[S] Give Me Your HEART! <9>
posted on 24 Oct 2009 15:31 by ayofix in SJFIC
Title: Give Me Your HEART! (ขอได้ไหม...หัวใจนางฟ้า) <9>
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-13(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: มาแล้วตอน 9 ตอนนี้ถ้าจะอ่านไปเรียบเรื่อยไปก็อย่าได้สงสัย เพราะความรู้สึกอะโย๋ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น เครียดกับเรื่องของลูกพี่ที่รัก กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะพักงานตามลูกพี่ไปดีไหม? ^^" มีอะไรก็ติชมกันได้ จะปรับปรุงเรื่อยๆ ขอบคุณค่ะที่ติดตาม
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงสะอื้นดังเข้าหูแว่วๆ ทำให้คนที่ยืนอยู่ในความมืดต้องหันหน้าไปมอง
แล้วก็เหมือนเดิม.. ที่เบื้องหน้าไม่มีอะไรปรากฏแก่สายตานอกจากความมืดทึบที่มองไม่เห็นอะไรนอกจากปลายเท้าตัวเอง
เสียงสะอื้นดังมาอีกครั้ง คราวนี้คนตัวโตเลือกที่จะสาวเท้าเดินไปตามทิศทางที่เป็นต้นเสียงนั้น ยิ่งเดินก็ยิ่งมืด
.........เสียงสะอื้นไม่ได้หายไปกลับดังชัดยิ่งกว่าเดิม ยิ่งได้ยินชัดขายาวก็ยิ่งก้าวเร็วด้วยความอยากรู้ว่าเป็นเสียงของใคร
จากก้าวเร็วๆก็เป็นวิ่ง เสียงดังใกล้เข้ามาจนรู้สึกว่าอยู่แค่เบื้องหน้า หากแต่รอบตัวก็ยังมืดมิด อยากจะเปล่งเสียงถามว่านั่นใคร แต่ก็พูดไม่ออก เขาวิ่งและวิ่งเร็วขึ้นเมื่อรู้สึกว่าต้นเสียงอยู่ใกล้ๆนี่เอง แต่แล้วร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงกับพื้น
คนล้มกัดกรามแน่นข่มความเจ็บปวด พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ก่อนจะแปลกใจที่เสียงที่เคยยินเงียบไปแล้ว พร้อมกับความมืดเบื้องหน้าแปลเปลี่ยนเป็นภาพใครบางคนกำลังนั่งร้องไห้อยู่ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่องลงมาจากเบื้องบน
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะเพ่งมองคนที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น แล้วก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นใบหน้าคนคนนั้นชัด............พี่จองซู!!!!!!!!!!!!!!!
.
..
...
ดวงตาคมลืมพรึบขึ้น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าออกราวกับต้องการอากาศมากมายเหลือเกิน สักพักแรงหายใจก็ค่อยผ่อนลง สายตาเริ่มปรับความคุ้นชินกับเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา
“ฟื้นแล้วเหรอคะ คุณยองอุน”
เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกให้คนที่กำลังนอนมองเพดานอยู่บนเตียงหันหน้าไปมองทางต้นเสียง ก่อนจะพบเข้ากับนางพยาบาลที่ยิ้มพร้อมกับวางแก้วน้ำเปล่าลงข้างเตียง สมองเริ่มประมวลผลและลำดับเหตุการณ์ ก่อนจะเริ่มจำได้ที่ละอย่าง
เขาโดนยิงหน้าร้านเหล้าไอ้แจจุง นั่นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่นึกออก แล้วพอนึกได้ว่าอะไรเป็นอะไร ความเจ็บก็แล่นปรี๊ดขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า มือใหญ่กำเข้าหากันก่อนคิ้วเรียวจะขมวดอย่างสงสัย อะไรบางอย่างอยู่ในอุ้งมือเขา คนป่วยเอียงหน้าไปมองก่อนจะพบเข้ากับมือหยาบกร้านที่มีริ้วรอยกุมมือเขาเอาไว้ ข้างมือนั้นเป็นเส้นผมสีเทาคุ้นตาของใครอีกคน
“พ่อ”
เสียงแหบห้าวเอ่ยเรียกคนที่นอนหลับฟุบหน้าอยู่ข้างโต๊ะ มือของคนเป็นพ่อจับมือเขาไว้ไม่ปล่อย ชายวัยกลางคนค่อยๆขยับตัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมหรี่แววลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นพ่อชัด ใบหน้าที่ดูเหมือนว่าจะหมองคล้ำเพราะความอดนอน และยิ่งไปกว่านั้นในดวงตาของคนเป็นพ่อฉายแววความห่วงใยอยู่ในนั้นมากเพียงใด
“ฟื้นแล้วรึไอ้ลูกตัวปัญหา”
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มจาง คำทักทายแบบนี้สมเป็นพ่อเขาจริงๆ.....
หลังจากที่ปล่อยให้นางพยาบาลเช็ดตัวให้แล้ว สองพ่อลูกก็นั่งอยู่ด้วยกัน เด็กหนุ่มนั่งมองคนเป็นพ่อที่ขรึมเกินวิสัย ปกติถ้าเขามีเรื่องล่ะก็ อีกฝ่ายต้องด่าชนิดไม่ให้เหลือความเป็นคนไว้เลยไม่ใช่เหรอ แต่วันนี้ดูเหมือนพ่อเขาจะไม่ได้คิดคำด่ามา เพราะไม่มีคำตำหนิใดเล็ดลอดออกจากปากคนเป็นพ่อเลย
“แกหิวไหม อยากกินอะไรหรือเปล่า?”
สุดท้ายก็เป็นคนพ่อที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เด็กหนุ่มกระพริบตากับคำถามนั้น ก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ
“หิวน้ำหรือเปล่า?”
