[S] Give Me Your HEART! <8>

posted on 17 Oct 2009 16:40 by ayofix  in SJFIC
Title: Give Me Your HEART! (ขอได้ไหม...หัวใจนางฟ้า) <8>
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: "ฟ้าหลังฝน..ย่อมสดใสเสมอ!" ^^

$..$..$..$..$..$..$..$..$..$

สายฝนเม็ดเล็กโปรยปรายลงมายังพื้นเบื้องล่าง ท้องฟ้าเป็นสีเทาหม่น ดวงตาโตเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน เฝ้ามองเม็ดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกไหลลงสู่เบื้องล่าง

อากาศที่เย็นลงกว่าปกติไม่ได้ทำให้คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รู้สึกหนาวขึ้นแต่อย่างใด ความจริงต้องบอกว่าไม่รับรู้เลยจะดีกว่าว่าสิ่งแวดล้อมรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง 5 วัน นับจากวันนั้น วันที่ตบหน้าเจ้าตัวดีแล้วน้องออกจากห้องไปไม่ได้กลับมา รอบตัวก็เหมือนเวลาหยุดนิ่ง หลายครั้งที่อยากโทรไปหาแล้วคุยกันให้รู้เรื่อง อยากบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหวาดกลัว โมโหตัวเองที่ไม่เคยเข้าใจความรวดร้าวในอกว่ามาจากสาเหตุอะไร โมโหที่แม้จะผ่านไปห้าวันแล้วก็ยังรู้สึกราวกับว่าจุมพิตของคนที่หายหน้าไปไม่ได้เลื่อนหาย

มือเรียวยกขึ้นกุมกันไว้เมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อคมของน้องชายขึ้นมา จองซูหลับตาลงห้ามความคิดของตัวเองก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาแล้วเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มบนโต๊ะเปิดอ่าน สิ่งเดียวที่พอจะหยุดความคิดและความเจ็บปวดวุ่นวายใจได้ก็คืองาน....

เสียงประตูเปิดไม่ได้ทำให้คนที่ก้มหน้าอ่านแฟ้มเงยขึ้นมองว่าใครเข้ามา ร่างเพรียวมองคนที่โหมทำงานหนักมาตลอดห้าวันอย่างหนักใจ

“จองซูคุยกันหน่อยได้ไหม?”

เจ้าของชื่อเงยขึ้นมองแล้วพยักหน้า ขาเพรียวก้าวเข้ามานั่งที่โซฟามุมห้องเหมือนเคย

“มีอะไรเหรอฮีชอล สำคัญมากไหม...”

เรียวปากอิ่มเอ่ยถาม แต่ใบหน้าหวานกลับก้มลงทำงานต่อเพราะไม่อยากให้คนที่เข้ามาหาจับพิรุธอะไรได้

“งานนั่นมันด่วนมากหรือไง แกถึงจะคุยกันฉันสัก5-6นาทีไม่ได้ จองซู......แกตั้งใจทำงานมันก็ดี แต่รู้หรือเปล่าว่าแกส่งสัญญาผิดไปให้ลูกค้า เขาต่อว่ากลับมาและบอกว่าจะไม่เซ็นสัญญากับเรา.....”

คนสนใจงานเกินความจำเป็นเงยหน้าขึ้นมองคนบอกอย่างตกใจ คนตรงโซฟาได้แต่ทำหน้าหน่าย

“รู้ไหมคนอื่นคิดว่าแกตั้งใจทำงานมาตลอด5วัน แต่ฉันรู้ว่าตลอด5วันที่ผ่านมา แกแค่ทำงานเพื่อจะลืมอะไรบางอย่างต่างหาก....”

คนทำงานเป็นบ้าเป็นหลังหันหน้าหนีสายตาคาดคั้นจากเพื่อน

“ไม่ใช่สักหน่อยฮีชอล ฉันก็แค่ตั้งใจทำงานเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด”

คิ้วโก่งได้รูปของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเลิกขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอแนะนำให้แกเลิกตั้งใจ เพราะถ้าตั้งใจแล้วงานมันพลาดอย่างนี้อย่างตั้งใจเลยจองซู”

“......ขอโทษแล้วกันที่ทำงานพลาด”

ตอบไปอย่างเหนื่อยและท้อเต็มที ร่างเพรียวมองเพื่อนร่างบางแล้วลุกเดินมาหา

“เอาล่ะ ฉันตำหนิแกในฐานะผู้ร่วมงานไปแล้ว ต่อไปฉันจะถามแกในฐานะเพื่อน......ทะเลาะกับยองอุนมันใช่ไหม?”

คนนั่งอยู่หลังโต๊ะเหลือบตาขึ้นมอง ดวงตาโตไหววูบกับคำถาม จองซูหลุบตาลงแล้วทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง ถึงจะปิดก็คงไม่ได้อยู่ดี มือเรียวกำเข้าหากันก่อนจะพยักหน้า

ฮีชอลถอนหายใจว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้ เพราะเพื่อนไม่เคยมีอาการแย่อย่างนี้มาก่อน ร่างเพรียวยืนเท้าแขนมองร่างบางที่ยังคงเงียบ ใบหน้าหวานของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความกังวลและเจ็บปวด

“ฉัน.....ตบหน้ายองอุน เขาโมโหก็เลยออกจากบ้านไปแล้วไม่กลับมาเลย”

คนหน้าโต๊ะเลิกคิ้วเมื่อคนหลังโต๊ะเริ่มต้นเล่า ร่างเพรียวทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานเพื่อน

“แล้วทำไมไม่โทรไปง้อล่ะ?”

คนหลังโต๊ะส่ายหน้าก่อนจะเหลือบตาขึ้นมามองอย่างชั่งใจ ร่างบางกัดปากตัวเองจะเล่าเรื่องนั้นให้ฟังดีไหม

“ฉันไม่กล้า.....กลัวเขาจะว่าโทรหาเขาทำไม”

“แล้วไปตบหน้ามันทำไม?”

