกไม่ได้เข้าใกล้กันหลังเวทีซะหน่อย แฟนเซอร์วิสน่ะเคยได้ยินไหมคังอิน~”
รอยยิ้มร้ายๆปรากฏบนใบหน้าของร่างเพรียว ก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนร่างบาง
“ลีทึกแกยังไม่แต่งตัวอีกเหรอ?”
เจ้าของชื่อหันมายิ้มให้เพื่อนก่อนจะส่งหวีที่ใช้แต่งทรงผมให้ฮยอกแจคืนสไตล์ลิสไป
“กำลังจะแต่งแล้วแหละ ฮีซอลแต่งเสร็จแล้วเหรอ? แต่งหน้าเสร็จหรือยังล่ะ?”
“แต่งเสร็จหมดแล้วไม่อยากแต่งพร้อมไอ้พวกลิงอ่ะ เดี๋ยวช้า..”
“อืมเหรอ...ฮีซอลแต่งเสร็จก็ดีแล้วแหละจะได้ช่วยแต่งหน้าให้น้องๆด้วย”
“ก็ได้ แต่ฉันช่วยแกแต่งหน้าแต่งตัวก่อนดีกว่า เผื่อต้องไปช่วยน้องๆมันแต่งด้วยเดี๋ยวไม่ทัน”
ร่างบางพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะนั่งลงให้เพื่อนแต่งหน้าให้ เพราะเดี๋ยวเขาอาจจะต้องไปช่วยพี่ๆทีมงานแต่งตัวให้น้องๆหากเวลาไม่พอจริงๆ ซึ่งมันก็มักจะเป็นอย่างนั้นอยู่ประจำ...
ฮีซอลบรรจงแต่งหน้าให้เพื่อนก่อนจะเริ่มแผนการณ์
“วันนี้ฉันนะตื่นเต้นสุดๆเลย ไม่ได้มาที่นี่นานมากแต่คนที่มาเชียร์ฉันก็ยังเยอะเลย”
“อืมเขารักพวกเรามากๆเลยล่ะ ฉันเลยจะต้องแสดงให้เต็มที่”
“นั่นสิดูน้องๆมันก็ตื่นเต้นกันใหญ่ คงอยากแสดงเต็มแก่แล้วแหละ”
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเสียงหนักๆของแฟนคุณหัวหน้าวงก็ดังขึ้น ทำเอาหัวหน้าวงร่างบางหันไปมองโดยอัตโนมัติ ฟังจากใจความอีกฝ่ายคงดุน้องๆที่เล่นกันไม่เลิก ลีทึกขมวดคิ้วอยากเข้าไปคุยกับคนตัวโต อยากเข้าไปบอกว่าใจเย็นๆ แต่เขาติดโทษ(ประหนึ่งนักฟุตบอล)ห้ามเข้าใกล้กันอยู่ เลยได้แต่มองห่างๆทั้งที่ยังห่วงๆ(?) ฮีซอลมองตามสายตาเพื่อนก่อนจะแอบยิ้มคงได้เวลาทำอะไรสักอย่างแล้วมั๊ง~~
“คังอินมันดูเครียดจังเลยเนอะ มันเป็นอะไรแกรู้ป่ะ?”
“ไม่รู้สิ ไม่ค่อยคุยกันน่ะ”
“อ้าวเหรอ…มิน่า..มันเลยดูอารมณ์ไม่ค่อยดี ฉันกะเลยนะเนี่ยว่ามาเล่นคอนฯคราวนี้น่ะอยากเห็นมันเขิน.. ว่าจะให้แกเป็นตัวแปรสำคัญสักหน่อย ดั๊นไม่ค่อยได้เข้าใกล้กันอีก สงสัยต้องวานคนอื่น วานใครดีล่ะ ซองมิน คยูฮยอน หรือจะเป็นตัวฉันทำให้มันเขินเองดีเอ่ย แกว่าไงลีทึก?”
“จะทำอะไรเขาเหรอ?”
“แหมก็อาจจะนัวเนียนิดหน่อยพอให้มันเขิน เอาแบบตอนมันไม่รู้ตัวนะ มันต้องเขินมากแน่ๆ เดี๋ยวแกล้งไปเปิดไหล่ให้มันดูตอนมันเผลอดีกว่า...”