น้ำเสียงที่ถามออกมาแสดงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง แม้จะรู้สึกแปลกใจกับความห่วงใยและไร้ซึ่งคำตำหนิของพ่อ หากแต่เด็กหนุ่มก็เลือกที่จะยิ้มจางๆส่งให้อีกฝ่าย สองคนพ่อลูกเงียบไปอีก
“พ่อ....ผมขอโทษนะที่หาเรื่องอีกแล้ว” คนบนเตียงเอ่ยกับคนข้างเตียง
ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดออกไป ก็แค่อยากจะพูดเท่านั้น เห็นพ่อเป็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายห่วงใยเขามาก การที่พ่อดุพ่อด่าอาจจะไม่ใช่เพราะไม่รักก็เป็นได้ บางทีพ่ออาจจะรักเขามากถึงมากที่สุด เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่มานั่งเฝ้าแบบนี้
ชายวัยกลางคนถอนหายใจก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาลูบศีรษะของคนป่วย
“ช่างมันเถอะ ครั้งนี้แกไม่ได้เป็นคนหาเรื่องซะหน่อย พ่อผิดเองที่เอาเสือเอาจระเข้มาเลี้ยงในบริษัท พักผ่อนมากๆเถอะ อยากกินอะไรก็บอกพ่อจะหาให้”
ริมฝีปากแห้งแตกคลี่ยิ้ม ความรู้สึกที่เคยคิดว่าพ่อไม่ได้รักเขาหายไปเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้รู้แล้วว่าพ่อรักและห่วงใยเขา
สองพ่อลูกนั่งมองตากันอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกต่างๆถ่ายทอดออกมาผ่านดวงตา ด้วยเป็นคนปากหนักด้วยกันทั้งคู่ จึงไม่มีใครยอมพูดความรู้สึกห่วงใยที่มีออกมาเป็นคำพูด พลันคนบนเตียงก็คิดไปถึงใครอีกคน ตั้งแต่ตื่นมายังไม่เห็นเลย หายไปไหนของเขานะ บาดเจ็บหรือเปล่าก็ไม่รู้ คำถามเกิดขึ้นในใจมากมาย หากแต่ยังไม่ทันเอ่ยถามถึงคนคนนั้นออกไป ประตูห้องก็เปิดออกเสียก่อน เรียกให้คนบนเตียงหันไปมองและคาดหวังว่าจะได้เห็นหน้าของคนที่คิดถึง.....
“ไอ้ยองอุนฟื้นยังวะ....?”
เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มร่างสูงเพรียวขาดหายไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นพระบิดาบังเกิดเกล้าของคนเจ็บนั่งอยู่ข้างเตียง ซึ่งคนสูงวัยก็หันมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉยชวนอึดอัด เดอะแก๊งหยุดเท้าที่เดินตามหลังคนปากดีที่สุดของกลุ่มมา ด้วยไม่กล้าเข้าไปในห้อง ก็นะพระบิดาของไอ้เพื่อนเลิฟไม่ค่อยชอบหน้าพวกเขาเท่าไหร่ แต่ถึงกระนั้น เหล่าเด็กหนุ่มก็พากันก้มหัวทำความเคารพพ่อของเพื่อนอย่างมีมารยาท
ชายสูงวัยพยักหน้ารับการทำความเคารพของเหล่าเพื่อนลูกชาย เห็นเจ้าพวกนั้นยังยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเพราะไม่กล้าเข้ามาก็ต้องถอนหายใจ
“เจ้ายองอุนฟื้นแล้ว เข้ามาสิ”
เมื่อพระบิดาของเพื่อนเอ่ยอนุญาต การเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนนำหน้าก็เริ่มขึ้น เนื่องจากคนปากดีที่ตอนแรกนำมาก่อนถอยหลังไปอยู่ท้ายขบวนแล้วดันไอ้หล่อประจำกลุ่มขึ้นมานำหน้าแทน
ยุนโฮหันไปทำหน้าเคืองใส่ยูชอน ก่อนจะหันไปสบตากับชายสูงวัย แล้วรีบมองเลยไปยังเตียงนอนของคนป่วย
“พวกมึงจะยืนกันตรงนั้นอีกนานไหม เข้ามาสิวะ พ่อกูไม่กัดพวกมึงหรอกน่า”
น้ำเสียงหงุดหงิดดังมาจากคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง ด้วยรู้สึกไม่ชอบใจท่าทางยักแย่ยักยันของพวกมันนัก แต่ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าไม่ค่อยกล้า ก็พ่อเขาหน้าตาโหดน้อยอยู่เมื่อไหร่
คนที่ยืนคาอยู่ที่ประตูห้องค่อยๆเดินแถวเรียงหนึ่งเข้ามาในห้อง ก่อนจะไปยื่นเบียดกันเป็นแถวหน้ากระดานอยู่ข้างเตียงคนไข้ ซึ่งแน่นอนว่าอยู่คนละฟากกับที่ชายสูงวัยนั่ง....
คนอายุเยอะที่สุดในห้องส่ายหน้ากับท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมของเพื่อนเจ้าลูกชาย เขาถอนหายใจก่อนจะหันไปพูดกับคนบนเตียง
“เพื่อนแกมาแล้ว งั้นพ่อกลับก่อนแล้วกัน บ่ายๆต้องเข้าประชุม แกอยู่กับเพื่อนได้ใช่ไหม?”
เสียงเนินนาบแสดงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง
“พ่อไปเหอะ ผมอยู่กับพวกมันได้ ขับรถกลับระวังด้วย”
ไม่วายจะกำชับคนเป็นพ่อซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับก่อนจะลุกออกจากห้องไป เมื่อคนอายุมากที่สุดออกไปแล้ว เด็กหนุ่มที่ยกโขยงกันมาก็พากันถอนหายใจ
“พ่อมึงนี่ บรรยายกาศโคตรกดดันเลยว่ะยองอุน”
คนปากดีสุดในกลุ่มกลับมาปากเก่งเช่นเคย ซึ่งคนบนเตียงก็ได้แต่ส่ายหน้า
“เป็นไงมั่ง เจ็บไหมวะ?”
คนเป็นเจ้าของร้านเหล้าทิ้งตัวลงนั่งขอบเตียง
“มึงอยากรู้เหรอแจจุงว่าเจ็บไหม ลองเอาปืนของสุดที่รักมึงยิงตัวเองดูดิ”
คนป่วยที่แม้จะหมดสภาพ หากแต่ปากก็ยังไม่ลดความร้ายลงทำเอาคนหน้าสวยต้องย่นจมูก นี่ถ้ามันไม่เจ็บอยู่นะจะเตะให้กลิ้ง
“ปากดีสม่ำเสมออย่างนี้คงไม่เจ็บเท่าไหร่ล่ะสิ”
ร่างสูงหวานใจคนที่ยังนั่งอยู่ที่ขอบเตียงเอ่ยขึ้นบ้าง เรียกให้คนป่วยเหลือบตาขึ้นมองไอ้เพื่อนรักอย่างขอบใจ
“ถ้าไม่ได้มึงก็อาจจะเจ็บมากกว่านี้ ขอบใจว่ะยุนโฮ”
มือใหญ่ของคนบนเตียงเอื้อมออกไปตีกับอีกมือหนึ่งที่ยื่นออกมารอรับ ทั้งสองคนยิ้มให้กัน และอีกสามคนต่างก็ยิ้มกับภาพนั้น มิตรภาพระหว่างพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง.....
“ว่าแต่พี่ชายสุดที่รักมึงไปไหนวะ? ตั้งแต่พวกกูมายังไม่เห็นเลย”
ยูชอนเอ่ยถามขึ้นในตอนหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องคนป่วย คนบนเตียงถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าคล้ายจะบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน
“วันที่กูโดนยิง พี่จองซูไม่ได้บาดเจ็บอะไรใช่ไหม?”