คนรับฟังยังนั่งมองหน้าคนเล่าเฉยๆ ไม่แสดงอาการจิกกัดหรือคาดเดาอย่างรู้ทันเหมือนทุกที

“น้อง........จูบฉัน”

ตาโตของคนหน้าสวยเบิกขึ้นนิดหน่อย

“ก็จูบกันเป็นปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

แม้จะเริ่มคาดเดาเหตุการณ์ออกบ้างว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็อยากให้เพื่อนเล่าออกมาทั้งหมดเอง เจ้าของใบหน้าหวานก้มหน้าลงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อต้องเล่าเรื่องนี้ให้คนตรงหน้าฟัง

“คราวนี้มันไม่เหมือนทุกครั้ง น้องจูบฉันแบบที่คนรักจูบกัน”

“แกก็เลยตบมัน ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะต้องกลุ้มใจอะไร เป็นฉันยกแจกันฟาดหัวแตกไปแล้ว”

ร่างเพรียวแกล้งพูดเหมือนไม่ใส่ใจ ก่อนจะลอบมองอาการของคนหลังโต๊ะ คนก้มหน้าก้มตาเงียบไปสักครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง ซึ่งอีกฝ่ายก็กำลังมองกลับมาเช่นกัน

“แต่น้องบอกว่ารักฉัน มากกว่าพี่ชาย........ฉันสับสนฮีชอล เราเป็นพี่น้องกันจะมารักกันได้ยังไง”

ในเมื่อเล่าทุกอย่างให้เพื่อนรักฟังไปแล้ว ก็ไม่คิดจะปกปิดอะไรเอาไว้อีก อยากขอคำปรึกษา บางทีเพื่อนอาจรู้ก็ได้ว่าความเจ็บปวดในอก ความวุ่นวายและความไม่เข้าในที่เกิดขึ้นกับตัวเองมันคืออะไรกันแน่

ฮีชอลยกมือขึ้นกอดอก ก่อนจะหรี่ตามองคนนั่งทำหน้าสบสน

“ถ้าแกไม่ได้คิดอะไรกับมันมากกว่าเห็นมันเป็นน้องจะคิดมากไปทำไม…….มันจะไปตายที่ไหนก็ไม่เห็นต้องใส่ใจเลย ในเมื่อแกให้มันได้แค่ความเป็นน้อง ป่านี้มันอาจจะเมาหัวราน้ำ หรือาจจะนอนกกคนอื่นสบายไปแล้วก็ได้”

ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ได้มิดชิด เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนรักมีแต่ความหวั่นไหวสบสนปนเปกันมั่วไปหมด คนนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้สบาย ลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วมองหน้าของคนที่จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

“ดีออก แกจะได้เลิกเป็นแม่ลูกอ่อนซะที ปีนี้ยองอุนมันอายุเท่าไหร่นะ 23หรือ24 กำลังอยู่ในช่วงหล่อเลือกได้เลย ฉันเองก็อยากควงอยู่เหมือนกันนะ จะว่าไปเจ้าหมอนั่นก็น่ารักดี ถ้าได้เป็นแฟนคงดีไม่น้อย ฉันจะเอาไปอวดเพื่อนเราให้ทั่วเลยว่า.....นี่แฟน”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะฮีชอล!”

จองซูตวาดออกไปอย่างเหลืออด ทนฟังไม่ได้กับคำพูดของเพื่อนร่างเพรียว คนโดนตวาดยิ้มสมใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพิงเก้าอี้เหมือนเคย ร่างบางมองคนที่เลิกพูดไปแล้วก่อนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรไป

“เอ่อ....ฉัน...ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะตวาดนะ แต่......”

“แต่อะไร.....?”

“ฉัน....ไม่ชอบให้พูดแบบนี้”

“แกมีสิทธิ์อะไรไม่ชอบ แกเป็นแค่พี่ชายมัน จะมากันคนอื่นไม่ให้เข้าใกล้ยองอุนได้ยังไง”

ตีหน้านิ่งกับคนหลังโต๊ะ หวังว่าจะสะกิดความรู้สึกลึกๆในใจไอ้เพื่อนหัวช้าให้ตื่นขึ้นมาได้

“ขอโทษจริงๆ นั่นสิฉันก็เป็นแค่พี่ชายเขาเท่านั้น”

เห็นอาการหงอยของเพื่อนแล้วอยากจับไอ้คนฉลาดเรื่องอื่นโยนลงทะเล เผื่อคลื่นลมจะทำให้เลิกหัวทึบได้บ้าง

“จองซู.....เลิกสวมบทพยายามเป็นพี่ชายที่แสนดีของยองอุนมันได้แล้ว แกน่ะรักน้องชายตัวเองอย่างคนรัก รู้ตัวไหม”

ในเมื่อบอกอ้อมๆก็ยังโง่ไม่รู้ พ่อก็จะตีแสกหน้าให้หายโง่กันไปข้าง ดูสิมันจะยังคิดไม่ออกอยู่อีกหรือเปล่า ท่าทางฮึดฮัดราวกับขัดใจ พร้อมด้วยคำพูดของเพื่อนร่างเพรียว เรียกให้คนที่ก้มหน้าด่าตัวเองที่พูดจาไม่ดีออกไปต้องเงยขึ้นมองคนหน้าสวยกว่าผู้หญิงอย่างตกใจ

“ไม่ใช่นะฮีชอล ฉันไม่ได้.....”

“หุปปาก ไปเลยนะจองซู! ขืนแกเถียงฉันอีกคำเดียวฉันตบแกดิ้นแน่ จะโง่อะไรก็ให้มันมีขอบเขตบ้าง ถ้าแกไม่รักมันมากกว่าน้องจะหวงมันทำแป๊ะอะไร ถามตัวเองสิว่าเขี่ยผู้หญิงที่เข้ามายุ่งกับน้องชายสุดที่เลิฟของแกทิ้งไปแล้วกี่คน!”

