[S] Give Me Your HEART! <7>
posted on 10 Oct 2009 08:42 by ayofix in SJFIC
Title: Give Me Your HEART! (ขอได้ไหม...หัวใจนางฟ้า) <7>
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: "อุปสรรคเป็นตัวพิสูจน์ความอดทน หากไม่มีอุปสรรค ก็ไม่มีวันเจอความรักที่แท้จริง" ^^
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
มือเรียวกดปุ่มสปีคโฟนของโทรศัพท์ตั้งโต๊ะเรียกเลขาสาวให้เข้ามาเอาแฟ้มที่เซ็นไว้ออกไป
“มีอะไรที่ผมต้องเซ็นอีกก็เอาเข้ามาเลยนะ”
ร่างบางหลังโต๊ะเอ่ยบอกกับเลขาที่เข้ามาหยิบแฟ้มจากบนโต๊ะเพื่อเอาไปดำเนินการต่อ เลขาสาวทำหน้าตกใจ วันนี้คุณจองซูดูหักโหมกับการทำงานยังไงไม่รู้ ตั้งแต่เช้าเอาแต่ทำงานไม่ลุกไปไหนเลย เลขาสาวยิ้มให้เจ้านายก่อนจะออกจากห้องไป มือเรียวยกขึ้นเสยผมเมื่อต้องอยู่ในห้องคนเดียว อยากให้เลขาเอางานเข้ามาให้เยอะๆจะได้ทำงานให้ลืมเรื่องวุ่นวายในใจไป
ดวงตาโตเหลือบไปมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่ใกล้ๆ วันนี้มันยังไม่ดังไม่สั่นเลยสักครั้ง ไม่มีคนโทรเข้า ไม่มีแม้แต่ข้อความจากเจ้าตัวดีที่ทำงานอยู่อีกห้อง เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มคล้ายจะหยันตัวเอง เจ้าน้องชายจะโทรมาหาเขาทำไมก็ในเมื่ออีกฝ่ายมีคนที่ต้องโทรหามากกว่าเขาแล้วนี่ ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน ยิ่งเจ็บปวด และที่น่าหงุดหงิดไปกว่านั้นก็คือ อาการวุ่นวายใจกับเสียงกระซิบจากส่วนลึกสุดของหัวใจที่ประท้วงให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงยองอุนกลับมา หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องทำอะไรแบบนั้น ไม่อยากฟุ้งซ่านเลยเลือกที่จะทำงานหนัก จะได้ไม่ต้องคิดอะไรไร้สาระ ตอกย้ำกับความคิดลึกๆของตัวเองว่าต้องยินดีที่เจ้าน้องชายมีคนรักแล้ว...
.
..
...
ใบหน้าหล่อคมยุ่งเหยิง ตาคมเหลือบมองโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะถี่ๆ ข้อมูลในแฟ้มที่กำลังพิจารณาชักไม่เข้าหัวเพราะจิตใจมัวแต่จดจ่ออยากได้ยินเสียงใครบางคน ยองอุนกัดปากตัวเอง ชักคิดว่าไอ้กลยุทธ์ที่ตัดสินใจทำมันเป็นการบีบบังคับความรู้สึกใครกันแน่ เขาหรือพี่ชายร่างบาง
ขณะกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะโทรหรือไม่โทร มือถือสีดำที่รักก็สั่นขึ้นมา คนกำลังเซ็งคลี่ยิ้มก่อนจะเอื้อมไปหยิบเจ้าโทรศัพท์เครื่องน้อยขึ้นมาไว้ในมืออย่างรีบรน แล้วสีหน้ายิ้มๆอย่างดีใจก็พลันจางลงมือเห็นชื่อคนโทรเข้า
“โทรมาทำเหี้ยอะไรวะไอ้แจจุง!”
ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะเป็นอีกคนที่โทรเข้ามาแต่กลับไม่ใช่ จึงกรอกน้ำเสียงหงุดหงิดลงไปอย่างพาลๆ
“อ้าว...เหี้ยยองอุนมึงพูดกับเพื่อนแบบนี้เหรอสัด กูอุตส่าห์โทรหามึงนะไอ้เวร”
ปลายสายแหวกลับมาคงเพราะว่าโดนตะคอกใส่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนโดนวีนขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอารมณ์เสีย
“แล้วโทรมาทำไม!”
ถามไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก หากแต่ก็ปรับให้นุ่มนวลลงมากกว่าเดิม
“ยืมรถหน่อยดิ พอดีกูกับยุนโฮมาซื้อของกัน แล้วแม่งไอ้เด็กเวรเสือกขับรถมาชนรถยุนโฮ ก็เลยต้องเรียกประกันมาเอาไปเคลม”
คนปลายสายเล่าด้วยอารมณ์เสียสุดๆ คนได้ฟังเลิกคิ้ว
“แล้วมึงสองคนเป็นอะไรหรือเปล่า…มึงอยู่ตรงไหนเดี๋ยวกูไปหา”
น้ำเสียงบ่งบอกความห่วงใย ก่อนจะลุกเพื่อไปหาเพื่อนตัวบาง
“ไม่ต้องมาหรอกมึง เคลียร์เสร็จแล้ว มึงทำงานอยู่ด้วย รถชนแถวบริษัทมึงพอดีกูเลยมายืมรถมึง ยืมรถหน่อยดิ เนี่ยกูอยู่ตรงล็อบบี้บริษัทมึงแล้ว”
“เออรออยู่ตรงนั้นนะเดี๋ยวกูลงไป”
กดวางโทรศัพท์ก่อนจะรีบออกจากห้องทำงานเพื่อลงไปหาเพื่อนข้างล่าง
.
..
...
จองซูเดินดูรอบบริษัท เพราะวันนี้เขาได้ว่าจ้างบริษัทแต่งสวนให้เอาต้นไม้มาลงใหม่ ร่างบางเดินตรวจความเรียบร้อยไปเรื่อย ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องลงมาตรวจเองหรอก แต่ไม่อาจทนนั่งเฉยอยู่ได้ เพราะยิ่งอยู่เฉยๆก็ยิ่งคิดมาก เลยลงมาตรวจงานซะเลยมีอะไรทำก็ยังดีกว่านั่งว่างๆ
ตาโตมองดูความเรียบร้อยในแต่ล่ะส่วนไม่รีบร้อน แต่แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคนสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ตรงล็อบบี้
มือใหญ่เอื้อมไปจับหัวไอ้เพื่อนรัก พลิกหน้าซ้ายขวาหารอยแผล
“เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยมึง? หัวไม่แตกสมองไม่ไหลใช่ไหมวะ แล้วผัวมึงล่ะเป็นอะไรมั่งหรือเปล่า”
ถามไอ้เพื่อนตัวบางอย่างเป็นห่วงเป็นใย แม้จะพูดจากันไม่ค่อยเพราะ หรือบางทีอาจจะเห็นว่าไม่ค่อยได้แสดงความรักต่อกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วก็รักและเป็นห่วงพวกมันมาก คนโดนถามย่นจมูกกับความห่วงจนเว่อร์ของอีกฝ่าย
“กูสองคนยังอยู่ครบดี ไม่มีอะไรแตกหัก เลิกยุ่งกับหัวกูสักที ผมเสียทรงสัดยองอุน”
คนหน้าสวยปัดมือเพื่อนที่จับอยู่บนหัวทิ้ง พร้อมทั้งใช้นิ้วจัดแต่งทรงผมอย่างกลัวเสียทรงสุดๆ ใบหน้าสวยงอง้ำเพราะกลัวผมยุ่ง
คนโดนปัดมือทิ้งขำไอ้เพื่อนจอมวีน เออแทนที่จะขอบใจที่เป็นห่วงกลับมาเหวี่ยงใส่กูเพราะกลัวผมเสียทรงซะงั้น
คนตัวโตกัดปากก่อนจะโอบศีรษะเล็กเข้ามาอย่างหมั่นไส้ท่าแต่งผมของมัน ก่อนจะใช้มือขยี้ผมเป็นทรงของไอ้เพื่อนรักอย่างอยากแกล้ง คนโดนขยี้หัวพยายามสะบัดหนี ก่อนจะใช้มือดันตัวคนแกล้งให้ออกห่าง
คนยืนมองอยู่ไกลๆเบือนหน้าไปทางอื่น เมื่อเห็นคนโดนแกล้งดันตัวคนแกล้งออกได้แล้วยื่นมือไปชกไหล่หนาของคนที่นั่งหัวเราะชอบใจ เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้ม บอกกับตัวเองในใจว่ายองอุนกับแจจุงเป็นแฟนกัน จะหยอกล้อกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก...
จองซูเดินก้มหน้าก้มตากลับมาที่ห้องทำงาน พยายามคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้เพื่อให้ลืมภาพการหยอกล้อของเจ้าน้องชายกับแฟนที่ไปเห็นมา ในอกยังคงเจ็บปวดอย่างหาสาเหตุไม่เจอ
“คุณจองซูคะ”
เสียงเรียกหยุดเท้าของคนที่กำลังจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานให้หันมามองต้นเสียงก่อนจะยิ้มบางให้กับเลขาของตน
“มีอะไรเหรอ?”
“คือ...คนจากบริษัท KT กรุ๊ปโทรมาขอเลื่อนนัดเซ็นสัญญาเป็นวันนี้น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกวันนี้เลยไหมคะ?”
ใบหน้าหวานครุ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนจะพยักหน้า
“โทรไปบอกเขานะว่าตกลง สัญญาร่างเสร็จแล้วใช่ไหม?”
เลขาพยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปทำตามคำสั่ง คนที่สั่งจึงเดินเข้าห้องทำงานมา...
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
ร่างบางนั่งไขว่ห้างอยู่บนรถประจำตำแหน่ง เพราะวันนี้เป็นนัดเซ็นสัญญาสำคัญจึงต้องดูภูมิฐานหน่อย รถแล่นเอื่อยๆเพราะที่ที่นัดเซ็นสัญญา เป็นร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าหรูซึ่งไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ดวงหน้าหวานก้มลงอ่านร่างสัญญาในมือ แต่ถึงแม้จะกวาดสายตาไปตามตัวอักษรมากเพียงใด หากแต่สมองกลับไม่รับรู้และจดจำข้อความเหล่านั้น
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะกระแทกแฟ้มปิดเสียงไม่เบานัก มือเรียวเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิด ทำไมกันนะ ทำไมจิตใจถึงยังวนเวียนอยู่กับภาพของเจ้าตัวดีกับใครอีกคน ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ทำยังไงก็ไม่สามารถสลัดความรู้สึกไม่พอใจ และเจ็บปวดที่ไม่รู้สาเหตุออกไปจากหัวได้ หงุดหงิดที่แม้จะย้ำกับตัวเองว่า ไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจกับการที่น้องชายมีแฟน ไม่มีสิทธิ์หวงแหนรอยยิ้มของเจ้าตัวดีนั้น แต่ดูเหมือนหัวใจบ้าๆของตัวเองก็ไม่ยักจะฟัง ทำไมกันนะทำไม
จองซูถอนหายใจก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น พยายามสะกดความรู้สึกพลุ่งพล่านที่มีในหัวให้หมดไป....