หันไปถามไอ้หล่อที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียงโดยมีแฟนมันนั่งอยู่บนตักอีกที นี่ตกลงมึงมาเยี่ยมกูหรือมาทำอะไรกัน?
ดวงตาเรียวเล็กละจากเจ้าของมือเรียวที่บรรจงปอกผลไม้อยู่บนตักแล้วหันกลับไปมองคนบนเตียง
“เปล่านี่ ก็มึงกางปีกป้องกันซะขนาดนั้นพี่เขาจะบาดเจ็บได้ยังไง”
“สงสัยพี่เขาไปจัดการคนบงการมั๊ง”
ใบหน้าหล่อคมที่ซีดเซียวหันไปมองไอ้เพื่อนที่นั่งไขว่ห้างเป็นคุณชาย แถมมือซ้ายยังโอบไอ้เด็กติดเกมส์ข้างตัวไม่ห่างอย่างสงสัย
“รู้แล้วเหรอวะใครทำ?”
“เออ....คนในบริษัทพ่อมึงแหละ พี่มึงของขึ้นน่าดู ไม่คิดว่าพี่จองซูเวลาโมโหจะโหดแบบนั้น”
เป็นคุณชายบ้านทนายความที่ตอบ ทำเอาคิ้วเข้มของคนบนเตียงต้องขมวดขึ้นกว่าเก่า กำลังคาดเดาว่าพี่ชายคนดีจะทำอะไร
“จะว่าไปพี่จองซูของมึงเนี่ยก็โหดใช่ย่อยนะ พวกกูนึกว่าพี่เขาเรียบร้อย ออกแนวหวานๆซะอีก”
ริมฝีปากได้รูปของคนป่วยคลี่ยิ้มทันทีเมื่อได้ฟังประโยคนั้น
“เขาก็หวาน แต่อย่าไปทำให้โมโหก็แล้วกันมึงจะรู้ว่านรกมีจริง ไอ้ยูชอน”
คนที่นั่งไขว่ห้างเบ้หน้าก่อนจะทำสายตารู้ทัน
“พูดแบบนี้แสดงว่าเคยโดนมาแล้วล่ะสิมึง”
คนนอนอยู่บนเตียงหัวเราะหึๆ ก่อนจะคิดไปถึงความโหดของพี่ชายร่างบาง ความจริงแล้วคนที่เป็นหัวข้อสนทนาก็เป็นคนเรียบร้อยและติดจะใจดีอย่างที่ไอ้เพื่อนๆมันคิดนั่นแหละ เพียงแต่ว่าพอโมโหแล้วเปลี่ยนร่างจากนางฟ้าเป็นนางมารน้อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากประสบการณ์ที่เคยโดนมาแล้ว ก็อย่างที่บอกว่าคนคนนั้นมีสารพัดวิธีที่จะทำให้เขาสำนึกผิด ครั้งล่าสุดที่ไปมีเรื่องกับชาวบ้านมา พี่ชายร่างบางก็ไม่พูดอะไรแค่ตามเป็นเงา แถมยึดกุญแจรถกับบัตรเครดิต เพื่อให้เขาออกไปซ่าไม่ได้เท่านั้นเอง
“แต่ก็ดีนะ หวานบ้าง เปรี้ยวบ้าง เหมาะกับมึงดี ไม่น่าล่ะเห็นอยู่กับพี่เขาล่ะกลายเป็นหมีน้อยแสนเชื่องเชียว”
เสียงแซวดังมาจากไอ้คุณชายรถนำเข้า ทำเอาคนที่นอนยิ้มเพราะคิดถึงเรื่องเก่าหุบยิ้มลง เพราะคำพูดของเพื่อนเตือนสติ เขาไม่ควรคิดไปถึงเรื่องราวเหล่านั้น บางทีนั่นอาจจะเป็นแค่การลงโทษในฐานะน้องชายก็ได้ วันที่โดนยิงแม้พี่ชายคนดีจะมาหา แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกัน ตอนนั้นอีกฝ่ายอาจจะแค่มาเพื่อบอกปฏิเสธเขาก็เป็นได้....
ดวงตาคมหลุบลงซ่อนความเจ็บปวดในอกเอาไว้ มาถึงตอนนี้ถ้าพี่ชายร่างบางบอกเขาว่าคิดอะไรได้ไม่มากไปกว่าความเป็นน้อง ก็คงต้องยอมรับสินะ ในเมื่อการได้ยืนอยู่ข้างๆในฐานะน้องชายก็ยังดีกว่าไม่ได้ยืนอยู่ใกล้อีกฝ่ายเลย.....
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-13(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: มาแล้วตอน 9 ตอนนี้ถ้าจะอ่านไปเรียบเรื่อยไปก็อย่าได้สงสัย เพราะความรู้สึกอะโย๋ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น เครียดกับเรื่องของลูกพี่ที่รัก กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะพักงานตามลูกพี่ไปดีไหม? ^^" มีอะไรก็ติชมกันได้ จะปรับปรุงเรื่อยๆ ขอบคุณค่ะที่ติดตาม
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงสะอื้นดังเข้าหูแว่วๆ ทำให้คนที่ยืนอยู่ในความมืดต้องหันหน้าไปมอง
แล้วก็เหมือนเดิม.. ที่เบื้องหน้าไม่มีอะไรปรากฏแก่สายตานอกจากความมืดทึบที่มองไม่เห็นอะไรนอกจากปลายเท้าตัวเอง
เสียงสะอื้นดังมาอีกครั้ง คราวนี้คนตัวโตเลือกที่จะสาวเท้าเดินไปตามทิศทางที่เป็นต้นเสียงนั้น ยิ่งเดินก็ยิ่งมืด
.........เสียงสะอื้นไม่ได้หายไปกลับดังชัดยิ่งกว่าเดิม ยิ่งได้ยินชัดขายาวก็ยิ่งก้าวเร็วด้วยความอยากรู้ว่าเป็นเสียงของใคร
จากก้าวเร็วๆก็เป็นวิ่ง เสียงดังใกล้เข้ามาจนรู้สึกว่าอยู่แค่เบื้องหน้า หากแต่รอบตัวก็ยังมืดมิด อยากจะเปล่งเสียงถามว่านั่นใคร แต่ก็พูดไม่ออก เขาวิ่งและวิ่งเร็วขึ้นเมื่อรู้สึกว่าต้นเสียงอยู่ใกล้ๆนี่เอง แต่แล้วร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงกับพื้น
คนล้มกัดกรามแน่นข่มความเจ็บปวด พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ก่อนจะแปลกใจที่เสียงที่เคยยินเงียบไปแล้ว พร้อมกับความมืดเบื้องหน้าแปลเปลี่ยนเป็นภาพใครบางคนกำลังนั่งร้องไห้อยู่ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่องลงมาจากเบื้องบน
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะเพ่งมองคนที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น แล้วก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นใบหน้าคนคนนั้นชัด............พี่จองซู!!!!!!!!!!!!!!!