เหมือนความใจเย็นที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกจะทลายลง ก็ไอ้เพื่อนร่างบางมันน่าขัดใจหยอกอยู่เมื่อไหร่กัน คนโดนวีนใส่กระพริบตา มองเพื่อนหน้าสวยนั่งหอบหายใจเพื่อระงับอาการวีนแตกขั้นสมบูรณ์

ร่างเพรียวยกมือขึ้นลูบอกเพื่อทำให้อารมณ์ที่พุ่งสูงกลับมานิ่งเหมือนเคย ก่อนจะเหลือบตามองไอ้เพื่อนตัวปัญหาที่เอาแต่นั่งหน้าจ๋อย

“เลิกหลอกตัวเอง และก็หลอกคนอื่นว่าไม่ได้คิดอะไรกับน้องแกสักที”

กลับมาพูดเสียงอ่อนกับคนที่นั่งกัดปากเพราะโดนด่า ร่างบางทำอะไรไม่ถูก ทุกคำพูดของเพื่อนมันคือมีดที่กรีดแทงหัวใจดีๆนี่เอง สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันถูกทุกอย่าง เหมือนความรู้สึกที่พยายามจะกดเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจจะค่อยปะทุขึ้นมาทีล่ะน้อย ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนหัวช้าอะไรหรอก ความไม่เข้าใจความสับสนที่เกิดขึ้นมันมาจาก การ ไม่อยากยอมรับและก็หวาดกลัวเท่านั้น หากความรักที่พี่มีให้กับนายมันไม่ราบรื่น หากเราเดินไปด้วยกันไม่ได้พี่คงยืนต่อไปไม่ไหวหรอกยองอุน.....

คนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะยื่นมือมาจับมือเรียวของร่างบางเอาไว้ รับรู้ว่าที่อีกฝ่ายนิ่งเพราะยอมรับความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว

“ฉันจะบอกอะไรแกสักอย่างนะจองซู แกโชคดีที่ได้รับความรักอย่างมากมายจากคนที่ปรารถนา แต่คนอีกหลายคนเฝ้ามองคนที่รักทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คนคนนั้นจะหันมาเห็นบ้าง อยากให้แกคว้ามันเอาไว้นะเพื่อน”

ร่างเพรียวส่งยิ้มอ่อนโยนให้คนหลังโต๊ะซึ่งคนคนนั้นก็มองกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่ขอบคุณจากใจเช่นกัน.....

$..$..$..$..$..$..$..$..$..$

มือใหญ่ยกขึ้นรองรับละอองฝนที่โปรยปรายลงสู่พื้นเบื้องล่าง ใบหน้าหล่อคมเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดสนิท รอบตัวเงียบสงัดเพราะผู้คนต่างพากันกลับที่พักเนื่องจากฝนที่โปรยปราย แม้จะไม่ได้หนักมากนักแต่ถนนก็ร้างไร้ผู้คน เงียบเหมือนหัวใจที่ราวกับจะไร้แรงเต้นของเขา

“ไอ้ยองอุน..กลับเข้าร้านเหอะว่ะ หนาวอิ๊บอ๋าย”

เสียงเรียกทางเบื้องหลังทำให้คนที่ยืนเอามือรองละอองฝนอยู่หันไปมองก่อนจะคลี่ยิ้มจางที่ ทั้งยุนโฮและยูชอนรู้ว่าฝืนเพียงใด

5วันที่อออกจากห้องของพี่ชายร่างบางมา 5วันที่ไม่ได้เห็นหน้าของอีกฝ่ายมันนานราวกับ5ปีก็ไม่ปาน แม้ในอกจะเจ็บราวกับได้รับบาดแผลฉกรรจ์ หากแต่ไม่เคยมีสักวินาทที่ใบหน้าของผู้เป็นพี่ชายจะเลื่อนหายออกไปจากใจและห้วงความคิด คิดย้อนกลับไป 5วันที่ผ่านมาเขาเมาชนิดที่ไม่เหลือความเป็นคน ถ้าไม่มีเดอะแก๊งค์อยู่ด้วย คอยปลอบประโลมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง

ยองอุนเดินกลับมายังถนนหน้าร้านเหล้าของแจจุงพร้อมด้วยยุนโฮและยูชอน เมื่อครู่เขาสามคนถูกไอ้เพื่อนหน้าสวยตะเพิดให้เอารังเหล้าไปเก็บหลังร้านเพราะว่าพ่อคุณจะปิดร้านแล้ว มันก็น่าจะต้องปิดเพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้าเอาซะเลยทั้งๆที่พึ่งจะสามทุ่มกว่าเอง

“เดี๋ยวกูเอาของในรถแป๊บนึง”

เสียงทุ้มของคนหล่อเหลาเรียกให้อีกสองคนชะงักเท้าเพื่อหยุดรอเพื่อนที่เดินไปยังรถที่จอดไว้ข้างฟุตบาตรหน้าร้านเหล้าของแฟนมัน

ในขณะที่กำลังรอกันอยู่นั้นไอ้คุณชายเจ้าของธุรกิจรถนำเข้าก็ควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ไม่วายที่จะชะโงกหน้าไปมองในร้านว่าคนที่นั่งเล่นเกมส์อยู่จะเดินออกมาเจอเข้าไหม คนตัวโตยิ้มจางกับท่าทางแอบสูบบุหรี่ของเพื่อน ก่อนจะยื่นมือไปรับตัวก่อมะเร็งที่ไอ้คุณชายปากดีส่งมาให้ คนกำลังเสพสารก่อมะเร็งทั้งสองเอาหลังพิงกำแพงแล้วมองไปที่ไอ้คุณชายทนายความที่ยังหาอะไรกุกกักอยู่ในรถ