.
..
...
การเซ็นสัญญาจบลงด้วยดี มีการดื่มฉลองกันเล็กน้อย พร้อมร่วมทานอาหารพอเป็นพิธี ร่างบางเดินออกมาจากร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง หน้าร้านมีคนขับรถรออยู่เพื่อเตรียมพร้อมรับคำสั่งจากเขา มือเรียวยื่นแฟ้มเอกสารให้คนขับรถก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปที่รถ หากแต่เดินไปยังไม่ทันถึงก็ต้องบอกให้คนขับกลับไปก่อน คุณลุงพยักหน้าก่อนจะเดินแยกไป
จองซูหันหลังกลับ อยากหาที่เงียบๆนั่งคิดอะไรคนเดียว ยังไม่อยากกลับไปทำงาน ไม่อยากกลับไปเจอหน้าของใครอีกคน
คนกำลังไม่มีอารมณ์ทำอะไรเดินย้อนกลับมาในห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง แม้ไม่รู้ว่าจะไปเดินดูอะไร แต่ขาเรียวก็ก้าวไปเรื่อยเปื่อย ไม่เคยรู้สึกหมดอาลัยตายอยากเท่านี้มาก่อนเลย ดวงตาโตมองไปตามร้านค้าต่างๆ น่าแปลกแม้จะเดินอยู่ที่นี่ หากแต่กลับรู้สึกเหงาและอ้างว้างอย่างไม่มีเหตุผล ถ้ามีใครอีกคนมาเดินด้วยก็คงไม่รู้สึกแบบนี้ คิดแล้วก็ต้องยิ้มเศร้า ไม่ว่าจะทำยังไงก็สลัดใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้าน้องชายไปจากหัวไม่ได้สินะ ทั้งๆที่มันคงถึงเวลาที่จะปล่อยให้รอยยิ้มนั้นเป็นของคนอื่นได้แล้ว แต่ก็ยังเฝ้าวนเวียนคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ไม่ว่างเว้น น่าสมเพชตัวเองซะจริง....
จองซูเดินดูสินค้าร้านโน้นร้านนี้อย่างต้องการฆ่าเวลา เดินวนไปวนมาจนไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อแล้วก็คิดว่าจะกลับ
ขาเรียวก้าวเดินเพื่อไปยังชั้นลานจอดรถ ร่างบางล้วงมือเข้าไปควานหากุญแจซึ่งได้รับมาจากคุณลุงคนขับรถที่นั่งแท็กซี่กลับบริษัทไป ขณะที่ก้าวเท้าดวงหน้าหวานก็ก้มลงมองหากุญแจในกระเป๋าไปด้วย เมื่อหยิบกุญแจได้แล้วก็เงยหน้ามองหารถของตัวเอง พลันสายตาก็ไหวระริกเมื่อเห็นรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่สีคุ้นตาจอดอยู่ข้างๆรถของเขา แล้วใจก็กระตุกวูบเมื่อเห็นว่าใครกำลังก้าวลงจากรถคันนั้น
ขาเรียวได้สัดส่วนก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ ใบหน้าสวยจัดและดูเย่อหยิ่งโผล่ออกมาจากรถคันนั้น คนตัวบางยืดตัวยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะหันหลังใช้มือดันปิดประตูรถสปอร์ตคันงาม ไม่ทันได้คิดอะไรคนที่เห็นคนกำลังลงจากรถเข้าโดยบังเอิญก็เบี่ยงตัวเข้าหลบข้างเสาปูนต้นใหญ่ ร่างบางกำกุญแจรถในมือแน่น ไม่อยากรับรู้ว่าคนขับที่กำลังจะตามฝ่ายนั้นลงมาเป็นใคร เพราะมันคงเป็นใครไปไม่ได้นอกกจากเจ้าตัวดี ก็ปอร์เช่คันนั้นเขาเป็นคนซื้อให้ยองอุนเองกับมือ....
คนแอบอยู่ข้างเสาได้ยินเสียงกดล็อกประตูรถ แสดงว่าคนขับลงมาแล้วแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาแอบอยู่ตรงนี้ แต่ก็ไม่สามารถโผล่หน้าออกไปยิ้มทักทายน้องชายกับแฟนได้เขารู้ดี ขอเวลาพี่กำจัดความฟุ้งซ่านในหัวสักนิดแล้วกันนะ แล้วพี่สัญญาว่าจะยินดีกับยองอุนและแจจุงอย่างจริงใจ....
เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามายิ่งทำให้หัวใจคนหลบอยู่ข้างเสาบีบคั้นลงกว่าเดิม ร่างบางเขยิบตัวให้ลึกเข้าไปอีก ไม่อยากให้คนสองคนที่กำลังจะเดินมาทางนี้เห็นเขาเข้า เสียงพูดคุยหยอกเย้าตามด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิกดังใกล้เข้ามา และแม้จะรู้ว่าไม่อยากมองมากเพียงใดจองซูก็ยังเลือกที่จะมองออกไปเบื้องหน้า....
แจจุงก้าวเท้าอย่างไม่รีบร้อน เรียวปากอิ่มเอ่ยถามคนที่เดินโอบเอวเขาอยู่ข้างๆว่าเย็นนี้อยากกินอะไร เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้มก่อนจะก้มลงกระซิบข้างใบหูว่า ‘แจจุง’แล้วอีกฝ่ายก็กดปลายจมูกลงข้างแก้มแผ่วเบาเรียกให้คนหน้าสวยต้องยิ้มอย่างเขินอาย ทั้งสองก้าวเดินไปด้วยกันพร้อมบทสนทนาสบายๆ
จองซูมองตามแผ่นหลังของสองคนที่เดินผ่านไปแล้วด้วยความรู้สึกในใจที่บรรยายไม่ออก ดวงตาโตมองผ่านแผ่นหลังบอบบางไปยังแผ่นหลังกว้างของอีกคน เสียงพูดคุยที่ได้ยินแว่วบ่งบอกว่าคนทั้งคู่กำลังมีความสุข อยากเบือนหน้าหนีไปให้พ้นจากภาพตรงหน้าแต่ก็ทำไม่ได้ แล้วใจก็กระตุกเมื่อเจ้าของแผ่นหลังกว้างนั้นหยุดเดินก่อนหันหน้ามาหาคนตัวบางที่เดินอยู่ข้างตัวอีกฝ่าย มือใหญ่รั้งคนที่กำลังเดินให้หันมาเผชิญหน้าก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงมาหาคนตัวเล็กกว่า
คนที่ยังยืนแอบมองอยู่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ คนที่ยืนจูบกับน้องแจจุงอย่างดูดดื่มอยู่นั้นไม่ใช่เจ้าตัวดีของเขาแต่เป็น....
เพราะความตกใจมือเรียวที่เคยกำกุญแจแน่นราวกับไม่มีแรง เลยทำให้กุญแจในมือร่วงลงกระทบพื้น ลานจอดรถทั้งทึบและเงียบ แค่เพียงมีเสียงเล็กน้อยก็ดังไปทั่ว และเพราะเสียงกุญแจหล่นจึงทำให้คนสองคนที่ยืนจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่นั้นสะดุ้งแล้วหันมาทางต้นเสียง ก่อนใบหน้าสวยของแจจุงจะซีดเผื่อนเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนมองอยู่
“พี่จองซู!”
ความเงียบปกคลุมทั่วโต๊ะเล็กๆในร้านกาแฟ เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าทั้งสองนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างกัน คนมีใบหน้าสวยหวานก้มงุดไม่ยอมพูดอะไร ส่วนคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆฝ่ายนั้นทำหน้าตาลำบากใจอย่างถึงที่สุด
“นี่มันหมายความว่ายังไงครับ น้องแจจุง น้องยุนโฮ”
เอ่ยถามคนอายุน้อยกว่าทั้งสองไป ต้องการคำอธิบายว่าทำไมสองคนนี้ถึงมายืนจูบกันได้ทั้งๆที่หนึ่งในสองเป็นแฟนของน้องชายเขา จองซูมองสบตาเพื่อนเจ้าตัวดีอย่างคาดคั้น จนในที่สุดเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาก็เป็นคนเอ่ยขึ้นมา
“คือ...ผมกับแจจุงเป็นแฟนกันครับ”
คำสารภาพของเด็กหนุ่มทำเอาคนอายุมากกว่าอยากจะหัวใจวายตาย ชักงงไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็น้องแจจุงเป็นแฟนยองอุนไม่ใช่เหรอ?
ยุนโฮสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มาถึงตอนนี้แผนไม่แตกก็ต้องแตกล่ะวะ เคลียร์เองแล้วกันไอ้ยองอุน
“พี่จองซูคงงงว่าทำไมเป็นแบบนี้ แต่ผมกับแจจุงเป็นแฟนกันมานานแล้ว....ส่วนเรื่องที่แจจุงเป็นแฟนยองอุนมันไม่ใช่เรื่องจริง”
คนได้ฟังคำบอกเล่าเอียงคอก่อนจะหรี่ตา ชักเดาอะไรออกบ้างแล้วแหละ
“แล้วมารวมหัวกันโกหกพี่ทำไม....น้องแจจุง”
ปรายตาไปมองคนหน้าสวยที่เอาแต่ก้มหน้า เจ้าของชื่อย่นคอก่อนจะค่อยๆเหลือบตามองหน้าคนถาม มือเรียวสอดเข้ามาจับกับมือใหญ่ของคนข้างตัวเองไว้อย่างต้องการความช่วยเหลือ เจ้าของมือใหญ่กระชับมือเรียวเล็กไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายก้มหัวขอโทษพี่ชายเพื่อน
“ผมขอโทษนะครับที่หลอกพี่จองซู ส่วนเหตุผลพี่คงต้องไปถามยองอุนมันเอาเองว่าทำไม พี่จองซูยกโทษให้ผมกับแจจุงนะครับ”
คนได้รับการก้มหัวขอโทษถอนหายใจ ไม่เข้าใจเจ้าพวกนี้เลยว่าเล่นอะไรกัน แล้วที่ไม่เข้าใจที่สุดคือเจ้าตัวต้นเรื่องที่ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ สงสัยต้องคุยกันยาวแล้วล่ะยองอุน....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: "อุปสรรคเป็นตัวพิสูจน์ความอดทน หากไม่มีอุปสรรค ก็ไม่มีวันเจอความรักที่แท้จริง" ^^
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
มือเรียวกดปุ่มสปีคโฟนของโทรศัพท์ตั้งโต๊ะเรียกเลขาสาวให้เข้ามาเอาแฟ้มที่เซ็นไว้ออกไป
“มีอะไรที่ผมต้องเซ็นอีกก็เอาเข้ามาเลยนะ”
ร่างบางหลังโต๊ะเอ่ยบอกกับเลขาที่เข้ามาหยิบแฟ้มจากบนโต๊ะเพื่อเอาไปดำเนินการต่อ เลขาสาวทำหน้าตกใจ วันนี้คุณจองซูดูหักโหมกับการทำงานยังไงไม่รู้ ตั้งแต่เช้าเอาแต่ทำงานไม่ลุกไปไหนเลย เลขาสาวยิ้มให้เจ้านายก่อนจะออกจากห้องไป มือเรียวยกขึ้นเสยผมเมื่อต้องอยู่ในห้องคนเดียว อยากให้เลขาเอางานเข้ามาให้เยอะๆจะได้ทำงานให้ลืมเรื่องวุ่นวายในใจไป
ดวงตาโตเหลือบไปมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่ใกล้ๆ วันนี้มันยังไม่ดังไม่สั่นเลยสักครั้ง ไม่มีคนโทรเข้า ไม่มีแม้แต่ข้อความจากเจ้าตัวดีที่ทำงานอยู่อีกห้อง เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มคล้ายจะหยันตัวเอง เจ้าน้องชายจะโทรมาหาเขาทำไมก็ในเมื่ออีกฝ่ายมีคนที่ต้องโทรหามากกว่าเขาแล้วนี่ ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน ยิ่งเจ็บปวด และที่น่าหงุดหงิดไปกว่านั้นก็คือ อาการวุ่นวายใจกับเสียงกระซิบจากส่วนลึกสุดของหัวใจที่ประท้วงให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงยองอุนกลับมา หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องทำอะไรแบบนั้น ไม่อยากฟุ้งซ่านเลยเลือกที่จะทำงานหนัก จะได้ไม่ต้องคิดอะไรไร้สาระ ตอกย้ำกับความคิดลึกๆของตัวเองว่าต้องยินดีที่เจ้าน้องชายมีคนรักแล้ว...
.
..
...
ใบหน้าหล่อคมยุ่งเหยิง ตาคมเหลือบมองโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะถี่ๆ ข้อมูลในแฟ้มที่กำลังพิจารณาชักไม่เข้าหัวเพราะจิตใจมัวแต่จดจ่ออยากได้ยินเสียงใครบางคน ยองอุนกัดปากตัวเอง ชักคิดว่าไอ้กลยุทธ์ที่ตัดสินใจทำมันเป็นการบีบบังคับความรู้สึกใครกันแน่ เขาหรือพี่ชายร่างบาง
ขณะกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะโทรหรือไม่โทร มือถือสีดำที่รักก็สั่นขึ้นมา คนกำลังเซ็งคลี่ยิ้มก่อนจะเอื้อมไปหยิบเจ้าโทรศัพท์เครื่องน้อยขึ้นมาไว้ในมืออย่างรีบรน แล้วสีหน้ายิ้มๆอย่างดีใจก็พลันจางลงมือเห็นชื่อคนโทรเข้า
“โทรมาทำเหี้ยอะไรวะไอ้แจจุง!”
ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะเป็นอีกคนที่โทรเข้ามาแต่กลับไม่ใช่ จึงกรอกน้ำเสียงหงุดหงิดลงไปอย่างพาลๆ
“อ้าว...เหี้ยยองอุนมึงพูดกับเพื่อนแบบนี้เหรอสัด กูอุตส่าห์โทรหามึงนะไอ้เวร”
ปลายสายแหวกลับมาคงเพราะว่าโดนตะคอกใส่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนโดนวีนขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอารมณ์เสีย
“แล้วโทรมาทำไม!”
ถามไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก หากแต่ก็ปรับให้นุ่มนวลลงมากกว่าเดิม
“ยืมรถหน่อยดิ พอดีกูกับยุนโฮมาซื้อของกัน แล้วแม่งไอ้เด็กเวรเสือกขับรถมาชนรถยุนโฮ ก็เลยต้องเรียกประกันมาเอาไปเคลม”
คนปลายสายเล่าด้วยอารมณ์เสียสุดๆ คนได้ฟังเลิกคิ้ว
“แล้วมึงสองคนเป็นอะไรหรือเปล่า…มึงอยู่ตรงไหนเดี๋ยวกูไปหา”
น้ำเสียงบ่งบอกความห่วงใย ก่อนจะลุกเพื่อไปหาเพื่อนตัวบาง
“ไม่ต้องมาหรอกมึง เคลียร์เสร็จแล้ว มึงทำงานอยู่ด้วย รถชนแถวบริษัทมึงพอดีกูเลยมายืมรถมึง ยืมรถหน่อยดิ เนี่ยกูอยู่ตรงล็อบบี้บริษัทมึงแล้ว”
“เออรออยู่ตรงนั้นนะเดี๋ยวกูลงไป”
กดวางโทรศัพท์ก่อนจะรีบออกจากห้องทำงานเพื่อลงไปหาเพื่อนข้างล่าง
.
..
...
จองซูเดินดูรอบบริษัท เพราะวันนี้เขาได้ว่าจ้างบริษัทแต่งสวนให้เอาต้นไม้มาลงใหม่ ร่างบางเดินตรวจความเรียบร้อยไปเรื่อย ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องลงมาตรวจเองหรอก แต่ไม่อาจทนนั่งเฉยอยู่ได้ เพราะยิ่งอยู่เฉยๆก็ยิ่งคิดมาก เลยลงมาตรวจงานซะเลยมีอะไรทำก็ยังดีกว่านั่งว่างๆ
ตาโตมองดูความเรียบร้อยในแต่ล่ะส่วนไม่รีบร้อน แต่แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคนสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ตรงล็อบบี้
มือใหญ่เอื้อมไปจับหัวไอ้เพื่อนรัก พลิกหน้าซ้ายขวาหารอยแผล
“เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยมึง? หัวไม่แตกสมองไม่ไหลใช่ไหมวะ แล้วผัวมึงล่ะเป็นอะไรมั่งหรือเปล่า”
ถามไอ้เพื่อนตัวบางอย่างเป็นห่วงเป็นใย แม้จะพูดจากันไม่ค่อยเพราะ หรือบางทีอาจจะเห็นว่าไม่ค่อยได้แสดงความรักต่อกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วก็รักและเป็นห่วงพวกมันมาก คนโดนถามย่นจมูกกับความห่วงจนเว่อร์ของอีกฝ่าย
“กูสองคนยังอยู่ครบดี ไม่มีอะไรแตกหัก เลิกยุ่งกับหัวกูสักที ผมเสียทรงสัดยองอุน”
คนหน้าสวยปัดมือเพื่อนที่จับอยู่บนหัวทิ้ง พร้อมทั้งใช้นิ้วจัดแต่งทรงผมอย่างกลัวเสียทรงสุดๆ ใบหน้าสวยงอง้ำเพราะกลัวผมยุ่ง
คนโดนปัดมือทิ้งขำไอ้เพื่อนจอมวีน เออแทนที่จะขอบใจที่เป็นห่วงกลับมาเหวี่ยงใส่กูเพราะกลัวผมเสียทรงซะงั้น
คนตัวโตกัดปากก่อนจะโอบศีรษะเล็กเข้ามาอย่างหมั่นไส้ท่าแต่งผมของมัน ก่อนจะใช้มือขยี้ผมเป็นทรงของไอ้เพื่อนรักอย่างอยากแกล้ง คนโดนขยี้หัวพยายามสะบัดหนี ก่อนจะใช้มือดันตัวคนแกล้งให้ออกห่าง
คนยืนมองอยู่ไกลๆเบือนหน้าไปทางอื่น เมื่อเห็นคนโดนแกล้งดันตัวคนแกล้งออกได้แล้วยื่นมือไปชกไหล่หนาของคนที่นั่งหัวเราะชอบใจ เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้ม บอกกับตัวเองในใจว่ายองอุนกับแจจุงเป็นแฟนกัน จะหยอกล้อกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก...
จองซูเดินก้มหน้าก้มตากลับมาที่ห้องทำงาน พยายามคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้เพื่อให้ลืมภาพการหยอกล้อของเจ้าน้องชายกับแฟนที่ไปเห็นมา ในอกยังคงเจ็บปวดอย่างหาสาเหตุไม่เจอ
“คุณจองซูคะ”
เสียงเรียกหยุดเท้าของคนที่กำลังจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานให้หันมามองต้นเสียงก่อนจะยิ้มบางให้กับเลขาของตน
“มีอะไรเหรอ?”
“คือ...คนจากบริษัท KT กรุ๊ปโทรมาขอเลื่อนนัดเซ็นสัญญาเป็นวันนี้น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกวันนี้เลยไหมคะ?”
ใบหน้าหวานครุ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนจะพยักหน้า
“โทรไปบอกเขานะว่าตกลง สัญญาร่างเสร็จแล้วใช่ไหม?”
เลขาพยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปทำตามคำสั่ง คนที่สั่งจึงเดินเข้าห้องทำงานมา...