.
..
...
ดวงตาคมลืมพรึบขึ้น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าออกราวกับต้องการอากาศมากมายเหลือเกิน สักพักแรงหายใจก็ค่อยผ่อนลง สายตาเริ่มปรับความคุ้นชินกับเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา
“ฟื้นแล้วเหรอคะ คุณยองอุน”
เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกให้คนที่กำลังนอนมองเพดานอยู่บนเตียงหันหน้าไปมองทางต้นเสียง ก่อนจะพบเข้ากับนางพยาบาลที่ยิ้มพร้อมกับวางแก้วน้ำเปล่าลงข้างเตียง สมองเริ่มประมวลผลและลำดับเหตุการณ์ ก่อนจะเริ่มจำได้ที่ละอย่าง
เขาโดนยิงหน้าร้านเหล้าไอ้แจจุง นั่นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่นึกออก แล้วพอนึกได้ว่าอะไรเป็นอะไร ความเจ็บก็แล่นปรี๊ดขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า มือใหญ่กำเข้าหากันก่อนคิ้วเรียวจะขมวดอย่างสงสัย อะไรบางอย่างอยู่ในอุ้งมือเขา คนป่วยเอียงหน้าไปมองก่อนจะพบเข้ากับมือหยาบกร้านที่มีริ้วรอยกุมมือเขาเอาไว้ ข้างมือนั้นเป็นเส้นผมสีเทาคุ้นตาของใครอีกคน
“พ่อ”
เสียงแหบห้าวเอ่ยเรียกคนที่นอนหลับฟุบหน้าอยู่ข้างโต๊ะ มือของคนเป็นพ่อจับมือเขาไว้ไม่ปล่อย ชายวัยกลางคนค่อยๆขยับตัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมหรี่แววลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นพ่อชัด ใบหน้าที่ดูเหมือนว่าจะหมองคล้ำเพราะความอดนอน และยิ่งไปกว่านั้นในดวงตาของคนเป็นพ่อฉายแววความห่วงใยอยู่ในนั้นมากเพียงใด
“ฟื้นแล้วรึไอ้ลูกตัวปัญหา”
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มจาง คำทักทายแบบนี้สมเป็นพ่อเขาจริงๆ.....
หลังจากที่ปล่อยให้นางพยาบาลเช็ดตัวให้แล้ว สองพ่อลูกก็นั่งอยู่ด้วยกัน เด็กหนุ่มนั่งมองคนเป็นพ่อที่ขรึมเกินวิสัย ปกติถ้าเขามีเรื่องล่ะก็ อีกฝ่ายต้องด่าชนิดไม่ให้เหลือความเป็นคนไว้เลยไม่ใช่เหรอ แต่วันนี้ดูเหมือนพ่อเขาจะไม่ได้คิดคำด่ามา เพราะไม่มีคำตำหนิใดเล็ดลอดออกจากปากคนเป็นพ่อเลย
“แกหิวไหม อยากกินอะไรหรือเปล่า?”
สุดท้ายก็เป็นคนพ่อที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เด็กหนุ่มกระพริบตากับคำถามนั้น ก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ
“หิวน้ำหรือเปล่า?”
น้ำเสียงที่ถามออกมาแสดงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง แม้จะรู้สึกแปลกใจกับความห่วงใยและไร้ซึ่งคำตำหนิของพ่อ หากแต่เด็กหนุ่มก็เลือกที่จะยิ้มจางๆส่งให้อีกฝ่าย สองคนพ่อลูกเงียบไปอีก
“พ่อ....ผมขอโทษนะที่หาเรื่องอีกแล้ว” คนบนเตียงเอ่ยกับคนข้างเตียง
ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดออกไป ก็แค่อยากจะพูดเท่านั้น เห็นพ่อเป็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายห่วงใยเขามาก การที่พ่อดุพ่อด่าอาจจะไม่ใช่เพราะไม่รักก็เป็นได้ บางทีพ่ออาจจะรักเขามากถึงมากที่สุด เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่มานั่งเฝ้าแบบนี้
ชายวัยกลางคนถอนหายใจก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาลูบศีรษะของคนป่วย
“ช่างมันเถอะ ครั้งนี้แกไม่ได้เป็นคนหาเรื่องซะหน่อย พ่อผิดเองที่เอาเสือเอาจระเข้มาเลี้ยงในบริษัท พักผ่อนมากๆเถอะ อยากกินอะไรก็บอกพ่อจะหาให้”
ริมฝีปากแห้งแตกคลี่ยิ้ม ความรู้สึกที่เคยคิดว่าพ่อไม่ได้รักเขาหายไปเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้รู้แล้วว่าพ่อรักและห่วงใยเขา
สองพ่อลูกนั่งมองตากันอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกต่างๆถ่ายทอดออกมาผ่านดวงตา ด้วยเป็นคนปากหนักด้วยกันทั้งคู่ จึงไม่มีใครยอมพูดความรู้สึกห่วงใยที่มีออกมาเป็นคำพูด พลันคนบนเตียงก็คิดไปถึงใครอีกคน ตั้งแต่ตื่นมายังไม่เห็นเลย หายไปไหนของเขานะ บาดเจ็บหรือเปล่าก็ไม่รู้ คำถามเกิดขึ้นในใจมากมาย หากแต่ยังไม่ทันเอ่ยถามถึงคนคนนั้นออกไป ประตูห้องก็เปิดออกเสียก่อน เรียกให้คนบนเตียงหันไปมองและคาดหวังว่าจะได้เห็นหน้าของคนที่คิดถึง.....
“ไอ้ยองอุนฟื้นยังวะ....?”
เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มร่างสูงเพรียวขาดหายไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นพระบิดาบังเกิดเกล้าของคนเจ็บนั่งอยู่ข้างเตียง ซึ่งคนสูงวัยก็หันมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉยชวนอึดอัด เดอะแก๊งหยุดเท้าที่เดินตามหลังคนปากดีที่สุดของกลุ่มมา ด้วยไม่กล้าเข้าไปในห้อง ก็นะพระบิดาของไอ้เพื่อนเลิฟไม่ค่อยชอบหน้าพวกเขาเท่าไหร่ แต่ถึงกระนั้น เหล่าเด็กหนุ่มก็พากันก้มหัวทำความเคารพพ่อของเพื่อนอย่างมีมารยาท
ชายสูงวัยพยักหน้ารับการทำความเคารพของเหล่าเพื่อนลูกชาย เห็นเจ้าพวกนั้นยังยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเพราะไม่กล้าเข้ามาก็ต้องถอนหายใจ
“เจ้ายองอุนฟื้นแล้ว เข้ามาสิ”
เมื่อพระบิดาของเพื่อนเอ่ยอนุญาต การเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนนำหน้าก็เริ่มขึ้น เนื่องจากคนปากดีที่ตอนแรกนำมาก่อนถอยหลังไปอยู่ท้ายขบวนแล้วดันไอ้หล่อประจำกลุ่มขึ้นมานำหน้าแทน
ยุนโฮหันไปทำหน้าเคืองใส่ยูชอน ก่อนจะหันไปสบตากับชายสูงวัย แล้วรีบมองเลยไปยังเตียงนอนของคนป่วย
“พวกมึงจะยืนกันตรงนั้นอีกนานไหม เข้ามาสิวะ พ่อกูไม่กัดพวกมึงหรอกน่า”
น้ำเสียงหงุดหงิดดังมาจากคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง ด้วยรู้สึกไม่ชอบใจท่าทางยักแย่ยักยันของพวกมันนัก แต่ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าไม่ค่อยกล้า ก็พ่อเขาหน้าตาโหดน้อยอยู่เมื่อไหร่
คนที่ยืนคาอยู่ที่ประตูห้องค่อยๆเดินแถวเรียงหนึ่งเข้ามาในห้อง ก่อนจะไปยื่นเบียดกันเป็นแถวหน้ากระดานอยู่ข้างเตียงคนไข้ ซึ่งแน่นอนว่าอยู่คนละฟากกับที่ชายสูงวัยนั่ง....
คนอายุเยอะที่สุดในห้องส่ายหน้ากับท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมของเพื่อนเจ้าลูกชาย เขาถอนหายใจก่อนจะหันไปพูดกับคนบนเตียง
“เพื่อนแกมาแล้ว งั้นพ่อกลับก่อนแล้วกัน บ่ายๆต้องเข้าประชุม แกอยู่กับเพื่อนได้ใช่ไหม?”
เสียงเนินนาบแสดงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง
“พ่อไปเหอะ ผมอยู่กับพวกมันได้ ขับรถกลับระวังด้วย”
ไม่วายจะกำชับคนเป็นพ่อซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับก่อนจะลุกออกจากห้องไป เมื่อคนอายุมากที่สุดออกไปแล้ว เด็กหนุ่มที่ยกโขยงกันมาก็พากันถอนหายใจ
“พ่อมึงนี่ บรรยายกาศโคตรกดดันเลยว่ะยองอุน”
คนปากดีสุดในกลุ่มกลับมาปากเก่งเช่นเคย ซึ่งคนบนเตียงก็ได้แต่ส่ายหน้า
“เป็นไงมั่ง เจ็บไหมวะ?”
คนเป็นเจ้าของร้านเหล้าทิ้งตัวลงนั่งขอบเตียง
“มึงอยากรู้เหรอแจจุงว่าเจ็บไหม ลองเอาปืนของสุดที่รักมึงยิงตัวเองดูดิ”
คนป่วยที่แม้จะหมดสภาพ หากแต่ปากก็ยังไม่ลดความร้ายลงทำเอาคนหน้าสวยต้องย่นจมูก นี่ถ้ามันไม่เจ็บอยู่นะจะเตะให้กลิ้ง
“ปากดีสม่ำเสมออย่างนี้คงไม่เจ็บเท่าไหร่ล่ะสิ”
ร่างสูงหวานใจคนที่ยังนั่งอยู่ที่ขอบเตียงเอ่ยขึ้นบ้าง เรียกให้คนป่วยเหลือบตาขึ้นมองไอ้เพื่อนรักอย่างขอบใจ
“ถ้าไม่ได้มึงก็อาจจะเจ็บมากกว่านี้ ขอบใจว่ะยุนโฮ”
มือใหญ่ของคนบนเตียงเอื้อมออกไปตีกับอีกมือหนึ่งที่ยื่นออกมารอรับ ทั้งสองคนยิ้มให้กัน และอีกสามคนต่างก็ยิ้มกับภาพนั้น มิตรภาพระหว่างพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง.....
“ว่าแต่พี่ชายสุดที่รักมึงไปไหนวะ? ตั้งแต่พวกกูมายังไม่เห็นเลย”
ยูชอนเอ่ยถามขึ้นในตอนหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องคนป่วย คนบนเตียงถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าคล้ายจะบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน
“วันที่กูโดนยิง พี่จองซูไม่ได้บาดเจ็บอะไรใช่ไหม?”
หันไปถามไอ้หล่อที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียงโดยมีแฟนมันนั่งอยู่บนตักอีกที นี่ตกลงมึงมาเยี่ยมกูหรือมาทำอะไรกัน?
ดวงตาเรียวเล็กละจากเจ้าของมือเรียวที่บรรจงปอกผลไม้อยู่บนตักแล้วหันกลับไปมองคนบนเตียง
“เปล่านี่ ก็มึงกางปีกป้องกันซะขนาดนั้นพี่เขาจะบาดเจ็บได้ยังไง”
“สงสัยพี่เขาไปจัดการคนบงการมั๊ง”
ใบหน้าหล่อคมที่ซีดเซียวหันไปมองไอ้เพื่อนที่นั่งไขว่ห้างเป็นคุณชาย แถมมือซ้ายยังโอบไอ้เด็กติดเกมส์ข้างตัวไม่ห่างอย่างสงสัย
“รู้แล้วเหรอวะใครทำ?”