แกล้งพูดไปเพราะรู้ว่ายังไงๆเพื่อนร่างบางของเขาต้องไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้นแน่ๆ ก็แฟนตัวเองทั้งคนใครมันจะยอมให้คนอื่นไปเข้าใกล้ ไปยั่ว ฮีซอลปรายตามองเพื่อนรอดูปฏิกิริยา เห็นใบหน้าสวยหวานของอีกฝ่ายบึ้งๆไม่มีรอยยิ้ม ก็พอเดาอารมณ์ถูก
“แต่ฉันว่าคงไม่ได้ผลแน่เลย.. ก็ฉันไม่ใช่แฟนมันนี่ หรือแกจะทำเองได้ป่ะลีทึก?”
“จะบ้าเหรอฮีซอล!!”
“อ้าว...หรือแกจะเถียงว่ามันไม่ใช่แฟนแก เอ๊ะ..หรือว่าไม่กล้า?”
“เราโดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้กันอยู่”
“งั้นอยากให้ฉันทำเอง”
“ไม่ใช่อย่างงั้น”
“อะไรกันหัวหน้าวงซุปเปอร์จูเนียร์ใจปลาซิวชะมัด เป็นฉันนะ..ฉันจะไม่แคร์หรอกก็นั่นมันแฟนฉันนี่ จะยงจะยุ่งก็เรื่องของฉันใครจะทำไม...”
ฮีซอลพูดยั่วให้เพื่อนโกรธ เผื่อความกล้าจะกระเตื้องขึ้นมาบ้าง คนร่างบางยังคงนั่งนิ่ง..
“นี่ถ้าแกทำเองล่ะก็นะ ฉันตบรางวัลให้แกอีกล้านเลยเอ้า! กล้าอ่ะเปล่าลีทึก?”
เอาความงกของมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ คนร่างบางเงยหน้าขึ้นมองทันทีทันใดด้วยดวงตาวิ๊งๆเป็นประกาย..
“ตกลงฮีซอล!! ฉันจะทำให้คังอินอายเอง”
“เอางั้นเหรอ ถ้าทำได้เอาไปเลยหนึ่งล้าน เพื่อความสะใจฉันให้ได้”
ลีทึกลุกขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับกับเพื่อนร่างเพรียวเหมือนจะทำสัญญาระหว่างกัน ฮีซอลยื่นมือออกมาจับก่อนจะส่งยิ้มพอใจไปให้อีกฝ่าย แผนการสำเร็จไปได้ด้วยดี...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
และแล้วก็ถึงเวลาแสดงคอนฯ ทุกคนแสตนบายกันพร้อมหน้า เอฟเฟคกับดนตรีดังกระหึ่มขึ้น ก่อนที่หนุ่มๆทั้ง13คนจะปรากฏตัว ทุกคนเต้นตามที่ฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่ตั้งแต่เพลงแรก และเต้นกันสุดชีวิตในแบบที่ตั้งใจไว้
พอมาถึงช่วงหนึ่งในเพลง Don’t Don ลีทึกเต้นอยู่ทางด้านหน้า กำลังจะจบท่อนนี้แล้ว เขาต้องย้ายไปด้านหลัง เพื่อให้น้องๆขึ้นมาเต้นแทน ร่างบางสะบัดหน้าไปทางด้านข้างตามจังหวะเพลง ดวงตากลมโตสะบัดไปเห็นร่างของคนตัวโตที่กำลังรอขึ้นมาเต้นต่อจากเขาอยู่ ฝ่ายนั้นจ้องเขานิ่งริมฝีปากได้รูปมีรอยยิ้มฉาบอยู่นิดๆ สายตาของอีกฝ่ายฉายแววเจ้าชู้ ร่างบางงงว่าอีกฝ่ายทำสายตาแบบนั้นทำไม และแล้วก็นึกขึ้นได้...ก็เขากำลังเต้นท่อนเด้งเอวอยู่นี่! คนลามก!!!!!!!!!!