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
ร่างบางนั่งไขว่ห้างอยู่บนรถประจำตำแหน่ง เพราะวันนี้เป็นนัดเซ็นสัญญาสำคัญจึงต้องดูภูมิฐานหน่อย รถแล่นเอื่อยๆเพราะที่ที่นัดเซ็นสัญญา เป็นร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าหรูซึ่งไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ดวงหน้าหวานก้มลงอ่านร่างสัญญาในมือ แต่ถึงแม้จะกวาดสายตาไปตามตัวอักษรมากเพียงใด หากแต่สมองกลับไม่รับรู้และจดจำข้อความเหล่านั้น
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะกระแทกแฟ้มปิดเสียงไม่เบานัก มือเรียวเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิด ทำไมกันนะ ทำไมจิตใจถึงยังวนเวียนอยู่กับภาพของเจ้าตัวดีกับใครอีกคน ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ทำยังไงก็ไม่สามารถสลัดความรู้สึกไม่พอใจ และเจ็บปวดที่ไม่รู้สาเหตุออกไปจากหัวได้ หงุดหงิดที่แม้จะย้ำกับตัวเองว่า ไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจกับการที่น้องชายมีแฟน ไม่มีสิทธิ์หวงแหนรอยยิ้มของเจ้าตัวดีนั้น แต่ดูเหมือนหัวใจบ้าๆของตัวเองก็ไม่ยักจะฟัง ทำไมกันนะทำไม
จองซูถอนหายใจก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น พยายามสะกดความรู้สึกพลุ่งพล่านที่มีในหัวให้หมดไป....
.
..
...
การเซ็นสัญญาจบลงด้วยดี มีการดื่มฉลองกันเล็กน้อย พร้อมร่วมทานอาหารพอเป็นพิธี ร่างบางเดินออกมาจากร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง หน้าร้านมีคนขับรถรออยู่เพื่อเตรียมพร้อมรับคำสั่งจากเขา มือเรียวยื่นแฟ้มเอกสารให้คนขับรถก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปที่รถ หากแต่เดินไปยังไม่ทันถึงก็ต้องบอกให้คนขับกลับไปก่อน คุณลุงพยักหน้าก่อนจะเดินแยกไป
จองซูหันหลังกลับ อยากหาที่เงียบๆนั่งคิดอะไรคนเดียว ยังไม่อยากกลับไปทำงาน ไม่อยากกลับไปเจอหน้าของใครอีกคน
คนกำลังไม่มีอารมณ์ทำอะไรเดินย้อนกลับมาในห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง แม้ไม่รู้ว่าจะไปเดินดูอะไร แต่ขาเรียวก็ก้าวไปเรื่อยเปื่อย ไม่เคยรู้สึกหมดอาลัยตายอยากเท่านี้มาก่อนเลย ดวงตาโตมองไปตามร้านค้าต่างๆ น่าแปลกแม้จะเดินอยู่ที่นี่ หากแต่กลับรู้สึกเหงาและอ้างว้างอย่างไม่มีเหตุผล ถ้ามีใครอีกคนมาเดินด้วยก็คงไม่รู้สึกแบบนี้ คิดแล้วก็ต้องยิ้มเศร้า ไม่ว่าจะทำยังไงก็สลัดใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้าน้องชายไปจากหัวไม่ได้สินะ ทั้งๆที่มันคงถึงเวลาที่จะปล่อยให้รอยยิ้มนั้นเป็นของคนอื่นได้แล้ว แต่ก็ยังเฝ้าวนเวียนคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ไม่ว่างเว้น น่าสมเพชตัวเองซะจริง....
จองซูเดินดูสินค้าร้านโน้นร้านนี้อย่างต้องการฆ่าเวลา เดินวนไปวนมาจนไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อแล้วก็คิดว่าจะกลับ
ขาเรียวก้าวเดินเพื่อไปยังชั้นลานจอดรถ ร่างบางล้วงมือเข้าไปควานหากุญแจซึ่งได้รับมาจากคุณลุงคนขับรถที่นั่งแท็กซี่กลับบริษัทไป ขณะที่ก้าวเท้าดวงหน้าหวานก็ก้มลงมองหากุญแจในกระเป๋าไปด้วย เมื่อหยิบกุญแจได้แล้วก็เงยหน้ามองหารถของตัวเอง พลันสายตาก็ไหวระริกเมื่อเห็นรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่สีคุ้นตาจอดอยู่ข้างๆรถของเขา แล้วใจก็กระตุกวูบเมื่อเห็นว่าใครกำลังก้าวลงจากรถคันนั้น
ขาเรียวได้สัดส่วนก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ ใบหน้าสวยจัดและดูเย่อหยิ่งโผล่ออกมาจากรถคันนั้น คนตัวบางยืดตัวยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะหันหลังใช้มือดันปิดประตูรถสปอร์ตคันงาม ไม่ทันได้คิดอะไรคนที่เห็นคนกำลังลงจากรถเข้าโดยบังเอิญก็เบี่ยงตัวเข้าหลบข้างเสาปูนต้นใหญ่ ร่างบางกำกุญแจรถในมือแน่น ไม่อยากรับรู้ว่าคนขับที่กำลังจะตามฝ่ายนั้นลงมาเป็นใคร เพราะมันคงเป็นใครไปไม่ได้นอกกจากเจ้าตัวดี ก็ปอร์เช่คันนั้นเขาเป็นคนซื้อให้ยองอุนเองกับมือ....
คนแอบอยู่ข้างเสาได้ยินเสียงกดล็อกประตูรถ แสดงว่าคนขับลงมาแล้วแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาแอบอยู่ตรงนี้ แต่ก็ไม่สามารถโผล่หน้าออกไปยิ้มทักทายน้องชายกับแฟนได้เขารู้ดี ขอเวลาพี่กำจัดความฟุ้งซ่านในหัวสักนิดแล้วกันนะ แล้วพี่สัญญาว่าจะยินดีกับยองอุนและแจจุงอย่างจริงใจ....
เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามายิ่งทำให้หัวใจคนหลบอยู่ข้างเสาบีบคั้นลงกว่าเดิม ร่างบางเขยิบตัวให้ลึกเข้าไปอีก ไม่อยากให้คนสองคนที่กำลังจะเดินมาทางนี้เห็นเขาเข้า เสียงพูดคุยหยอกเย้าตามด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิกดังใกล้เข้ามา และแม้จะรู้ว่าไม่อยากมองมากเพียงใดจองซูก็ยังเลือกที่จะมองออกไปเบื้องหน้า....
แจจุงก้าวเท้าอย่างไม่รีบร้อน เรียวปากอิ่มเอ่ยถามคนที่เดินโอบเอวเขาอยู่ข้างๆว่าเย็นนี้อยากกินอะไร เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้มก่อนจะก้มลงกระซิบข้างใบหูว่า ‘แจจุง’แล้วอีกฝ่ายก็กดปลายจมูกลงข้างแก้มแผ่วเบาเรียกให้คนหน้าสวยต้องยิ้มอย่างเขินอาย ทั้งสองก้าวเดินไปด้วยกันพร้อมบทสนทนาสบายๆ
จองซูมองตามแผ่นหลังของสองคนที่เดินผ่านไปแล้วด้วยความรู้สึกในใจที่บรรยายไม่ออก ดวงตาโตมองผ่านแผ่นหลังบอบบางไปยังแผ่นหลังกว้างของอีกคน เสียงพูดคุยที่ได้ยินแว่วบ่งบอกว่าคนทั้งคู่กำลังมีความสุข อยากเบือนหน้าหนีไปให้พ้นจากภาพตรงหน้าแต่ก็ทำไม่ได้ แล้วใจก็กระตุกเมื่อเจ้าของแผ่นหลังกว้างนั้นหยุดเดินก่อนหันหน้ามาหาคนตัวบางที่เดินอยู่ข้างตัวอีกฝ่าย มือใหญ่รั้งคนที่กำลังเดินให้หันมาเผชิญหน้าก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงมาหาคนตัวเล็กกว่า
คนที่ยังยืนแอบมองอยู่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ คนที่ยืนจูบกับน้องแจจุงอย่างดูดดื่มอยู่นั้นไม่ใช่เจ้าตัวดีของเขาแต่เป็น....
เพราะความตกใจมือเรียวที่เคยกำกุญแจแน่นราวกับไม่มีแรง เลยทำให้กุญแจในมือร่วงลงกระทบพื้น ลานจอดรถทั้งทึบและเงียบ แค่เพียงมีเสียงเล็กน้อยก็ดังไปทั่ว และเพราะเสียงกุญแจหล่นจึงทำให้คนสองคนที่ยืนจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่นั้นสะดุ้งแล้วหันมาทางต้นเสียง ก่อนใบหน้าสวยของแจจุงจะซีดเผื่อนเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนมองอยู่
“พี่จองซู!”
ความเงียบปกคลุมทั่วโต๊ะเล็กๆในร้านกาแฟ เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าทั้งสองนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างกัน คนมีใบหน้าสวยหวานก้มงุดไม่ยอมพูดอะไร ส่วนคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆฝ่ายนั้นทำหน้าตาลำบากใจอย่างถึงที่สุด
“นี่มันหมายความว่ายังไงครับ น้องแจจุง น้องยุนโฮ”
เอ่ยถามคนอายุน้อยกว่าทั้งสองไป ต้องการคำอธิบายว่าทำไมสองคนนี้ถึงมายืนจูบกันได้ทั้งๆที่หนึ่งในสองเป็นแฟนของน้องชายเขา จองซูมองสบตาเพื่อนเจ้าตัวดีอย่างคาดคั้น จนในที่สุดเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาก็เป็นคนเอ่ยขึ้นมา
“คือ...ผมกับแจจุงเป็นแฟนกันครับ”
คำสารภาพของเด็กหนุ่มทำเอาคนอายุมากกว่าอยากจะหัวใจวายตาย ชักงงไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็น้องแจจุงเป็นแฟนยองอุนไม่ใช่เหรอ?
ยุนโฮสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มาถึงตอนนี้แผนไม่แตกก็ต้องแตกล่ะวะ เคลียร์เองแล้วกันไอ้ยองอุน
“พี่จองซูคงงงว่าทำไมเป็นแบบนี้ แต่ผมกับแจจุงเป็นแฟนกันมานานแล้ว....ส่วนเรื่องที่แจจุงเป็นแฟนยองอุนมันไม่ใช่เรื่องจริง”
คนได้ฟังคำบอกเล่าเอียงคอก่อนจะหรี่ตา ชักเดาอะไรออกบ้างแล้วแหละ
“แล้วมารวมหัวกันโกหกพี่ทำไม....น้องแจจุง”
ปรายตาไปมองคนหน้าสวยที่เอาแต่ก้มหน้า เจ้าของชื่อย่นคอก่อนจะค่อยๆเหลือบตามองหน้าคนถาม มือเรียวสอดเข้ามาจับกับมือใหญ่ของคนข้างตัวเองไว้อย่างต้องการความช่วยเหลือ เจ้าของมือใหญ่กระชับมือเรียวเล็กไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายก้มหัวขอโทษพี่ชายเพื่อน
“ผมขอโทษนะครับที่หลอกพี่จองซู ส่วนเหตุผลพี่คงต้องไปถามยองอุนมันเอาเองว่าทำไม พี่จองซูยกโทษให้ผมกับแจจุงนะครับ”
คนได้รับการก้มหัวขอโทษถอนหายใจ ไม่เข้าใจเจ้าพวกนี้เลยว่าเล่นอะไรกัน แล้วที่ไม่เข้าใจที่สุดคือเจ้าตัวต้นเรื่องที่ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ สงสัยต้องคุยกันยาวแล้วล่ะยองอุน....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงผิวปากราวกับอารมณ์ดีนักหนาดังออกมาจากริมฝีปากได้รูป มือใหญ่ดันประตูห้องให้ปิดลง แล้วใบหน้าหล่อคมก็ต้องยุ่งเมื่อโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังอีกแล้ว เอาเจ้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอก็ต้องเบ้หน้า จะโทรมาทำเหี้ยอะไรวะไอ้สองผัวเมียคู่นี้นิ.....
ขัดใจกับคนสองคนที่กระหน่ำโทรเข้ามาหาเขาไม่ยั้งตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่เพราะรำคาญบวกกับพอรู้ว่ามันสองคนโทรมาเพื่อจะเยาะเย้ยที่ได้ไปเดินช้อปปิ้งด้วยกันสบายอารมณ์เลยเลือกที่จะไม่รับ อีกอย่างอยากให้คนที่โทรเข้ามาเป็นพี่ชายร่างบางมากกว่าไม่ใช่มึงกับผัวมึงไอ้แจจุง.....!
ยองอุนถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ก่อนจะเดินไปยังห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มโดยที่ยังไม่ปิดไฟ เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆไฟในห้องก็สว่างขึ้น คนกินน้ำอยู่เลยหันไปมองว่าไฟมันสว่างเองได้ยังไง แล้วก็ต้องลดแก้วน้ำลงเมื่อเห็นใบหน้าติดจะเรียบเฉยค่อนไปทางบึ้งตึงของพี่ชาย
“ไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับ?”
คนยืนอยู่หน้าตู้เย็นเอียงคอ น้ำเสียงที่คนถามใช้รับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อารมณ์ดีเท่าไหร่นัก แล้วคนเพิ่งกลับก็ต้องรีบกัดปากห้ามยิ้ม พอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมวะว่าอีกฝ่ายกำลังงอนที่กลับบ้านดึก
“ก็ไปเรื่อยๆ”
ตอบไปแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่ ยังคงคอนเซ็ปทำเป็นไม่สนใจให้อีกฝ่ายกระวนกระวาย จากการที่สังเกตเมื่อคืนรับรู้ได้ว่าคนที่ยืนเสียงเขียวใส่อยู่นี่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เขามีแฟนเป็นตัวเป็นตน
เห็นท่าทางเจ้าตัวดีที่ทำตอบไปส่งๆแล้วอยากหยิกให้เนื้อเต้น ดูเอานะความสำนึกผิดไม่มีเลยสักนิด
“แล้วไปกับใครมา?”
อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะโกหกอะไรอีก
คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนจะอมยิ้ม ถามเข้าทางแบบนี้ต้องเอาให้เนียน
“ก็ไปกับแจจุงมา เขาอยากกินอาหารทะเลเลยพาไปกิน แล้วก็ไปเดินเล่นริมทะเลกันมานิดหน่อย”
โกหกเองก็อยากจะอ้วกเอง ใครจะไปโรแมนติกกะไอ้วีนแตกแจจุงมันขนาดน๊านนนนนนนน……
ร่างบางยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะตีหน้าเครียดใส่น้องชายที่โกหกได้เป็นฉาก เก่งนักนะเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว
“ที่เล่ามาน่ะเรื่องจริงหรือเปล่า?”
ยังไงก็อยากให้เจ้าเด็กบ้านั่นสารภาพออกมาดีๆ
แม้จะรู้สึกตะหงิดใจกับคำถามของคนที่ยืนกอดอกมองหน้าอยู่บ้างแต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ อีกฝ่ายก็แค่ไม่สบอารมณ์ที่ออกไปข้างนอกแล้วไม่บอกเหมือนเคย ดี..วันนี้จะเอาให้พี่ชายร่างบางแสดงความหึงออกมาให้ได้
“ผมไม่เคยโกหก ยิ่งเป็นเรื่องของแจจุงยิ่งไม่เคยคิดจะโกหก”
มองใบหน้าหวานก่อนจะพูดอย่างจริงจัง จองซูกัดปาก รู้แล้วว่าเจ้าตัวดีจะไม่ยอมสารภาพออกมาแน่ว่ากำลังโกหกอยู่ ทั้งๆที่ถ้าน้องสารภาพก็คงไม่โกรธ แต่นี่อีกฝ่ายทำราวกับว่าเขาเป็นอะไรสักอย่าง ตกลงว่าพี่ไม่มีความสำคัญกับยองอุนเลยใช่ไหมถึงได้ทำแบบนี้ ปั่นหัวกันเหมือนพี่เป็นไอ้งั่ง ความเสียใจปนความโกรธตีกันมั่วไปหมด ยิ่งเห็นท่าทางกวนๆจากเจ้าตัวดีก็ยิ่งโมโห
“พี่จองซูมีอะไรกับผมอีกหรือเปล่า ถ้าไม่มีผมก็จะไปอาบน้ำเพราะเดี๋ยวแจจุงจะโทรมา....”
“เลิกโกหกพี่สักทียองอุน!”
เด็กหนุ่มตกใจกับเสียงตวาดจากพี่ชาย ร่างบางหายใจเข้าออกถี่ๆ พยายามสะกดอารมณ์โกรธที่พุ่งขึ้นเป็นริ้วให้สงบลง ไม่อยากโกรธมากขนาดนี้หรอกนะ แต่ดูสิ ดูที่เจ้าตัวดีทำ มันสนุกมากหรือไงที่มาปั่นหัวกัน
ดวงตาโตคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความโกรธ ใบหน้าหล่อคมเครียดขึ้นมาเมื่อเห็นอาการของพี่ชาย รับรู้ว่าแผนของตัวเองแตกละเอียดไม่เป็นท่า แถมยังทำให้คนที่ยืนกำมือแน่นตัวสั่นอยู่ตรงหน้าโกรธมากมายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
“พี่จองซู.....”
เรียกชื่อของอีกฝ่ายออกไปด้วยเสียงแผ่ว แต่กลับพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่ได้คิดว่าพี่ชายจะโกรธขนาดนี้
“ทำทำไมยองอุน โกหกพี่ทำไม เห็นพี่เป็นตัวอะไร!?”
ดวงตาโตหลับลงเพื่อห้ามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ตอนแรกจะรู้สึกโล่งใจที่เจ้าตัวดีไม่ได้เป็นแฟนกับน้องแจจุงจริงๆ หากแต่พอมารับรู้ว่าน้องไม่เคยสำนึกผิดกลับรู้สึกสนุกที่ได้พูดจาแหย่เขา ความรู้สึกเสียใจก็ถาโถมเข้าใส่ อีกฝ่ายเห็นเขาเป็นตัวอะไรถึงล้อเล่นกับความรู้สึกกันแบบนี้
คนโกหกไปไม่เป็น จะเริ่มอธิบายจากตรงไหนก่อน ยอมรับว่าตอนทำไม่ได้คิดถึงว่าแผนจะแตก เพราะคิดว่าแค่ลองใจให้อีกฝ่ายแสดงความรู้สึกก็เท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่น่าจะใช้เวลานาน ความจริงก็คิดว่าตัวเองคงทนอยู่กับแผนการบ้าๆนี่ได้อีกไม่เกินวันหรอก เพราะในหัวใจมันร่ำร้องให้เลิกทำแบบนั้นอยู่ทุกนาที
จองซูจ้องหน้ายองอุนอย่างรอคอยคำตอบ ยิ่งเห็นเจ้าตัวดีเงียบไม่อธิบายอะไรก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ
“ว่าไงยองอุน ทำทำไม....หรือเห็นว่าพี่เป็นของเล่นของพวกเรา เห็นพี่เป็นตัวตลกหรือยังไง”
ดูเหมือนว่ายิ่งไม่อธิบายร่างบางก็ยิ่งคิดไปอีกทาง คนที่นั่งเงียบมานานถอนหายใจลังเลอยู่ว่าจะพูดดีหรือเปล่า ยังเข็ดกับการที่บอกรักคนกำลังอารมณ์ขึ้นไปแล้วอีกฝ่ายกลับคิดว่าเป็นเรื่องอำกันเล่น
“ยองอุนไม่เคยเห็นพี่จองซูเป็นตัวตลก ไม่เคยเห็นพี่เป็นของเล่น สิ่งที่ยองอุนทำมีเหตุผล”
ใบหน้าหล่อคมเครียดขรึม ก่อนจะหันไปจ้องหน้าของพี่ชายร่างบาง พยายามสื่อความรู้สึกจริงจังบวกจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ หากแต่คนคนนั้นกลับทำหน้าไม่เข้าใจ
“เหตุผลอะไรล่ะ? อธิบายให้พี่ฟังได้ไหมว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนี้”
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพดานก่อนจะกัดปากตัวเอง ความจริงก็อยากให้มันโรแมนติกกว่านี้แต่คงไม่ได้แล้ว
“พี่จองซูถามว่ายองอุนมีเหตุผลอะไรใช่ไหม ที่ยองอุนทำทั้งหมดเพราะอยากรู้ว่าพี่คิดกับผมยังไง พี่จะหึงไหมถ้ายองอุนมีคนอื่น”
ดวงตาโตฉายแววไม่เข้าใจในคำพูดนั้นซะเลย ทำไมต้องมาหยั่งความรู้สึกกันด้วย
“ยองอุนอยากรู้ว่าถ้ามีคนอื่นมายุ่งกับยองอุน พี่จองซูจะหึงจะหวงน้องชายคนนี้บ้างไหม แล้วถ้าพี่แสดงออกซักนิดว่ามีอาการแบบนั้น ยองอุนก็จะสารภาพกับพี่จองซูว่า ยองอุนรักพี่จองซู.....รักในฐานะที่ไม่ใช่พี่ชาย......”