“เออ....คนในบริษัทพ่อมึงแหละ พี่มึงของขึ้นน่าดู ไม่คิดว่าพี่จองซูเวลาโมโหจะโหดแบบนั้น”
เป็นคุณชายบ้านทนายความที่ตอบ ทำเอาคิ้วเข้มของคนบนเตียงต้องขมวดขึ้นกว่าเก่า กำลังคาดเดาว่าพี่ชายคนดีจะทำอะไร
“จะว่าไปพี่จองซูของมึงเนี่ยก็โหดใช่ย่อยนะ พวกกูนึกว่าพี่เขาเรียบร้อย ออกแนวหวานๆซะอีก”
ริมฝีปากได้รูปของคนป่วยคลี่ยิ้มทันทีเมื่อได้ฟังประโยคนั้น
“เขาก็หวาน แต่อย่าไปทำให้โมโหก็แล้วกันมึงจะรู้ว่านรกมีจริง ไอ้ยูชอน”
คนที่นั่งไขว่ห้างเบ้หน้าก่อนจะทำสายตารู้ทัน
“พูดแบบนี้แสดงว่าเคยโดนมาแล้วล่ะสิมึง”
คนนอนอยู่บนเตียงหัวเราะหึๆ ก่อนจะคิดไปถึงความโหดของพี่ชายร่างบาง ความจริงแล้วคนที่เป็นหัวข้อสนทนาก็เป็นคนเรียบร้อยและติดจะใจดีอย่างที่ไอ้เพื่อนๆมันคิดนั่นแหละ เพียงแต่ว่าพอโมโหแล้วเปลี่ยนร่างจากนางฟ้าเป็นนางมารน้อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากประสบการณ์ที่เคยโดนมาแล้ว ก็อย่างที่บอกว่าคนคนนั้นมีสารพัดวิธีที่จะทำให้เขาสำนึกผิด ครั้งล่าสุดที่ไปมีเรื่องกับชาวบ้านมา พี่ชายร่างบางก็ไม่พูดอะไรแค่ตามเป็นเงา แถมยึดกุญแจรถกับบัตรเครดิต เพื่อให้เขาออกไปซ่าไม่ได้เท่านั้นเอง
“แต่ก็ดีนะ หวานบ้าง เปรี้ยวบ้าง เหมาะกับมึงดี ไม่น่าล่ะเห็นอยู่กับพี่เขาล่ะกลายเป็นหมีน้อยแสนเชื่องเชียว”
เสียงแซวดังมาจากไอ้คุณชายรถนำเข้า ทำเอาคนที่นอนยิ้มเพราะคิดถึงเรื่องเก่าหุบยิ้มลง เพราะคำพูดของเพื่อนเตือนสติ เขาไม่ควรคิดไปถึงเรื่องราวเหล่านั้น บางทีนั่นอาจจะเป็นแค่การลงโทษในฐานะน้องชายก็ได้ วันที่โดนยิงแม้พี่ชายคนดีจะมาหา แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกัน ตอนนั้นอีกฝ่ายอาจจะแค่มาเพื่อบอกปฏิเสธเขาก็เป็นได้....
ดวงตาคมหลุบลงซ่อนความเจ็บปวดในอกเอาไว้ มาถึงตอนนี้ถ้าพี่ชายร่างบางบอกเขาว่าคิดอะไรได้ไม่มากไปกว่าความเป็นน้อง ก็คงต้องยอมรับสินะ ในเมื่อการได้ยืนอยู่ข้างๆในฐานะน้องชายก็ยังดีกว่าไม่ได้ยืนอยู่ใกล้อีกฝ่ายเลย.....
เสียงเปิดประตูเรียกให้สายตาทุกคู่ในห้องคนป่วยหันไปมองทางต้นเสียง ร่างบางซะงักกับทุกสายตาที่เพ่งมองมา และยิ่งชะงักเมื่อเห็นว่าคนบนเตียงที่นั่งเฝ้ามาทั้งคืนพร้อมคุณลุงฟื้นแล้ว จองซูก้มหัวลงคำนับเพื่อนเจ้าตัวดีกลับ เมื่อกลุ่มเด็กหนุ่มที่อยู่ในอิริยาบถต่างๆพากันยืนขึ้นเพื่อทำความเคารพแก่เขา
ขาเรียวก้าวเขาไปในห้อง ในอกเต้นรัวกับสายตาของเจ้าตัวดีที่มองตรงมา อยากเข้าไปหาอีกฝ่ายแทบจะขาดใจ แต่ติดตรงที่เพื่อนของเจ้าตัวยังอยู่กันเต็มห้อง
แต่ก็ดูเหมือนกลุ่มเพื่อนของฝ่ายนั้นจะรู้ เพราะเพียงเขาเข้ามาไม่นาน กลุ่มเด็กหนุ่มต่างก็ขอตัวกลับออกไป ในห้องเหลือแค่เพียงร่างบางและเด็กหนุ่มตัวโต
คนเป็นพี่ชายเอาตะกร้าผลไม้ที่เพื่อนร่างเพรียวของเขาฝากมาไปวางไว้ตรงโต๊ะวางของข้างเตียง ความเงียบเข้าปกคลุม เพราะคนสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลย
จองซูหันรีหันขวางไม่รู้จะเริ่มพูดกับเจ้าตัวดีด้วยประโยคไหน ทั้งๆที่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม้จะโกรธกันก็ยังพูดกันได้ง่ายกว่านี้ แต่ตอนนี้เขากลับหาคำพูดที่จะพูดกับอีกฝ่ายไม่ได้ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ก็เลยได้แต่แกะผลไม้ในตะกร้าเพื่อจะเอามาปอก ทั้งๆที่ข้างตะกร้าก็ยังมีผลไม้ที่ปอกแล้วโดยฝีมือเพื่อนของอีกฝ่ายอยู่เต็มจาน.....
คนบนเตียงถอนหายใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่ยืนปอกผลไม้ไม่พูดไม่จาอยู่ข้างเตียง ไม่รู้ว่าคนคนนั้นคิดอะไรอยู่ หรือว่าพี่ชายคนดีจะเกลียดเขา จะโกรธเขาที่เอาแต่สร้างความลำบากใจให้จนไม่อยากพูดด้วย ใบหน้าหล่อคมละสายตาจากคนข้างๆ ไม่ชอบความเงียบแบบนี้เลยให้ตาย
ด้วยความอึดอัดคนป่วยจึงอยากลุกขึ้นนั่ง หันไปหาคนยืนไม่รู้ไม่ชี้ก็ยังเห็นไม่สนใจเขาอยู่ สุดท้ายเด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะยันตัวลุกขึ้นนั่งเอง แล้วก็ต้องส่งเสียงร้องออกมา
“โอ๊ย!”
เสียงอุทานทำเอาคนกำลังปอกผลไม้ไปคิดหาคำพูดไปตกใจจนแทบจะทิ้งมีด ก่อนจะถลาเข้ามาหา
“เป็นอะไร เจ็บตรงไหน?”
ถามอย่างร้อนรน ก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วตัวเจ้าน้องชาย
“พูดกับยองอุนได้แล้วเหรอ”
คนบนเตียงไม่ตอบคำถาม แต่กลับพูดไปอีกทาง เรียกให้คนที่กำลังก้มสำรวจหาบาดแผลบนตัวคนเจ็บต้องช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะพบเข้ากับสายตาคมที่มองอยู่เช่นกัน ร่างบางก้มหน้าก่อนจะจับแขนแกร่งประคองให้คนบนเตียงนั่งดีๆ
“เจ็บตรงไหนไหม ให้ตามหมอหรือเปล่า?”