ลีทึกสะบัดหน้าหนี ดวงหน้าสวยแดงซ่านเมื่อรับรู้ว่าคนตัวโตมองตัวเองอย่างไร นี่ขนาดเข้าใกล้กันไม่ได้นะเนี่ยถ้าเข้าใกล้กันได้ล่ะก็...คงโดนล้อแน่ๆเลย
จบท่อนที่เขาจะต้องเต้นข้างหน้าแล้ว ร่างบางกำลังจะเปลี่ยนโซนไปเต้นข้างหลัง เขาเดินเข้าไปและก็ต้องเดินผ่านตรงจุดที่คนลามกเต้นพอดี อีกฝ่ายเดินขึ้นมายืนตรงตำแหน่งแล้ว
...เดี๋ยวเถอะมาจ้องให้เขาอาย เดี๋ยวจะทำให้อายมั่งคังอินบ้า...!!!
ร่างบางแกล้งเดินช้าๆ เลยกลายเป็นว่าเขาเดินไม่พ้นจุดตรงที่คนตัวโตจะต้องเต้นสักที ดวงตากลมโตหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายคนที่โดนส่งยิ้มให้ยืนอึ้งไปสองวิ ก่อนที่จะกลับมามีสติเพราะดนตรีท่อนที่เขาต้องเต้นดังขึ้นแล้วแต่ร่างบางก็เดินไม่พ้นเขาสักที ถ้าขืนเต้นตอนนี้แขนเขาต้องโดนอีกฝ่ายแน่ๆ มือใหญ่ยื่นออกไปก่อนจะรวบเอวของคนเดินช้ากะทันหันแล้วรั้งให้ผ่านหน้าเขาไปเร็วๆ คนโดนรั้งหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบเดินไปตามแรงรั้ง หันกลับมามองคนตัวโตอีกที ฝ่ายนั้นก็กลับไปเต้นได้ทันจังหวะพอดีเลย..
คังอินพ่นลมออกจากปาก โล่งใจที่เขาสามารถกลับมาเต้นได้ทัน หันกลับไปมองร่างบางของเขาเห็นยืนหัวเราะชอบใจอยู่ แกล้งกันเหรอเดี๋ยวเถอะ..! คนตัวโตคาดโทษไว้ในใจ
คอนฯยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ เพลงต่อไปเป็นเพลงที่ไม่ต้องเต้นแล้ว เป็นเพลงจังหวะช้าๆเดินได้ น้องๆเดินออกไปรอข้างนอกเข้าแถวสวยงามพร้อมกับเสียงร้องท่อนแรกเริ่มดังขึ้น คนตัวโตเดินออกมาเกือบท้ายสุดเห็นน้องๆบางคนเริ่มเดินไปตามเวทีแยกกันออกไป เหลือแค่เพียงไม่กี่คนที่เวทีกลาง เขาเองเดินออกมาแล้วเดินไปยังเวทีหน้าสุดเวทีตรงนั้นคนที่เขาคาดโทษไว้ก็อยู่ เพลงบรรเลงไปเรื่อยๆ...แล้วคังอินก็นึกอะไรออก เขาเดินเข้าไปใกล้ๆลีทึกแต่ก่อนจะถึงตัวอีกฝ่ายเจ้าตัวก็หันมาเห็นซะก่อน คนตัวโตพยักหน้าเรียกอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าเครียดๆ
คนโดนพยักหน้าเรียกทำหน้าเหรอหรายอมเดินเข้ามาหาแต่โดยดี เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับหันหน้าเพื่อให้เขากระซิบข้างๆหู คนตัวโตยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะก้มหน้าลงไปแกล้งกระซิบเสียใกล้จนปลายจมูกชนกับใบหูเล็ก
“แค่อยากบอกว่า..แต่งตัวน่ารักจัง”
แล้วคนกระซิบก็หัวเราะใส่ใบหูเล็ก ทำเอาคนที่โดนกระซิบทำหน้ายุ่งที่โดนหลอก คังอินละหน้าออกมาหัวเราะก่อนจะเอาหน้าลงไปกระซิบข้างหูเล็กใหม่เพื่อแนะการทำแฟนเซอร์วิสของวันนี้ ร่างบางพยักหน้าหงึกๆพร้อมที่จะทำตาม ชักไม่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายอยากเซอร์วิสแฟนหรืออยากเซอร์วิสตัวเองกันแน่ เดี๋ยวเถอะเดี๋ยวต้องเอาคืนให้ได้.....
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
การเซอร์วิสแฟนตามที่คังอินบอกได้รับเสียงตอบรับดีมาก เหลืออีกเพียงแค่ช็อตเดียวก็คือในเพลงนากัททึนฯที่ต้องทำ ไม่รู้ว่าเขาจะโดนอีกฝ่ายแกล้งอะไรอีกบ้าง...