เหมือนเวลาจะหยุดหมุนเมื่อฟังคำพูดของเจ้าตัวดีจบ ขาเรียวแทบไม่มีแรงยืน มันจะเป็นไปได้ยังไงน้องจะมารักเขาแบบคนรักได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ...แล้วอะไรบางอย่างในหัวก็ผุดขึ้นมา ดวงหน้าหวานเงยมองน้องชายอย่างโกรธที่สุด ทำไมถึงต้องล้อเล่นกันแรงๆแบบนี้ไม่เลิกรา!
“ยองอุนเห็นพี่เป็นของเล่นจริงๆสินะ พนันอะไรกับเพื่อนไว้หรือ พนันว่าถ้าพี่รับรักจะได้ของที่อยากได้ใช่ไหม?”
เสียงที่หลุดออกจากเรียวปากอิ่มไปเบาหวิว ในหัวใจเจ็บหนักกว่าเดิม นั่นสิเจ้าตัวดีชอบเล่นอะไรแบบนี้กับเพื่อนอยู่แล้วนี่นะ ครั้งนี้ก็เหมือนเคยๆ คราวโน้นก็พนันว่าถ้าทำให้เขาเขินได้จะได้ล้อแม็กซ์ใหม่
จองซูก้มหน้าลงอยากหัวเราะกับความสับสนวุ่นวายที่เกิดกับตัวเองจนไม่เป็นอันทำงาน น่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นแค่การละเล่นของเจ้าน้องรัก ไม่น่าจะต้องมาเจ็บปวดอะไรมากมายเลย ร่างบางถอนหายใจก่อนจะเอ่ยพูดกับคนที่นั่งมองหน้าเขาด้วยแววตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน
“เอาล่ะ พี่เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไปอาบน้ำเถอะ”
บอกออกไปด้วยน้ำเสียงเนือย ก่อนจะหันหลังเพื่อกลับไปยังห้องนั่งเล่น ยองอุนกัดกรามแน่น ความเสียใจปนกับความโมโหที่พี่ชายร่างบางเห็นว่าการสารภาพรักของเขาเป็นเรื่องล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง ทำไมพี่ไม่เคยเชื่อว่าผมจริงจัง ทำไมถึงไม่เคยเข้าใจว่าผมคิดยังไง ได้...ถ้าพี่ไม่เคยคิดว่าผมจริงจัง ผมก็จะทำให้พี่รู้ว่าผมไม่เคยอำพี่เล่น!
มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กของคนที่หันหลังทำท่าจะเดินออกจากห้องครัวกลับไปยังห้องนั่งเล่นก่อนจะดึงให้อีกฝ่ายหันกลับมาเผชิญหน้า
“ถ้าพี่คิดว่าที่ผมบอกรักพี่เป็นแค่เรื่องล้อเล่น ผมก็จะย้ำว่ามันไม่ใช่....”
เอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว คนโดนดึงเข้าสู่อ้อมกอดตกใจ แผ่นอกบางปะทะเข้ากับอกกว้างของเจ้าตัวดี และก่อนจะได้ถามอะไรคนที่เป็นน้องก็ก้มหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว
ริมฝีปากได้รูปแนบลงไปบนเรียวปากอิ่มอย่างที่ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าของมันได้ตั้งตัว จองซูตกใจกับการกระทำของยองอุนไม่น้อย การโดนคุกคามทำให้ต้องเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ยิ่งหนีริมฝีปากร้อนของอีกฝ่ายก็ยิ่งตามมาบดเบียด มือใหญ่ที่รัดอยู่รอบเอว เลื่อนขึ้นมาจับท้ายทอยของร่างบางบังคับไม่ให้หันหน้าหนีได้ดั่งใจ
มือเรียวพยายามดันตัวของเจ้าตัวดีออกไปให้ห่าง ไม่คิดว่าน้องจะทำแบบนี้ เด็กหนุ่มใช้มือสอดเข้าที่กลุ่มผมนุ่มตรงท้ายทอยของพี่ชายเอาไว้ ดันให้ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นรับจุมพิตจากเขา ริมฝีปากได้รูปบดเบียดเรียวปากอิ่มไม่ละห่างไปไหน ขบย้ำเบาๆกระตุ้นให้คนในวงแขนอ้าปากออก
“อือ”
ร่างบางครางประท้วงเมื่ออีกฝ่ายดันท้ายทอยให้ยิ่งเชิดขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นชักเมากับจูบนี้เสียแล้ว อาการขัดขืนที่ลดน้อยลงของคนในวงแขนทำให้คนตัวโตรู้สึกพอใจอยู่มาก ฝ่ามือใหญ่ที่กดแนบอยู่ตรงท้ายทอยเพื่อบังคับไม่ให้อีกฝ่ายหันหน้าหนีค่อยคลายลงจนกลายเป็นวางไว้เฉยๆ นิ้วยาวสอดเข้ากับกลุ่มผมนิ่มแล้วสางเล่นเบามือ
ดวงตาโตปรือลงเพลินไปกับรสจูบที่ฝ่ายตรงข้ามมอบให้ เรียวปากอิ่มถูกลิ้นนุ่มดุนดันจนต้องยอมเผยออกเพื่อให้อีกฝ่ายล่วงล้ำเข้ามา
คนตัวโตส่งปลายลิ้นเข้าไปทันทีที่ร่างบางเผยปากออก ขายาวค่อยๆดันปลายเท้าของคนในวงแขนให้ก้าวถอยไปทางเบื้องหลัง
แผ่นหลังบางแนบเข้ากับผนังหินอ่อนของห้องครัว ความเย็นตามธรรมชาติของหินอ่อนทำเอาต้องหยัดกายขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ หน้าอกแบนราบเบียดชิดเข้ากับอกกว้างมากยิ่งขึ้น แล้วยิ่งชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว เมื่อคนกำลังล่อลวงให้เขาจมไปกับรสจูบหวานสนิท จับมือเรียวให้เลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเจ้าตัว
ดวงหน้าหวานแดงกล่ำ เรียวปากยังถูกครอบครองไม่ปล่อย เด็กหนุ่มก้มลงมองคนในวงแขนด้วยความรัก ยิ่งเห็นท่าทางของพี่ชายร่างบางก็ยิ่งจะคลั่ง เจ้าของริมฝีปากได้รูปกดจูบย้ำลงบนกลีบปากนุ่มที่ฉ่ำชื้นอย่างรักใคร่ มือใหญ่เลื่อนลงจากท้ายทอยสวยไปยังแผ่นหลังบาง ลูบไล้แผ่วเบา ทะนุถนอมก่อนจะเลื่อนลงไปที่สะโพกมนดึงรั้งให้ร่างกายช่วงล่างของทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้น
คนตัวโตละจูบออกมาจากร่างบาง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปยังซอกคอหอมกรุ่น จองซูสะดุ้งเมื่อปลายจมูกโด่งของเจ้าตัวดีแตะแผ่วที่ลำคอ และยิ่งสะดุ้งเมื่อน้องชายสอดมือร้อนเข้ามาลูบไล้บริเวณหน้าอกของตน ความเคลิบเคลิ้มที่เคยมีกำลังจะเลือนหาย เมื่อตระหนักได้ว่าที่เขาทั้งสองทำกันอยู่นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูก แม้ในส่วนลึกจะพึงใจกับสัมผัสของเจ้าตัวดีมากเพียงใดแต่มันก็เป็นเรื่องผิด ผิดมากๆ มือเรียวดันอกกว้างให้ออกห่าง ในหัวยังมึนงงและสับสนว่าเคลิ้มไปกับสัมผัสของคนเป็นน้องได้อย่างไร
“ยองอุนปล่อย”
เอ่ยปรามเสียงแผ่ว แม้จะเคยจูบกันมาบ้างแต่ก็ไม่เคยลึกซึ้งแบบนี้ การกระทำแบบนี้มันไม่ใช่การกระทำของพี่น้องแล้ว...
มือเรียวพยายามดันตัวน้องชายให้ถอยออกไป แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะไม่ได้ยินถ้อยคำจากคนในวงแขน ปลายจมูกโด่งยังซุกไซร้ไปทั่วลำคอของผู้เป็นพี่ชาย
“ยองอุน ปล่อยพี่ อย่าเล่นแบบนี้”
ห้ามน้องเสียงสั่น ไม่รู้จะทำยังไง สับสนกับความรู้สึกตัวเอง และไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายด้วย มือเรียวดันไหล่กว้างของคนยังไม่ยอมหยุดเอาไว้ ในใจเกิดความไม่เข้าใจจนหวาดกลัว
มือใหญ่เลื่อนขึ้นกุมมือเล็กที่วางไว้บนอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายร่างบาง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา ก่อนจะก้มหน้าลงมาหาคนห้ามปรามอีกครั้ง
จองซูหันหน้าหลบริมฝีปากของคนที่ก้มลงมาหา ไม่รู้ว่าจะทำยังไง รู้แค่ว่ากลัว ทั้งกลัวตัวเองและกลัวกับความรู้สึกบางอย่างที่มีอยู่ในใจ มือเรียวยกขึ้นก่อนจะออกผลักร่างของน้องชายออกไปสุดแรง คนไม่ทันตั้งตัวเซ
ไปเล็กน้อยก่อนจะมองกลับมาอย่างไม่เข้าใจ
“เลิกเล่นได้แล้ว ไปอาบน้ำซะ”
เอ่ยสั่งพยายามควบคุมน้ำเสียงให้สั่นน้อยที่สุด ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น ซ่อนดวงตาหวาดหวั่นเอาไว้
ยองอุนทำหน้าไม่เข้าใจหนักกว่าเก่า ก่อนจะเดินกลับมาหาพี่ชายร่างบาง
“ยองอุนไม่ได้เล่น จะให้ต้องบอกอีกกี่ครั้งว่ายองอุนรั....”
ยังไม่ทันพูดจบประโยคใบหน้าหล่อคมก็หันไปตามแรงมือของพี่ชายร่างบาง แก้มซ้ายชาไปทั้งแถบ เด็กหนุ่มค่อยๆหันหน้ากลับมามองคนตบช้าๆ ดวงตาคมฉาบไปด้วยความเจ็บปวด คนตัวโตพยักหน้า
“นี่สินะคำตอบของพี่จองซู...”
เสียงห้าวเบาหวิว ร่างบางกำมือตัวเองแน่น เสียใจที่ตบหน้าน้อง ไม่ได้ตั้งใจแต่มือมันไปเอง ดวงตาโตมองหน้าเจ้าตัวดีอย่างต้องการอธิบาย หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมมองกลับมา ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ เด็กหนุ่มตัวโตก็สาวเท้าเดินออกจากห้องไป....