อยากรู้ว่าที่ถามนี่เพราะว่าพี่ห่วงผม หรือเพราะพี่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบเรื่องที่ผมเจ็บตัวแทนพี่กันแน่ ถ้าบอกว่าเจ็บตรงหัวใจพี่จะตามหมอที่ไหนมารักษาผมกัน…
อยากบอกไปแบบนั้นแต่ก็เลือกที่จะเงียบไว้ ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นน้องที่ดี ก็ไม่สมควรพูดจาอะไรทำนองนั้น
จองซูเงยหน้าขึ้นมองคนบนเตียงก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยทำเอาใจหาย และเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงร่างบางจึงหันไปหยิบจานผลไม้บนโต๊ะขึ้นมาถือ
“ฮีชอลเขาฝากผลไม้มาเยี่ยมยองอุน ทานซะหน่อยนะ”
ทั้งๆที่อยากจะพูดเรื่องราวที่ยังคั่งค้างใจอยู่ก่อนหน้านี้ อยากถามว่ายังรักพี่ชายซื่อบื้อคนนี้อยู่ไหม แล้วยังอยากรู้ความรู้สึกกันอยู่หรือเปล่า หากแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้าพูดออกไป จึงจำเป็นต้องพูดเรื่องอื่นแทน
ยองอุนถอนหายใจเมื่อผลไม้ชิ้นเล็กถูกยื่นมาตรงหน้า
ขอร้อง...ถ้าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผมก็อย่ามาทำแบบนี้ อย่ามาทำเหมือนห่วงใย อย่ามาดูแลเกินความจำเป็น เพราะการกระทำแต่ละอย่างของพี่มันทำให้ผมคิดเกินเลยไปได้ไกล…
คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน เมื่อเห็นคนที่ยื่นผลไม้ไปจ่อที่ปากเอียงหน้าหลบไม่ยอมทาน
“ผมยังไม่หิว พี่มีอะไรจะไปทำก็ไปเถอะ งานที่บริษัทน่าจะเยอะ”
ในเมื่อยู่ด้วยกันแล้วมันอึดอัด ก็เลือกที่จะไล่พี่ชายให้กลับ ขอเวลาอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ขอเวลาตัดใจอีกนิด แล้วผมจะกลับไปเป็นน้องชายที่น่ารักของพี่เหมือนเคย.....
คนโดนไล่กลับไปทำงานขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจท่าทางราวกับรำคาญของเจ้าตัวดี หรือว่าเจ็บแผลกันนะเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี
มือเรียวค่อยๆยื่นออกไปลูบผ้าพันแผลบนอกแกร่งแผ่วเบา ราวกับจะขอโทษ เจ้าของบาดแผลทำหน้ายุ่ง เมื่อพี่ชายร่างบางลูบฝ่ามืออยู่บนแผงอกของตัวเอง แม้ว่ามันจะเป็นบนแผลแต่ก็ทำให้ปั่นป่วนได้ไม่น้อย ความคิดที่อยากจะตัดใจจากคนที่เลื่อนตัวขึ้นมานั่งอยู่ข้างเตียงชักสั่นคลอน และก่อนจะคิดฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้มือใหญ่ก็ตะครุบมือเรียวที่ลูบไล้อยู่บนแผลเอาไว้เสียก่อน
“ผมบอกให้กลับไป ไม่ได้ยินเหรอ”
คนโดนคว้ามือไว้ช้อนตาขึ้นมองเจ้าของบาดแผลที่อยู่ๆก็ทำเสียงเข้มใส่ ดวงตาโตฉายแววไม่เข้าใจ ไอ้ที่คิดว่าเจ้าตัวดีอาจจะเจ็บแผลแล้วหงุดหงิดนี่คงไม่ใช่แล้ว ดูยังไงอีกฝ่ายก็อยากไล่เขาไปให้พ้นหน้าซะมากกว่า ทำไมล่ะ ไหนบอกว่ารักพี่แล้วมาไล่กันทำไม หรือเพราะเรื่องที่พูดมานั่นมันไม่ใช่เรื่องจริงจังเลยไม่เก็บเอามาใส่ใจ
กำลังจะอ้าปากถามออกไป คนที่จับข้อมืออยู่นั่นก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ขอร้องล่ะ ถ้าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผมมากกว่าน้องชายก็อย่ามาทำอย่างนี้ มันทำให้ผมคิดอะไรเลยเถิดไปไกล.....”
ประโยคคล้ายจะบอกว่ากำลังเหนื่อยใจของคนป่วย ทำให้ร่างบางต้องเงยหน้ามองฝ่ายนั้น ก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าที่สู้จะไม่ดีนัก อีกฝ่ายปล่อยมือเขาพร้อมกับหันหน้าหนีไปทางอื่น
“ผมขอเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆ ตัดใจจากพี่ แล้วผมจะกลับไปเป็นน้องชายที่น่ารักเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นพี่กลับ...........”
ยังพูดไม่ทันจบประโยคแก้มขวาก็ถูกมือเรียวเล็กของคนนั่งอยู่ขอบเตียงยกขึ้นมากุมไว้ ก่อนจะออกแรงดึงให้กลับมามองตากัน
“ทุกวันนี้ยองอุนก็เป็นน้องที่น่ารักอยู่แล้วนี่ ทำไมต้องขอเวลากับพี่ด้วย”
รอยยิ้มพิมพ์ใจที่เห็นเมื่อไหร่ก็พาลจะยอมทำตามเจ้าของรอยยิ้มไปซะทุกเรื่องถูกส่งมาให้ ท่าทางสบายๆของพี่ชายร่างบางทำให้คนเจ็บนึกฉุนนัก ดูเอาเถอะทั้งๆที่อยากจะตัดใจแต่อีกฝ่ายกลับยิ่งทำให้ตัดใจไม่ลง เจ้าของใบหน้าหล่อคมกัดฟันข่มความรู้สึกที่ชักจะกรุ่น
“ผมจะขอเวลาทำไมมันก็ไม่ใช่เรื่องของพี่ กลับไปซะแล้วไม่ต้องมาอีก”
คนโดนไล่ยังทำตาแป๋วราวกับว่าไม่เข้าใจในคำบอกเล่า
“ถ้าพี่ไม่มาแล้วใครจะดูแลยองอุนล่ะ”
พูดกับเจ้าตัวโตก่อนจะแอบซ่อนรอยยิ้มอยากแกล้งเอาไว้ เด็กอะไรมาบอกว่ารักเขา มาทำให้คิดมาก แล้วก็มาทำให้ความเป็นพี่ชายที่สั่งสมมานานของเขาต้องพังลง แล้วก็มาบอกว่าจะตัดใจจากกันซะงั้น อย่างงี้มันโกงกันชัดๆ
เด็กหนุ่มตวัดสายตากลับมามองใบหน้าหวานก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง ก็แหมเล่นยื่นหน้ามาซะใกล้ใครมันจะดุลง คนป่วยถอนหายใจปัดความคิดฟุ้งซ่านที่ทำให้เขวออกไปจากหัว
“พยาบาลที่นี่เยอะแยะ เขาดูแลผมได้ พี่กลับไปเถอะ”
ขำกับท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเจ้าตัวดีนัก คิดเองเออเองไปซะทุกอย่าง เด็กซะจริง
“พี่กลัวว่าเขาจะดูแลยองอุนได้ไม่ดีพอนี่”
น้ำเสียงห่วงใย และความเอาใจใส่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพี่ชาย ทำเอาเด็กหนุ่มตัวโตต้องห้ามความรู้สึก พี่ไม่เข้าใจหรือยังไงกับความรู้สึกที่ผมบอกออกไป ถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมก็กรุณาอย่าทำตัวแบบเดิม มันทำให้ผมยิ่งคิดเกินเลยไปใหญ่
พยายามเบี่ยงหน้าออกจากมือเรียวที่ยังกุมอยู่ข้างแก้ม แต่อีกฝ่ายก็ยังตามมาจับเอาไว้ไม่เลิก จนสุดท้ายคนป่วยก็ชักหมดความอดทน
“เลิกทำแบบนี้กับผมซักที! ถ้าพี่คิดจะเป็นแค่พี่ชายของผม ก็เลิกทำราวกับว่าห่วงใยผมมากเกินกว่าน้องซักที!”