“หาเหี้ยอะไรของมึงวะยุนโฮ? กูหนาวจะแข็งแล้วนะเนี่ย”

เป็นคุณชายปากหมาที่มือหนึ่งคีบบุหรี่แต่ปากกำลังจะคีบรองเท้าแตะของไอ้คนหาของไม่เลิกรา คนกำลังหาของหันมามองแว่บหนึ่งก่อนจะหันกลับไป

“ถ้าจะหาเหี้ยกูไม่หาในรถหรอก เพราะแม่งยืนดูดบุหรี่อยู่ตั้งสองตัว”

“อ้าวสาด”

คนสองคนที่ยืนเสพมะเร็งกันอยู่พูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ร่างเพรียวจะยื่นเท้าไปถีบไอ้คนหาของเสียหนึ่งที ซึ่งคนโดนทำร้ายก็หันมาตอบโต้เลยกลายเป็นว่าเกิดมวยหมีฟัดไก่กันขึ้น โดยมีคนตัวโตยืนยิ้มกับการละเล่นเด็กน้อยของเพื่อนทั้งสอง เสียงเจียวจ้าวและการหยอกล้อตรงหน้าแม้จะเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าหล่อคมได้แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่เจ้าตัวรู้ว่าไม่เหมือนเดิม

เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะคิดไปถึงใครอีกคน 5วันมานี้พี่ชายแสนดีจะเป็นยังไงบ้าง จะได้กินจะได้นอนตรงเวลาบ้างหรือเปล่า กลัวว่าจะมัวแต่ทำงานจนลืมกินลืมนอนไป ตอนกลางคืนจะหลับสนิทไหม แต่สำหรับเขาทุกวันที่ผ่านมาไม่เคยมีสักครั้งที่นอนหลับอย่างสบายใจได้เลย ทุกครั้งที่หลับตาใบหน้าของพี่ก็จะผุดขึ้นให้เห็น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ คงไม่ทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ถ้ารู้ว่าจะต้องเสียคนที่รักมากที่สุดไปก็เลือกที่จะกดความรู้สึกรักที่มีเอาไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ เพราะถ้าบอกไปแล้วพี่รังเกียจก็จะยอมเป็นน้องไปตลอดกาล...

ยองอุนเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกว่าน้ำตาพาลจะไหลอีกแล้ว ดวงตาคมกระพริบถี่เพื่อไล่น้ำตา ถ้าไอ้สองคนนั่นมันหันมาเห็นจะพาลหมดสนุก เขาต้องเข้มแข็งแม้ในอกจะปวดร้าวจนแทบทนไม่ไหว เด็กหนุ่มกัดฟันสะกดความเจ็บในอกไว้อย่างสุดความสามารถ รู้สึกสมเพชตัวเอง นี่เหรอผู้ชายที่ใครๆก็หมายปอง ตอนนี้เขามันก็แค่คนอกหักที่ไม่เหลือแม้แต่ความเข้มแข็งเอาไว้สักนิด ที่ยืนอยู่ได้ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เพื่อนรักช่วยกันประคับประคองก็แทบไม่มีแรงมีชีวิตอยู่ต่อไป....

ตาคมกระพริบถี่ก่อนจะก้มหน้าลงไปทางหนึ่งในสองของไอ้เพื่อนรักที่สะกิดเรียก เห็นไอ้ยูชอนบุ้ยใบ้ไปอีกทางจึงหันไปมองตาม ก่อนจะพบเข้ากับคนคนหนึ่งที่ไม่เคยเลื่อนหายไปจากห้วงความคิด

ในอกเจ็บหนึบเมื่อสบตากลมโตของฝ่ายนั้น อยากเดินหนีไปให้พ้นเพราะยังทำใจไม่ได้ที่จะเผชิญหน้ากัน แต่ขาเจ้ากรรมกลับไม่ยอมขยับไปไหน

จองซูยืนมองเจ้าตัวดีด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย เคยคิดเล่นๆว่าถ้าวันหนึ่งต้องแยกจากกันจะเป็นยังไง ณ ตอนนั้นรู้สึกขำและคิดว่าคงไม่เป็นไร แต่5วันมานี้รู้แล้วว่าห่างกันแค่เพียงนาทีก็เจ็บปวดและโหยหาร้าวกับจะขาดใจ

ขาเรียวก้าวไปยืนตรงหน้าของเด็กหนุ่ม ใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมา5วันดูไม่เหมือนเคย น้องผอมไปหรือเปล่า ทำไมถึงได้ดูโทรมลงไปถนัดตา คำพูดและคำถามมากมายที่อยากสื่อสารออกไปแต่มันกลับติดอยู่ในอก ไม่รู้จะพูดประโยคไหนก่อนดี มือเรียวค่อยๆยกขึ้นแล้ววางทาบไว้ที่ข้างแก้มของคนที่ไม่ได้เห็นหน้ามา5วัน เพียงแค่มือเรียวทาบลงบนแก้มก็เหมือนความรู้สึกที่กดไว้จะทะลักทลาย ความคิดถึงที่กัดกินในใจอยู่ตลอดเวลาทำให้คนตัวโตต้องยกมือขึ้นทาบมือเรียวนั้นเอาไว้อย่างแสนโหยหา กี่วันที่ผมไม่ได้เห็นหน้าพี่ กี่วันที่ผมไม่ได้สัมผัสพี่ รู้ไหมผมคิดถึงพี่แทบจะบ้า และแม้จะเฝ้าย้ำกับตัวเองว่าให้เลิกรักพี่ซะมันก็ทำไม่ได้

“ยองอุน....”