To be con.
ขัดใจกับคนสองคนที่กระหน่ำโทรเข้ามาหาเขาไม่ยั้งตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่เพราะรำคาญบวกกับพอรู้ว่ามันสองคนโทรมาเพื่อจะเยาะเย้ยที่ได้ไปเดินช้อปปิ้งด้วยกันสบายอารมณ์เลยเลือกที่จะไม่รับ อีกอย่างอยากให้คนที่โทรเข้ามาเป็นพี่ชายร่างบางมากกว่าไม่ใช่มึงกับผัวมึงไอ้แจจุง.....!
ยองอุนถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ก่อนจะเดินไปยังห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มโดยที่ยังไม่ปิดไฟ เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆไฟในห้องก็สว่างขึ้น คนกินน้ำอยู่เลยหันไปมองว่าไฟมันสว่างเองได้ยังไง แล้วก็ต้องลดแก้วน้ำลงเมื่อเห็นใบหน้าติดจะเรียบเฉยค่อนไปทางบึ้งตึงของพี่ชาย
“ไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับ?”
คนยืนอยู่หน้าตู้เย็นเอียงคอ น้ำเสียงที่คนถามใช้รับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อารมณ์ดีเท่าไหร่นัก แล้วคนเพิ่งกลับก็ต้องรีบกัดปากห้ามยิ้ม พอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมวะว่าอีกฝ่ายกำลังงอนที่กลับบ้านดึก
“ก็ไปเรื่อยๆ”
ตอบไปแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่ ยังคงคอนเซ็ปทำเป็นไม่สนใจให้อีกฝ่ายกระวนกระวาย จากการที่สังเกตเมื่อคืนรับรู้ได้ว่าคนที่ยืนเสียงเขียวใส่อยู่นี่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เขามีแฟนเป็นตัวเป็นตน
เห็นท่าทางเจ้าตัวดีที่ทำตอบไปส่งๆแล้วอยากหยิกให้เนื้อเต้น ดูเอานะความสำนึกผิดไม่มีเลยสักนิด
“แล้วไปกับใครมา?”
อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะโกหกอะไรอีก
คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนจะอมยิ้ม ถามเข้าทางแบบนี้ต้องเอาให้เนียน
“ก็ไปกับแจจุงมา เขาอยากกินอาหารทะเลเลยพาไปกิน แล้วก็ไปเดินเล่นริมทะเลกันมานิดหน่อย”
โกหกเองก็อยากจะอ้วกเอง ใครจะไปโรแมนติกกะไอ้วีนแตกแจจุงมันขนาดน๊านนนนนนนน……
ร่างบางยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะตีหน้าเครียดใส่น้องชายที่โกหกได้เป็นฉาก เก่งนักนะเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว
“ที่เล่ามาน่ะเรื่องจริงหรือเปล่า?”
ยังไงก็อยากให้เจ้าเด็กบ้านั่นสารภาพออกมาดีๆ
แม้จะรู้สึกตะหงิดใจกับคำถามของคนที่ยืนกอดอกมองหน้าอยู่บ้างแต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ อีกฝ่ายก็แค่ไม่สบอารมณ์ที่ออกไปข้างนอกแล้วไม่บอกเหมือนเคย ดี..วันนี้จะเอาให้พี่ชายร่างบางแสดงความหึงออกมาให้ได้
“ผมไม่เคยโกหก ยิ่งเป็นเรื่องของแจจุงยิ่งไม่เคยคิดจะโกหก”
มองใบหน้าหวานก่อนจะพูดอย่างจริงจัง จองซูกัดปาก รู้แล้วว่าเจ้าตัวดีจะไม่ยอมสารภาพออกมาแน่ว่ากำลังโกหกอยู่ ทั้งๆที่ถ้าน้องสารภาพก็คงไม่โกรธ แต่นี่อีกฝ่ายทำราวกับว่าเขาเป็นอะไรสักอย่าง ตกลงว่าพี่ไม่มีความสำคัญกับยองอุนเลยใช่ไหมถึงได้ทำแบบนี้ ปั่นหัวกันเหมือนพี่เป็นไอ้งั่ง ความเสียใจปนความโกรธตีกันมั่วไปหมด ยิ่งเห็นท่าทางกวนๆจากเจ้าตัวดีก็ยิ่งโมโห
“พี่จองซูมีอะไรกับผมอีกหรือเปล่า ถ้าไม่มีผมก็จะไปอาบน้ำเพราะเดี๋ยวแจจุงจะโทรมา....”
“เลิกโกหกพี่สักทียองอุน!”
เด็กหนุ่มตกใจกับเสียงตวาดจากพี่ชาย ร่างบางหายใจเข้าออกถี่ๆ พยายามสะกดอารมณ์โกรธที่พุ่งขึ้นเป็นริ้วให้สงบลง ไม่อยากโกรธมากขนาดนี้หรอกนะ แต่ดูสิ ดูที่เจ้าตัวดีทำ มันสนุกมากหรือไงที่มาปั่นหัวกัน
ดวงตาโตคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความโกรธ ใบหน้าหล่อคมเครียดขึ้นมาเมื่อเห็นอาการของพี่ชาย รับรู้ว่าแผนของตัวเองแตกละเอียดไม่เป็นท่า แถมยังทำให้คนที่ยืนกำมือแน่นตัวสั่นอยู่ตรงหน้าโกรธมากมายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
“พี่จองซู.....”
เรียกชื่อของอีกฝ่ายออกไปด้วยเสียงแผ่ว แต่กลับพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่ได้คิดว่าพี่ชายจะโกรธขนาดนี้
“ทำทำไมยองอุน โกหกพี่ทำไม เห็นพี่เป็นตัวอะไร!?”
ดวงตาโตหลับลงเพื่อห้ามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ตอนแรกจะรู้สึกโล่งใจที่เจ้าตัวดีไม่ได้เป็นแฟนกับน้องแจจุงจริงๆ หากแต่พอมารับรู้ว่าน้องไม่เคยสำนึกผิดกลับรู้สึกสนุกที่ได้พูดจาแหย่เขา ความรู้สึกเสียใจก็ถาโถมเข้าใส่ อีกฝ่ายเห็นเขาเป็นตัวอะไรถึงล้อเล่นกับความรู้สึกกันแบบนี้
คนโกหกไปไม่เป็น จะเริ่มอธิบายจากตรงไหนก่อน ยอมรับว่าตอนทำไม่ได้คิดถึงว่าแผนจะแตก เพราะคิดว่าแค่ลองใจให้อีกฝ่ายแสดงความรู้สึกก็เท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่น่าจะใช้เวลานาน ความจริงก็คิดว่าตัวเองคงทนอยู่กับแผนการบ้าๆนี่ได้อีกไม่เกินวันหรอก เพราะในหัวใจมันร่ำร้องให้เลิกทำแบบนั้นอยู่ทุกนาที
จองซูจ้องหน้ายองอุนอย่างรอคอยคำตอบ ยิ่งเห็นเจ้าตัวดีเงียบไม่อธิบายอะไรก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ
“ว่าไงยองอุน ทำทำไม....หรือเห็นว่าพี่เป็นของเล่นของพวกเรา เห็นพี่เป็นตัวตลกหรือยังไง”
ดูเหมือนว่ายิ่งไม่อธิบายร่างบางก็ยิ่งคิดไปอีกทาง คนที่นั่งเงียบมานานถอนหายใจลังเลอยู่ว่าจะพูดดีหรือเปล่า ยังเข็ดกับการที่บอกรักคนกำลังอารมณ์ขึ้นไปแล้วอีกฝ่ายกลับคิดว่าเป็นเรื่องอำกันเล่น
“ยองอุนไม่เคยเห็นพี่จองซูเป็นตัวตลก ไม่เคยเห็นพี่เป็นของเล่น สิ่งที่ยองอุนทำมีเหตุผล”
ใบหน้าหล่อคมเครียดขรึม ก่อนจะหันไปจ้องหน้าของพี่ชายร่างบาง พยายามสื่อความรู้สึกจริงจังบวกจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ หากแต่คนคนนั้นกลับทำหน้าไม่เข้าใจ
“เหตุผลอะไรล่ะ? อธิบายให้พี่ฟังได้ไหมว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนี้”
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพดานก่อนจะกัดปากตัวเอง ความจริงก็อยากให้มันโรแมนติกกว่านี้แต่คงไม่ได้แล้ว
“พี่จองซูถามว่ายองอุนมีเหตุผลอะไรใช่ไหม ที่ยองอุนทำทั้งหมดเพราะอยากรู้ว่าพี่คิดกับผมยังไง พี่จะหึงไหมถ้ายองอุนมีคนอื่น”
ดวงตาโตฉายแววไม่เข้าใจในคำพูดนั้นซะเลย ทำไมต้องมาหยั่งความรู้สึกกันด้วย
“ยองอุนอยากรู้ว่าถ้ามีคนอื่นมายุ่งกับยองอุน พี่จองซูจะหึงจะหวงน้องชายคนนี้บ้างไหม แล้วถ้าพี่แสดงออกซักนิดว่ามีอาการแบบนั้น ยองอุนก็จะสารภาพกับพี่จองซูว่า ยองอุนรักพี่จองซู.....รักในฐานะที่ไม่ใช่พี่ชาย......”
เหมือนเวลาจะหยุดหมุนเมื่อฟังคำพูดของเจ้าตัวดีจบ ขาเรียวแทบไม่มีแรงยืน มันจะเป็นไปได้ยังไงน้องจะมารักเขาแบบคนรักได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ...แล้วอะไรบางอย่างในหัวก็ผุดขึ้นมา ดวงหน้าหวานเงยมองน้องชายอย่างโกรธที่สุด ทำไมถึงต้องล้อเล่นกันแรงๆแบบนี้ไม่เลิกรา!
“ยองอุนเห็นพี่เป็นของเล่นจริงๆสินะ พนันอะไรกับเพื่อนไว้หรือ พนันว่าถ้าพี่รับรักจะได้ของที่อยากได้ใช่ไหม?”