ทุกคนเข้าไปหลังเวทีอีกครั้งเพื่อพักหายใจ แต่บนเวทีก็ยังต้องมีน้องๆออกไปแสดงอยู่เป็นชุดเล็กๆ ร่างบางเดินถือไมค์เข้ามาหลังเวทีตามด้วยฮีซอล และตามด้วยนายตัวดีคังอิน พอเข้ามาถึงก็เจอพี่ผู้จัดการยืนหน้าเคร่งรออยู่ สงสัยโดนว่าเรื่องที่ทำกับคังอินเมื่อกี้แน่เลย ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ก็แค่คนตัวโตอุ้มให้บินเท่านั้นเอง...
“เมื่อกี้แฟนเซอร์วิสเจ๋งดีนะ”
พี่ผู้จัดการพูดขึ้นประโยคแรก ว่าแล้วว่าต้องโดนจิกกัด...
“ขอโทษครับพี่... ไม่ทำตามคำห้ามของพี่อีกแล้ว”
ร่างบางทำหน้าจ๋อยๆ ก่อนจะก้มหัวลงขอโทษพี่ผู้จัดการงามๆ คนตัวโตทำหน้าเคร่งก่อนจะเดินมาก้มหัวขอโทษพี่ผู้จัดการข้างๆร่างบาง
“ลีทึกไม่ผิดหรอกครับ ผมผิดเอง ผมบอกให้เขาทำ อย่าว่าเขาเลยนะครับ...”
คนตัวโตรับผิดซะเองพี่ผู้จัดการถอนหายใจออมาเบาๆ
“ฉันห้ามนายสองคนไม่ได้เลยใช่มั้ย!! งั้น.........ก็ไม่ต้องห่างกันแล้วอยากทำอะไรก็ทำ ยังไงซะบรรยากาศของนายสองคนก็ปิดไม่มิดอยู่แล้วนี่ว่าเป็นอะไรกัน จะทำอะไรก็ตามสบาย...”
ผู้จัดการส่วนตัวเดินกลับเข้าไปข้างใน คังอินและลีทึกเงยหน้าขึ้นมองกันก่อนจะเดินเข้ามากอดกันไว้
“ไม่ต้องทำเป็นไม่สนใจกันแล้ว!!!!!!!!”
คนตัวโตดันร่างบางออกห่างนิดนึงเพื่อมองใบหน้าสวยหวาน อยากกอดซะให้คุ้มกับที่ไม่ได้กอดมาตั้งแต่เท้าเหยียบเมืองไทย
“อืม.....”
ร่างบางส่งยิ้มหวานให้กับคนตัวโต รู้สึกในอกมันพองๆ อยากเต็มที่กับการเล่นคอนฯขึ้นกว่าเดิมเป็นล้านเท่า
“เราออกไปแสดงให้เต็มที่กันเถอะ”
คังอินชวนคนในวงแขน อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งคู่จะจูงมือกันเพื่อเดินออกไปหน้าเวที แต่ก่อนจะเดินออกไปร่างบางก็โดนเรียกไว้ซะก่อน
“ลีทึกหนึ่งล้านนะ”
ร่างเพรียวส่งสายตารู้กันให้เพื่อน คนโดนเรียกเอาไว้หันมาพยักหน้ารับบ่งบอกว่าไม่ลืม...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ตลอดการแสดงคอนฯ ลีทึกพยายามจะทำให้คนตัวโตอายเป็นระยะๆ แต่ก็ดูเหมือนเป็นเขาเองซะมากกว่าที่เป็นฝ่ายอายแทน ก็ดูอย่างในเพลงนากัททึนฯสิ เขาคิดว่าเพลงนี้แหละต้องทำให้คังอินอายม้วนให้ได้ แต่กลับตาลปัตรเป็นเขาซะเองที่อายหน้าแดง ไม่รู้ว่าจะมีใครสังเกตรู้หรือไม่ว่าเขาอายมาก... ก็คังอินน่ะตอนที่ประสานมือกัน เล่นจ้องเขาซะไม่วางตา แถมยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาถามอีกว่าถ้าจูบจะโกรธไหม(?) จะไม่ให้เขาอายได้ไง...>//< ดีนะที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำจริงๆ ไม่งั้นใครต่อใครต้องรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขาสองคนไปมากกว่านี้แน่...
จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายเขินได้จนจบคอนฯ ถึงเวลาต้องกล่าวลาแฟนๆชาวไทยแล้ว น้องๆยืนเรียงกันพร้อมเพรียงรอพูดอะไรส่งท้ายและกล่าวอำลา น้องๆเริ่มพูดทีละคน คนละนิดๆหน่อยๆ เขาเองก็ต้องพูดเหมือนกัน
และในขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น... ก็รู้สึกเหมือนกับว่าไหล่ของตัวเองกำลังโดนโอบอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลำแขนแกร่งนี้เป็นของใคร ...ก็ลำแขนนี้โอบกอดเขาอยู่ทุกคืนวันจำไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปสิ...
คนตัวโตโอบไหล่เขาก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาเพื่อพูดคุยกับแฟนเพลง เขาเองก็ยื่นไมค์ให้ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายยิ้มๆ ...คงเหนื่อยมากล่ะสิ ดูสิเหงื่อเต็มไปหมด ยิ่งเป็นคนขี้ร้อนอยู่... เหงื่อเม็ดใสๆไหลจากขมับลงสู่ปลายคางก่อนจะหยดลงสู่พื้น ...คงร้อนมากแน่ๆ... ใบหน้าสวยมองใบหน้าหล่อๆของอีกฝ่าย ทั้งเอ็นดูและเป็นห่วง...
โดยไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครบอกให้ทำ ไม่มีสคริปต์ใดๆ แต่เป็นเพราะความเคยชินล้วนๆเขาถึงได้ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อให้อีกฝ่าย คนตัวโตก้มหน้าลงมามองก่อนจะยิ้มให้ เขาเองก็ส่งยิ้มตอบก่อนจะเช็ดเหงื่อให้อยู่อย่างงั้น โดยไม่คิดว่ากล้องกำลังจับอยู่ที่พวกเขา กว่าจะรู้ตัวว่าเขาเผลอแสดงความรักกับอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่รู้ตัวก็ต่อเมื่อเสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม พร้อมกับคนที่เขาเช็ดเหงื่อให้ทำท่าเขินสุดชีวิต...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
และแล้วคอนฯก็จบลง ทั้งสิบสามคนเดินเข้ามาหลังเวที แม้จะหมดพลังงานแต่ก็รู้สึกมีความสุข ก้าวแรกของความฝันสำเร็จแล้ว... ร่างบางหันไปยิ้มให้กับคนตัวโตที่เดินโอบเอวเขาอยู่ข้างๆ เพราะเมื่อกี้เขาลื่นล้มขาก็เลยเจ็บนิดหน่อย คนตัวโตเลยเข้ามาประคอง ลีทึกมองใบหน้าหล่อคมของคนข้างๆ
‘...ขอบคุณมากนะคังอินที่ยืนอยู่ข้างฉันตลอดมา...’
ร่างบางส่งยิ้มให้คนตัวโตทั้งที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
“แกจะมองหน้าไอ้คังอินมันอีกนานไหมลีทึก? สนใจคนอื่นบ้างก็ได้~ ไม่ใช่สนใจแต่แฟนตัวเอง”
เสียงของฮีซอลทำให้ดวงตากลมโตของร่างบางละจากใบหน้าของคนข้างๆออกมา
“พอผู้จัดการไม่ห้ามล่ะก็เอาใหญ่เชียวนะ”
ร่างเพรียวเอ่ยแซว เห็นเพื่อนร่างบางอายหน้าแดงแล้วตลกชะมัด ลีทึกเอ๊ย...หลงไอ้เด็กหมีหัวปรักหัวปรำไหนตอนแรกบอกแค่พี่น้องกันไงล่ะ..
“ฮีซอลก็.. อย่าแซวสิ! ว่าแต่...ทุกคนเป็นยังไงบ้าง?”
เพื่อกลบเกลื่อนความอาย ร่างบางเลยหันไปถามน้องๆข้างหลังที่พากันเดินหมดพลังงานตามมา
“พวกเราไม่เป็นไรครับ... อยู่ในโลกส่วนตัวของพี่ไปเถอะครับ”
น้องๆตอบพร้อมเพรียงกันเล่นเอาหัวหน้าวงคนสวยทำหน้าไม่ถูก จะยิ้มก็ไม่ใช่จะหน้าบึ้งเพราะโดนแซวก็ไม่เชิง แค่หน้าแดงแปร๊ดเท่านั้นเอง...