เสียงหวานรอดผ่านเรียวปากอิ่มคล้ายละเมอ ชื่อที่ไม่ได้เรียกมา5วัน การอยู่โดยไม่มีอีกฝ่ายวนเวียนอยู่ข้างๆมันเจ็บปวดซะยิ่งกว่าอะไร

ร่างบางยกมืออีกข้างขึ้นกุมแก้มเจ้าน้องชายซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมให้กุมไว้แต่โดยดี ราวกับทั้งสองอยู่ในห้วงเวลาที่เป็นของตัวเอง ทุกอย่างรอบข้างเหมือนหยุดเคลื่อนไหว เด็กหนุ่มเบี่ยงหน้าจูบฝ่ามือเย็นของคนเป็นพี่ชายอย่างแสนคิดถึง ยุนโฮและยูชอนพร้อมใจกันทำตัวให้เงียบที่สุด ไม่อยากรบกวนเวลาที่เป็นส่วนตัวของไอ้เพื่อนเลิฟ อดที่จะยิ้มกับภาพตรงหน้าไม่ได้ 5วันมานี่ไอ้เพื่อนรักทำตัวราวกับว่าพร้อมจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะดึงคุณชาย คิม ยองอุนกลับมาเป็นคนเดิมได้ แต่ตอนนี้คงไม่ต้องห่วงอะไรแล้วสินะ.....

ยองอุนสบตาจองซูอยากเอ่ยถามว่ามาทำไมแต่ก็พูดไม่ออก กลัวร่างบางจะบอกว่ามาดูในฐานะพี่ชายเท่านั้น แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นไร ขอเพียงให้เขาได้เห็นใบหน้านี้ จะต้องย้ำว่าพี่แค่มาดูผมในฐานะน้องชายก็ไม่แคร์

เด็กหนุ่มสองคนที่มองเพื่อนเลิฟสบตากับพี่ชายที่รักอย่างลุ้นๆว่าคู่นั้นเขาจะพูดอะไรกันเป็นประโยคแรก มือใหญ่ของยุนโฮดันประตูรถปิดให้เบาที่สุด เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนโลกส่วนตัวของคนทั้งคู่ ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อไอ้เพื่อนตัวดีที่ยืนอยู่ด้วยกันยืนหน้ามากระซิบพนันกันว่าพี่จองซูมาหาไอ้ยองอุนทำไม

คนตัวโตก้มลงมองเจ้าของมือเรียวที่ยังกุมไว้ข้างแก้มเขา พยายามอ่านในดวงตาโตว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นบ้าง มาถึงตอนนี้เพิ่งได้สังเกตว่าพี่ชายที่รักดูไม่สดใสเหมือนเคย ใบหน้าหวานที่เคยอิ่มเอิบกลับซูบตอบ เรียวปากอิ่มเปล่งปลั่งกลับแห้งแตก

คนช่างสังเกตยกนิ้วขึ้นไล้ปากอิ่มเต็มของคนตรงหน้าแผ่วเบาอย่างห่วงใย เสียงมอเตอร์ไซค์แล่นดังใกล้เข้ามา หากแต่เสียงนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนสองคนละสายตาที่สบกันอยู่ออกไป...

จองซูมองใบหน้าที่กุมเอาไว้โดยไม่พูดอะไรปล่อยให้เจ้าตัวดีเลื่อนนิ้วไล้อยู่ที่เรียวปากของตัวเอง นี่สินะสัมผัสที่คุ้นเคย อยากจะพูดความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ในใจออกไปเร็วๆ อยากอธิบายเรื่องที่ตบหน้าเจ้าตัวดีไปวันนั้นว่ามันเป็นเพราะตกใจไม่ใช่รังเกียจ..............อยากบอกเหลือเกิน

เรียวปากอิ่มกำลังจะเอื้อนเอ่ยบอกความรู้สึกในใจ หากแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงตะโกนของเพื่อนเจ้าตัวดีก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน

“ไอ้ยองอุนหลบ!”

สิ้นเสียงตะโกนพร้อมทั้งมีเสียงวัตถุบางอย่างดังตามมาติดๆ ร่างทั้งร่างก็ถูกรวบเข้าไปในอ้อมกอดแกร่ง ก่อนที่คนตัวโตจะหมุนร่างเขาเข้าหากำแพงแทนที่เจ้าตัว แผ่นหลังบางครูดไปกับกำแพงเมื่อคนที่กอดเขาเอาไว้เต็มอ้อมแขนทรุดตัวลงที่พื้นน้ำเจิ่งนอง มือเรียวโอบกอดแผ่นหลังกว้าง ศีรษะทุยถูกกดให้แนบอยู่กับแผ่นอกหนาของเจ้าตัวดี
ดวงตาโตไหวระริกเมื่อจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าอะไรเป็นอะไร หากแต่เสียงอุทานพร้อมการหายใจที่ผิดปกติออกไปของอีกฝ่ายทำให้ใจเริ่มเสีย.....

ยุนโฮย่อตัวหลบอยู่ข้างรถของตัวเอง ใบหน้าของเด็กหนุ่มเครียดขรึม แม้จะยังงงว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงแต่ก็ไม่มีเวลามากนัก

ย้อนกลับไปเมื่อไม่ถึงนาทีก่อน เขากำลังจะบอกให้ไอ้เพื่อนตัวโตพาพี่ชายสุดที่รักของมันเข้าไปคุยกันในร้าน หากแต่ยังไม่ทันได้บอกสายตาก็เหลือบไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาจอดอยู่ที่ถนนฝั่งตรงข้าม พลันชายสวมหมวกกันน็อคใส่ชุดหนังสีดำก็ชักปืนแล้วเล็งมายังทิศทางที่ไอ้เพื่อนเลิฟกำลังยืนซึ้งกับพี่ชาย ปากไวกว่าความคิดเขาตะโกนบอกไอ้เพื่อนรักไป แล้วฝ่ายนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะตวัดตัวพี่มันเข้าไปชิดกำแพงทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ไม่รู้ว่าใครเล่นบ้าอะไรแบบนี้ แต่เขาจะไม่มีวันให้ไอ้นรกนั่นได้ยิงซ้ำ

เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลากระชากประตูรถของตัวเองออก ก่อนจะเปิดลิ้นชักหน้ารถแล้วหยิบสิ่งๆหนึ่งขึ้นมาไว้ในมือ ร่างสูงขึ้นลำกล้องก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เสียงย่ำน้ำตรงมาทางนี้ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายกะซ้ำให้ตาย ดวงตาเรียวเล็กหลับลงก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วลั่นไกใส่ไอ้หมาลอบกัด

‘ปัง! ปัง! ปัง!’