เสียงที่หลุดออกจากเรียวปากอิ่มไปเบาหวิว ในหัวใจเจ็บหนักกว่าเดิม นั่นสิเจ้าตัวดีชอบเล่นอะไรแบบนี้กับเพื่อนอยู่แล้วนี่นะ ครั้งนี้ก็เหมือนเคยๆ คราวโน้นก็พนันว่าถ้าทำให้เขาเขินได้จะได้ล้อแม็กซ์ใหม่
จองซูก้มหน้าลงอยากหัวเราะกับความสับสนวุ่นวายที่เกิดกับตัวเองจนไม่เป็นอันทำงาน น่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นแค่การละเล่นของเจ้าน้องรัก ไม่น่าจะต้องมาเจ็บปวดอะไรมากมายเลย ร่างบางถอนหายใจก่อนจะเอ่ยพูดกับคนที่นั่งมองหน้าเขาด้วยแววตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน
“เอาล่ะ พี่เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไปอาบน้ำเถอะ”
บอกออกไปด้วยน้ำเสียงเนือย ก่อนจะหันหลังเพื่อกลับไปยังห้องนั่งเล่น ยองอุนกัดกรามแน่น ความเสียใจปนกับความโมโหที่พี่ชายร่างบางเห็นว่าการสารภาพรักของเขาเป็นเรื่องล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง ทำไมพี่ไม่เคยเชื่อว่าผมจริงจัง ทำไมถึงไม่เคยเข้าใจว่าผมคิดยังไง ได้...ถ้าพี่ไม่เคยคิดว่าผมจริงจัง ผมก็จะทำให้พี่รู้ว่าผมไม่เคยอำพี่เล่น!
มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กของคนที่หันหลังทำท่าจะเดินออกจากห้องครัวกลับไปยังห้องนั่งเล่นก่อนจะดึงให้อีกฝ่ายหันกลับมาเผชิญหน้า
“ถ้าพี่คิดว่าที่ผมบอกรักพี่เป็นแค่เรื่องล้อเล่น ผมก็จะย้ำว่ามันไม่ใช่....”
เอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว คนโดนดึงเข้าสู่อ้อมกอดตกใจ แผ่นอกบางปะทะเข้ากับอกกว้างของเจ้าตัวดี และก่อนจะได้ถามอะไรคนที่เป็นน้องก็ก้มหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว
ริมฝีปากได้รูปแนบลงไปบนเรียวปากอิ่มอย่างที่ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าของมันได้ตั้งตัว จองซูตกใจกับการกระทำของยองอุนไม่น้อย การโดนคุกคามทำให้ต้องเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ยิ่งหนีริมฝีปากร้อนของอีกฝ่ายก็ยิ่งตามมาบดเบียด มือใหญ่ที่รัดอยู่รอบเอว เลื่อนขึ้นมาจับท้ายทอยของร่างบางบังคับไม่ให้หันหน้าหนีได้ดั่งใจ
มือเรียวพยายามดันตัวของเจ้าตัวดีออกไปให้ห่าง ไม่คิดว่าน้องจะทำแบบนี้ เด็กหนุ่มใช้มือสอดเข้าที่กลุ่มผมนุ่มตรงท้ายทอยของพี่ชายเอาไว้ ดันให้ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นรับจุมพิตจากเขา ริมฝีปากได้รูปบดเบียดเรียวปากอิ่มไม่ละห่างไปไหน ขบย้ำเบาๆกระตุ้นให้คนในวงแขนอ้าปากออก
“อือ”
ร่างบางครางประท้วงเมื่ออีกฝ่ายดันท้ายทอยให้ยิ่งเชิดขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นชักเมากับจูบนี้เสียแล้ว อาการขัดขืนที่ลดน้อยลงของคนในวงแขนทำให้คนตัวโตรู้สึกพอใจอยู่มาก ฝ่ามือใหญ่ที่กดแนบอยู่ตรงท้ายทอยเพื่อบังคับไม่ให้อีกฝ่ายหันหน้าหนีค่อยคลายลงจนกลายเป็นวางไว้เฉยๆ นิ้วยาวสอดเข้ากับกลุ่มผมนิ่มแล้วสางเล่นเบามือ
ดวงตาโตปรือลงเพลินไปกับรสจูบที่ฝ่ายตรงข้ามมอบให้ เรียวปากอิ่มถูกลิ้นนุ่มดุนดันจนต้องยอมเผยออกเพื่อให้อีกฝ่ายล่วงล้ำเข้ามา
คนตัวโตส่งปลายลิ้นเข้าไปทันทีที่ร่างบางเผยปากออก ขายาวค่อยๆดันปลายเท้าของคนในวงแขนให้ก้าวถอยไปทางเบื้องหลัง
แผ่นหลังบางแนบเข้ากับผนังหินอ่อนของห้องครัว ความเย็นตามธรรมชาติของหินอ่อนทำเอาต้องหยัดกายขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ หน้าอกแบนราบเบียดชิดเข้ากับอกกว้างมากยิ่งขึ้น แล้วยิ่งชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว เมื่อคนกำลังล่อลวงให้เขาจมไปกับรสจูบหวานสนิท จับมือเรียวให้เลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเจ้าตัว
ดวงหน้าหวานแดงกล่ำ เรียวปากยังถูกครอบครองไม่ปล่อย เด็กหนุ่มก้มลงมองคนในวงแขนด้วยความรัก ยิ่งเห็นท่าทางของพี่ชายร่างบางก็ยิ่งจะคลั่ง เจ้าของริมฝีปากได้รูปกดจูบย้ำลงบนกลีบปากนุ่มที่ฉ่ำชื้นอย่างรักใคร่ มือใหญ่เลื่อนลงจากท้ายทอยสวยไปยังแผ่นหลังบาง ลูบไล้แผ่วเบา ทะนุถนอมก่อนจะเลื่อนลงไปที่สะโพกมนดึงรั้งให้ร่างกายช่วงล่างของทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้น
คนตัวโตละจูบออกมาจากร่างบาง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปยังซอกคอหอมกรุ่น จองซูสะดุ้งเมื่อปลายจมูกโด่งของเจ้าตัวดีแตะแผ่วที่ลำคอ และยิ่งสะดุ้งเมื่อน้องชายสอดมือร้อนเข้ามาลูบไล้บริเวณหน้าอกของตน ความเคลิบเคลิ้มที่เคยมีกำลังจะเลือนหาย เมื่อตระหนักได้ว่าที่เขาทั้งสองทำกันอยู่นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูก แม้ในส่วนลึกจะพึงใจกับสัมผัสของเจ้าตัวดีมากเพียงใดแต่มันก็เป็นเรื่องผิด ผิดมากๆ มือเรียวดันอกกว้างให้ออกห่าง ในหัวยังมึนงงและสับสนว่าเคลิ้มไปกับสัมผัสของคนเป็นน้องได้อย่างไร
“ยองอุนปล่อย”
เอ่ยปรามเสียงแผ่ว แม้จะเคยจูบกันมาบ้างแต่ก็ไม่เคยลึกซึ้งแบบนี้ การกระทำแบบนี้มันไม่ใช่การกระทำของพี่น้องแล้ว...
มือเรียวพยายามดันตัวน้องชายให้ถอยออกไป แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะไม่ได้ยินถ้อยคำจากคนในวงแขน ปลายจมูกโด่งยังซุกไซร้ไปทั่วลำคอของผู้เป็นพี่ชาย
“ยองอุน ปล่อยพี่ อย่าเล่นแบบนี้”
ห้ามน้องเสียงสั่น ไม่รู้จะทำยังไง สับสนกับความรู้สึกตัวเอง และไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายด้วย มือเรียวดันไหล่กว้างของคนยังไม่ยอมหยุดเอาไว้ ในใจเกิดความไม่เข้าใจจนหวาดกลัว
มือใหญ่เลื่อนขึ้นกุมมือเล็กที่วางไว้บนอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายร่างบาง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา ก่อนจะก้มหน้าลงมาหาคนห้ามปรามอีกครั้ง
จองซูหันหน้าหลบริมฝีปากของคนที่ก้มลงมาหา ไม่รู้ว่าจะทำยังไง รู้แค่ว่ากลัว ทั้งกลัวตัวเองและกลัวกับความรู้สึกบางอย่างที่มีอยู่ในใจ มือเรียวยกขึ้นก่อนจะออกผลักร่างของน้องชายออกไปสุดแรง คนไม่ทันตั้งตัวเซ
ไปเล็กน้อยก่อนจะมองกลับมาอย่างไม่เข้าใจ
“เลิกเล่นได้แล้ว ไปอาบน้ำซะ”
เอ่ยสั่งพยายามควบคุมน้ำเสียงให้สั่นน้อยที่สุด ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น ซ่อนดวงตาหวาดหวั่นเอาไว้
ยองอุนทำหน้าไม่เข้าใจหนักกว่าเก่า ก่อนจะเดินกลับมาหาพี่ชายร่างบาง
“ยองอุนไม่ได้เล่น จะให้ต้องบอกอีกกี่ครั้งว่ายองอุนรั....”
ยังไม่ทันพูดจบประโยคใบหน้าหล่อคมก็หันไปตามแรงมือของพี่ชายร่างบาง แก้มซ้ายชาไปทั้งแถบ เด็กหนุ่มค่อยๆหันหน้ากลับมามองคนตบช้าๆ ดวงตาคมฉาบไปด้วยความเจ็บปวด คนตัวโตพยักหน้า
“นี่สินะคำตอบของพี่จองซู...”
เสียงห้าวเบาหวิว ร่างบางกำมือตัวเองแน่น เสียใจที่ตบหน้าน้อง ไม่ได้ตั้งใจแต่มือมันไปเอง ดวงตาโตมองหน้าเจ้าตัวดีอย่างต้องการอธิบาย หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมมองกลับมา ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ เด็กหนุ่มตัวโตก็สาวเท้าเดินออกจากห้องไป....
To be con.




อยากจะกรีดร้องจริงๆค่ะ
ทำไมมันกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะ
ยองอุนน่าจะให้เวลาจองซูอีกนิดนะ
เข้าใจเลยว่าจองซูกำลังสับสน
เครียดค่ะ มาอารมณ์เครียดเลยทีนี้
ต่อไปก็คงเป็นทีที่จองซูต้องง้อยองอุนบ้าง
อยากให้จองซูเข้าใจตัวเองเร็วๆจัง
เอาใจช่วยจองซูนะ
ยองอุนก็สู้ๆๆๆล่ะ
ขอบคุณนะค่ะ...
พี่อะโย๋สู้ๆนะ
รักษาสุขภาพบ้างเน้อ
#1 By ilealous (58.8.93.62) on 2009-10-10 17:55