“เอ้าๆ อย่าแซวมันสิพวกแก เดี๋ยวมันไม่เลี้ยงข้าวนะ..”
“ว่าไงนะพี่ฮีซอล!! พี่ลีทึกจะเลี้ยงข้าวพวกเราเหรอครับ…ไม่มีทางอ่ะ! พี่เขางกจะตาย เห็นเก็บแต่ตังค์สงสัยเก็บไว้แต่งงานกับพี่คังอิน...”
น้องๆแซวกันสนุกปาก เลยยิ่งทำให้คนโดนแซวหน้าแดงหนักไปกว่าเดิม ผิดกับคนใจร้อนอารมณ์ร้ายประจำวงที่เอาแต่ยิ้มๆอย่างเดียว
“มันต้องเลี้ยงพวกแกแน่ เพราะมันจะได้เงินหนึ่งล้านฟรีๆ”
“พี่ลีทึกจะได้เงินมาจากไหนอ่ะครับ?”
น้องๆเอ่ยถามเสียงจ้อกแจ้ก ก่อนจะเขย่าแขนพี่ชายหน้าสวยรั้งตำแหน่งหัวหน้าวงเบาๆ
“เอ่อ...ความลับจ้าเด็กๆ”
ร่างบางยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปากไม่ยอมบอกน้องๆ แทบทุกคนทำเสียงเหมือนขัดใจที่ไม่ได้รู้ความลับ...
“ว่าแต่ฮีซอลไปเอาเงินหนึ่งล้านมาจากไหนเหรอ? อย่าบอกนะว่าแค่เพราะอยากเห็น..XXX..อายเลยลงทุนขนาดนั้น”
ร่างบางเหลือบตามองคนข้างๆที่เป็นเป้าหมายก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนร่างเพรียวที่เดินอยู่ข้างเขากับคนตัวโต
“นั่นก็เป็นส่วนนึง... อีกอย่างเงินนั่นไม่ใช่เงินฉันหรอก”
ร่างเพรียวยกแขนขึ้นกอดอกก่อนจะเหยียดรอยยิ้มชอบใจ
“อ้าวแล้วเงินใครล่ะ?”
“ก็เงินของคนที่มีรายได้เยอะที่สุดในเอสเจไง.. ก็รู้ใช่ไหมว่าใคร ถ้าไม่รู้ฉันจะบอกให้ คนคนนั้นเขาชื่อ ‘คังอิน’ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ร่างเพรียวหัวเราะร่วนอย่างสะใจก่อนจะรีบสาวเท้าเดินจากไป
ร่างบางกระพริบตาปริบๆก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่ยิ้มนิดๆ เลยทำให้รู้ว่าเขาโดนกับดักของคนตัวโตอีกแล้ว มือเรียวยกขึ้นบิดต้นแขนของคนที่โอบเอวเขาเบาๆ คนโดนหยิกร้องก่อนจะทำเสียงอ้อน...
“แหม...ก็แค่อยากเข้าใกล้ลีทึกนี่ อย่าโกรธเลยนะ...นะ”
คนโดนอ้อนปรายตามามองก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเรียบๆเย็นๆ
“พรุ่งนี้ก็หาเงินไปทำงานเองแล้วกันนะ ไม่ต้องมาขอ...!! มีเงินไปจ้างคนอื่นเขามากมายแล้วนี่..”
ลีทึกหันหน้ามองตรงไม่สนใจเสียงหงุงหงิงของหมีตัวโตที่พยายามง้อและเอามือมาลูบๆแขนเขา มันต้องดัดนิสัยกันซะบ้าง จะได้ไม่เกเรและเจ้าเล่ห์ทำอะไรแบบนี้อีก...!!!!!
THE END.
ปล.ใครยังไม่ได้อ่าน ไหนว่าแกล้งรัก!? ตอนที่ 8 ก็จิ้มตามไปอ่านได้เลยนะคะ จิ้มค่าจิ้มมมม สำหรับไหนว่าแกล้งรัก!? ตอนที่ 9 ก็ไม่นานเกินรอค่ะ อดใจรอกันสักหน่อยเน้อ~
edit @ 31 Jul 2008 19:23:11 by AyO