คนหมายเอาชีวิตถอยหลังเมื่อโดนยิงตอบโต้ มันลังเลว่าจะหนีหรือเข้าไปซ้ำเป้าหมายให้ตายตามที่ได้รับคำสั่งมา หากแต่ก็ต้องรีบกลับขึ้นมอเตอร์ไซค์เมื่อเห็นว่าไม่ใช่แค่คนนอกร้านที่มีปืน....

เสียงมอเตอร์ไซค์ดังไกลออกไป พอกับที่เจ้าของใบหน้าหวานเริ่มรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้ เขาโดนลอบยิง จากใครที่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้คือเจ้าตัวดีเอาตัวบังเขาไว้

“ยองอุน....ยองอุน”

แม้จะปลอบใจตัวเองว่าคนที่หายใจแผ่วเบารดต้นคออยู่นี่คงไม่ได้โดนกระสุนเข้า หากแต่น้ำเสียงที่เรียกชื่ออีกฝ่ายก็สั่นเทาเกินจะห้าม มือเรียวเขย่าแผ่นหลังกว้างแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนอง พยายามก้มหน้าลงมองอีกฝ่ายที่ซุกอยู่ที่อก เพื่อหวังจะได้เห็นดวงตาคมเงยขึ้นมาสบตากันแต่ก็ว่างเปล่า

ประตูร้านเปิดออก แจจุงวิ่งออกมาพร้อมกับจุนซูที่ในมือถือปืน .356 ของยูชอนเอาไว้

“ยองอุน อย่าเล่นอย่างงี้นะพี่ไม่ตลก พูดกับพี่เดี๋ยวนี้นะ!”

เมื่อไร้ซึ่งการตอบสนองจากคนที่ยังนิ่ง เสียงหวานเริ่มละล้ำละลักมากขึ้นกว่าเดิม แผ่นหลังกว้างถูกเขย่าหนักกว่าเก่า ก่อนที่มือเรียวจะได้สัมผัสกับบางสิ่งที่เปียกชื่นตรงหัวไหล่ของคนตัวโต มือเรียวกำเสื้อตรงที่เป็นรูแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นมาดูว่าบางอย่างที่เปียกมือคืออะไร อาการแน่นิ่งของน้องชายบ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่มีสติแล้ว…

ร่างบางโอบกระชับร่างของเจ้าตัวดีไว้แนบอก พยายามเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำๆ ฝนเริ่มทิ้งเม็ดหนาขึ้น เจ้าของใบหน้าหวานกัดปากตัวเองห้ามเสียงสะอื้นเมื่อดวงตาเห็นเลือดสีแดงสดของคนหมดสติไหลปะปนไปกับน้ำฝน

ยุนโฮกัดฟันเมื่อเห็นสภาพไอ้เพื่อนรัก รับรู้ว่ากระสุนเพียงนัดเดียวที่ศัตรูยิงมาตรงเข้าเป้าหมายอย่างจัง เด็กหนุ่มมองภาพเบื้องหน้าอย่างเจ็บปวด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะหันไปบอกยูชอนที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆให้เรียกรถพยาบาล.....

$..$..$..$..$..$..$..$..$..$

ใบหน้าสวยหันซ้ายหันขาวเพื่อหาเพื่อนให้เจอ ขาเพรียวก้าวไปยังทิศทางที่ถามเอาจากพยาบาลที่เดินผ่านมาเมื่อครู่ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องฉุกเฉิน

“จองซู”

เอ่ยเรียกเพื่อนรักที่นั่งนิ่งอยู่หน้าห้องนั้นไม่ขยับไปไหน ผมสลวยยังเปียกชื้น เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวเก่งถูกแต้มไปด้วยเลือดของคนบาดเจ็บที่ถูกพาเข้าห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึง เจ้าของชื่อค่อยๆหันมาหา ฮีชอลใจหายวาบเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนร่างบาง ดวงตาโตดูเลื่อนลอย ใบหน้าหวานซีดเสียจนไม่มีสีเลือด ร่างเพรียวเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างอีกฝ่าย

“ฉันเพิ่งรู้...แกไม่เป็นไรนะ”

คนโดนถามไม่ตอบแต่หันไปมองทางประตูห้องฉุกเฉิน คนเพิ่งมามองตามก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวมาจับไว้ แล้วก็ต้องตกใจที่มือของเพื่อนเย็นเฉียบเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง คนหน้าสวยบีบมือเย็นเชียบนั้นราวกับให้กำลังใจ ดวงตาโตเหม่อมองทางประตู ไม่อยากละสายตาไปไหน เฝ้าอธิษฐานให้คนที่อยู่ในนั้นไม่เป็นอะไร หวาดกลัวว่าจะไม่ได้เห็นรอยยิ้ม และได้ฟังเสียงห้าวของเจ้าตัวดีที่คอยกระซิบอยู่ข้างหูอีกต่อไป กลัวซะจนร้องไห้ไม่ออก แม้จะมีเพื่อนที่คอยอยู่ข้างๆหากแต่ความหวาดกลัวกลับไม่ลดลง

ข้าแต่พระบิดา ลูกรู้ว่ามันผิดนักสำหรับความรักนี้ หากนี่คือการลงทัณฑ์จากพระองค์มันก็สาสมแล้ว แต่ลูกขอวิงวอนจะช่วงชิงสิ่งใดไปจากชีวิตลูกก็แล้วแต่พระบิดาจะทรงเห็นสมควร แต่ได้โปรดอยากพรากเขาไปจากลูกเลยพระบิดา......

คำวิงวอนที่มีอยู่ในใจไม่ได้ช่วยให้ความกลัวและเจ็บในอกหายไปสักนิด ทุกนาทีที่เวลาเดินไปเหมือนใจเขาจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ถ้าพี่รู้ตัวเร็วกว่านี้ ถ้าพี่ยอมรับใจตัวเองได้เร็วกว่านี้ เรื่องร้ายๆมันก็คงไม่เกิด อยากตบหน้าตัวเองสักพันครั้ง อยากตะโกนด่าความโง่เง่าของตัวเองให้สาสม......... มือเรียวกำเข้าหากันจนคนข้างตัวรู้สึก

“จองซูเล็บจะจิกเนื้อแก คลายมือออกเร็ว”

พยายามแกะมือของเพื่อนออกเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้แผล ยิ่งเห็นสภาพของมันก็ยิ่งสงสาร แม้หมอนี่จะไม่มีน้ำตาแต่เขารู้ว่าในใจของมันกำลังร่ำร้องราวกับคนบ้า อยากจะช่วยเพื่อนรักจับใจ

“จองซู แกฟังฉันยองอุนจะไม่เป็นไร น้องชายแกถึกจะตาย แกเองควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หาอะไรอุ่นๆดื่มสักหน่อยดีไหม”

ปะเหลาะคนที่ยังนั่งมองประตูห้องฉุกเฉินไม่ลุกไปไหน กลัวว่าคนข้างตัวจะไม่สบายไปด้วยอีกคน ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธ จะไม่มีวันลุกไปไหน ต่อจากนี้จะไม่มีวันยอมห่างจากยองอุนแม้สักวินาที

ฮีชอลถอนหายใจเมื่อเจอลูกดื้อของร่างบาง ก่อนจะหันไปรับผ้าเช็ดตัวจากเพื่อนคนป่วยมาคลุมให้คนข้างตัว
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ดวงตาโตยังไม่ล่ะไปจากที่เดิม เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ประตูบานนั้นจะเปิดออกมา เฝ้าอธิษฐานขอให้คนในห้องไม่เป็นอะไร

ร่างเพรียวหันกลับมามองคนข้างตัว หลังจากที่นั่งคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากบรรดาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จนรู้เรื่องรู้ราว สงสารคนนั่งมองประตูห้องฉุกเฉินขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ด้วยรู้ว่าเพื่อนไปหาน้องชายสุดที่รักของมันด้วยความรู้สึกไหน คนหน้าสวยหันกลับมาก่อนจะจับมือเรียวมากุมไว้

“บอกพ่อยองอุนมันหรือยังว่ายองอุนมันโดนยิง?”

ใบหน้าสวยหวานหันกลับมาก่อนจะส่ายช้าๆ

“ฉันกลัวคุณลุงตกใจแล้วจะป่วยไปอีกคน”

“แจ้งตำรวจแล้วใช่ไหม?”

คราวนี้คนไม่ยอมลุกไปไหนพยักหน้าตอบ

“แล้วพอจะเดาได้หรือเปล่าว่าใครเป็นคนทำ?”

“ฉันไม่รู้ฮีชอล ยองอุนไม่น่ามีศัตรูที่คิดจะฆ่าแกงกันมาก่อน”

ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีผู้ชายใส่สูทคนหนึ่งเดินเข้ามาหายุนโฮ ก่อนจะยื่นเอกสารบางอย่างมาให้เด็กหนุ่ม คนหล่อเหลากัดปากก่อนจะมองมาทางพี่ชายของไอ้เพื่อนรัก แล้วยื่นเอกสารในมือมาให้

“ผมให้คนสืบดูว่ามือปืนเป็นใคร แล้วใครเป็นผู้ว่าจ้าง นี่ครับข้อมูลทั้งหมด”

ร่างบางยื่นออกไปรับเอกสารมาอ่านก่อนจะต้องกัดกรามแน่นอยากโกรธที่สุด ฮีชอลยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเห็นชื่อผู้ว่าจ้าง เหลือบตาขึ้นมองหน้าคนข้างๆก็เสียวสันหลังวูบ

“ทำอะไรให้ฉันหน่อยได้ไหมฮีชอล”

เสียงเย็นเยียบจากคนที่ดูเหมือนจะโกรธจนหูอื่อทำเอาคนกำลังจะโดนไหว้วานต้องพยักหน้ารับแทบไม่ทัน เพราะรู้ว่าถ้าหมอนี่โกรธการทำตามอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้เท่านั้นที่เป็นหนทางที่ดีที่สุด

“จะเอาแรงประมาณไหน เอาขั้นตายเลยหรือเปล่า?”

ถามออกไปแล้วรอฟังคำตอบ จองซูกำกระดาษในมือตัวเองจนยับยู่ยี่อย่างโกรธจัด ดวงตาโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ

“ความตายสบายเกินไปสำหรับสองพ่อลูกนั่น ยึดทุกอย่างของมันมา แม้แต่บ้านก็อย่าให้มันได้เหลือไว้ซุกหัวนอน…”

เสียงเย็บเยียบที่หลุดออกมาจากเรียวปากอิ่มเรียกให้ทุกคนที่นั่งรอดูอาการคนป่วยหนาวเยือกไปทั้งตัว

To be con.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จองซูน่าสงสารจัง แต่ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพอยองอุนหายดีก็จะแฮปปี้แล้ว

ต่อจากนี้เป็นวาระของการเอาคืน

ทำเอาเสียวสันหลังไปเลยนะเนี่ย น่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนางฟ้าของเรา

แบบนี้สะใจดี สู้ ๆ นะจ๊ะนางฟ้า

#1 By Nattatida on 2009-10-17 18:00

อยากกรี๊ดให้บ้านแตก
ไมกลายเป็นแบบนี้
กำลังส่งตาส่งใจ
หนับหนุนจองซูเอาคืนพ่อลูก
ตัวแสบให้เข็ด
เอาให้หมอไม่รับเย็บเลย

ขอบคุณคับสำหรับคังทึกกกกกกกก

#2 By blackjack (124.122.6.135) on 2009-10-17 20:50

" คังอิน " อย่าเป็นไรนะ ๆๆ


* * * ตอนนี้เกลียดสองพ่อลูกมาก * * *


-- นึกในใจ ตอนนี้ทึกแอบน่ากลัว 5 5 5




#3 By fah (112.142.122.167) on 2009-10-17 23:08

พี่จองซูตอนนี้น่ากลัวมาก
แม้แต่คิมฮีคนสวยยังต้องยอมช่วยแต่โดยดี..ไม่มีข้อแม้ sad smile

พี่จองซุอ่า~~
กว่าจะรู้ใจตัวเองได้ต้องให้คิมฮีบอกออกมาตรงๆ
เฮ้อ!!กว่าจะยอมรับใจตัวเองได้เนอะ

คิมฮีก็สะกิดสติเพื่อนได้ฮาร์คอร์มากๆ
คงทนไม่ไหวแล้วใช่มะ

ส่วนผองเพื่อนของยองอุนก็น่ารักจริงเชียว
ชองยุนตาไวมาก
แจจ๋ากะจุนจังก็ใช่ย่อย

สองพ่อลูกนี่ช่างไม่รู้อะไรเลย
บ้านจะไม่มีให้อยู่แล้ว
จริงๆน่าจะทำให้เสียวเล่นๆว่าเงาหัวจะไม่มีด้วยนะเนี่ย tongue

หวังว่าพอยองอุนฟื้นขึ้นมาแล้วอะไรๆน่าจะดีขึ้นนะ
เพราะว่าพี่จองซูก็รู้ใจตัวเองแล้วนี่
เพียงแตยังไม่ได้บอกออกไปแค่นั้นเอง
พี่จองซูอ่า..พอน้องตื่นก็รีบๆบอกน้องไปนะ
จะได้ใจตรงกันซะที big smile

#4 By mhoomin (58.8.125.48) on 2009-10-18 07:42

ยาวซะใจเลย ตอนนี้

แต่ก็ซึ้ง แล้วก็เส้ามากด้วย

ไม่ไหวนะ ถ้า

หัวใจของจองซูถูกพรากไปแบบนี้

เล่นกันแรงนะเนี่ย

ไม่เอาๆ ยองอุนต้องกลับมานะ กลับมา กลับมา

we will pray เหมือนที่พี่บอกไง

เส้าๆ เหลือเกิน เหมือนสถานการร์ปัจจุบันเลย

หุหุ รอๆ รอฟ้าหลังฝน ต้องดีใช่มั๊ย

สนุกมากอะโย๋ ถึงจะเส้า แต่ก็เข้มข้น ถึงรสชาติ ฮี่ๆ

พี่ทึก ต้องอย่างงี้สิ เยี่ยมๆ ลุกขึ้นมาโหดบ้าง มันดีออก

#5 By ปลาทอง (125.26.191.178) on 2009-10-18 11:49

กรีดร้อง~*

สองพ่อลูกนั่น!!!! กล้าดียังไงห๊ะ!!!!

คนเค้ากำลังจะบอกรักกัน กำลังจะมีความสุข

กล้ามากนะที่ทำแบบนี้ หึหึ~ ต่อจากนี้จะได้รู้ว่านรกมีจริง ชิ!!!!


พี่โอ๋ขา...ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ สนุกมาก ๆ เลยค่ะ
ชอบมากที่พี่ทึกโหด โหดเยอะ ๆ เลย เอา 2พ่อลูกนั่นให้ตายทั้งเป็นเลยนะคะ อิอิ

รอตอนต่อไปนะคะ~

#6 By ann~ (222.123.52.71) on 2009-10-19 03:05

สงสารนางฟ้า..แล้วก็หมีคังที่สุด

เกือบจะได้เข้าใจกันแล้ว..

ทำไมน้าาา...ถึงต้องมีเหตุการณ์อย่างงี้ด้วย

T^T เศร้าาง่าา...

ตอนหลังนางฟ้าเริ่มร้าย

ฮะๆ เล่นซะไม่ให้มีที่ซุกหัวนอน

คิมฮีจัดการให้เรียบร้อยนะ

ปล.ตอนหน้าขอให้เข้าใจกันเร็วๆนะค้าา

ปล.2 ตอนหน้าแก้แค้น ขอจัดไปแบบหนักๆ ให้แม่ยกคังทึกสะใจนะค่ะ

ปล.3 ขอบคุณสำหรับฟิกสนุกๆนะค่ะพี่อะโย๋

#7 By Mr.Anonymous (125.27.89.103) on 2009-10-19 15:29

"หุปปาก ไปเลยนะจองซู! ขืนแกเถียงฉันอีกคำเดียวฉันตบแกดิ้นแน่ จะโง่อะไรก็ให้มันมีขอบเขตบ้าง ถ้าแกไม่รักมันมากกว่าน้องจะหวงมันทำแป๊ะอะไร ถามตัวเองสิว่าเขี่ยผู้หญิงที่เข้ามายุ่งกับน้องชายสุดที่เลิฟของแกทิ้งไปแล้วกี่คน!” <<< ชอบประโยคนี่หง่ะ กรั่กๆๆๆ สุดติ่งไปเลยเจ๊คิมฮี!!

พาร์ทนี้กลัวม๊าหง่ะ =o= ม๊างับใจเย็นๆนะงับ

เม้นไม่ออกครับพาร์ทนี้ - -

#8 By Light_Akira (58.9.240.126) on 2009-10-20 21:59