เจ้าของใบหน้าหวานสะดุ้งที่อยู่ๆเจ้าตัวดีก็เสียงดังใส่ซะอย่างนั้น คนที่เสียงดังใส่ยกมือขึ้นเสยผม ใบหน้าหล่อคมยุ่งเหยิงอย่างคนที่อารมณ์เสียสุดๆ คนโดนตวาดใส่ยิ้มก่อนจะยกมือตบแก้มสากเบาๆ
“อยู่ๆเสียงดังทำไมตกใจหมด”
คนอารมณ์เสียอ้าปากค้างกับอาการชิลๆของพี่ชายร่างบาง นี่พี่จองซูตัวจริงหรือเปล่าวะ คนตัวโตงงกับท่าทางไม่สนสื่อของคนตรงหน้าเต็มที่ คิ้วหนาขมวดพันกันยุ่ง
ยิ่งเห็นหน้าตาเจ้าน้องชายก็ยิ่งขำ สมน้ำหน้ามาทำให้เขาคิดมาก วุ่นวายใจและก็คิดอะไรไปร้อยแปด พอเขารู้หัวใจตัวเองกลับบอกว่าจะตัดใจ ฝันไปเถอะเจ้าตัวดี
ยองอุนกระพริบตาปริบๆ นี่กูพูดไม่เคลียร์หรือกูพูดไม่รู้เรื่องกันวะ ทำไมพูดอะไรไปคนหน้าหวานนี่ก็ยังทำท่าไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“อารมณ์เสียพอแล้ว ทานผลไม้สักหน่อยนะ”
นอกจากจะไม่ทุกข์ไม่ร้อนยังเปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย มือใหญ่คว้ามือที่ยื่นเอาผลไม้มาจ่อไว้ที่ปาก ใบหน้าหล่อคมขรึมลงอย่างอยากกดดันคนตรงหน้า
“พี่กำลังทำอะไรอยู่ ไม่เข้าใจที่ผมพูดเหรอ”
เจ้าของใบหน้าหวานเอียงคอ ก่อนจะกระพริบตาสองสามครั้ง
“เข้าใจสิ แต่กินผลไม้สักหน่อยนะ”
เด็กหนุ่มตัวโตพ่นลมออกปาก ไม่เข้าใจเขาจริงๆให้ตาย แล้วดูทำเข้า มานั่งทำแบ๊วใส่อีก เดี๋ยวปั๊ดจากที่อยากตัดใจจะกลับกลายเป็นอยากสานเยื่อใยต่อซะให้รู้แล้วรู้รอด
จองซูอมยิ้มกับอาการงอนตุ๊บป่องของเจ้าตัวดี ใจร้อนยังไงก็ยังใจร้อนอยู่อย่างนั้น นึกอยากจะสารภาพก็ทำ นึกอยากจะตัดใจก็ทำ แต่จะโทษเจ้าน้องชายก็ไม่ถูก เขาเองก็มีส่วนที่ทำให้อีกฝ่ายอยากจะตัดใจ
“ยองอุน พี่เมื่อยแล้วนะเมื่อไหร่จะกินซักที”
ยื่นผลไม้ไปจ่อไว้ที่ปากของคนป่วยอย่างไม่ยอมแพ้ คนที่สะบัดหน้าหนีไปทางอื่น หันกลับมาด้วยท่าทางไม่พอใจ
ดวงตาคมเบิกกว้าง เมื่อกะหันกลับมาเสียงดังใส่พี่ชายร่างบาง โทษฐานเซ้าซี้และพยายามทำให้เขาตัดใจจากอีกฝ่ายไม่ได้ด้วยการทำตัวเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ทันทีที่จะหันกลับมาต่อว่าฝ่ายนั้น ริมฝีปากได้รูปก็แตะสัมผัสเข้ากับเรียวปากอิ่มแผ่วเบา เด็กหนุ่มตัวโตอึ้งค้าง และยังอึ้งค้างเมื่อพี่ชายสุดที่รักละเรียวปากออกไปแล้ว มือใหญ่ยกขึ้นแตะปากตัวเอง พูดอะไรไม่ออกไปเลย
“ที่นี้จะอารมณ์ดีได้หรือยัง?”
เสียงหวานฉุดอาการเอ๋อรับประทานให้กลับคืนมา ดวงตาคมมองคนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง ใบหน้าหวานก้มลงมองจานผลไม้ในมือ เรียวปากอิ่มขบกันไว้แน่น แก้มนวลขึ้นสีจาง แววตาของคนตัวโตไหวระริกกับท่าทางแบบนั้น มันอาจจะดูไม่มีอะไรมากก็แค่พี่ชายร่างบางจูบเขา แต่มันมากเพราะว่าอีกฝ่ายจูบเขาก่อนที่ปากด้วย อาการไม่เสถียรทางอารมณ์ของคนป่วยหายเป็นปลิดทิ้ง แถมด้วยความอยากจะตัดใจแล้วกลับไปเป็นน้องชายอย่างเก่าก็หายไปชนิดกู่ไม่กลับ
จองซูไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเจ้าตัวดี บางครั้งเขาก็อยากตำหนิการตัดสินใจที่กล้าเกินไปของตัวเองเหลือเกิน
มือเรียวหมุนส้อมในจานผลไม้แก้อาการบางอย่างที่แล่นขึ้นมาแล้วไปออกบนใบหน้า พอคิดว่าป่านนี้เจ้าน้องชายจะทำหน้าแบบไหนอยู่ก็ชักไม่อยากนั่งตรงนี้แล้ว
“ถ้ายองอุนไม่กินงั้นพี่กลับนะ”
เออเนอะคนเรา ไล่กลับตั้งเท่าไหร่ไม่ยอมกลับ พอมาจูบเขาอย่างปริศนาเสร็จก็จะทิ้งไว้ให้ค้างคาแบบนี้น่ะเหรอ ไม่มีทาง...!
มือใหญ่เอื้อมคว้าแขนเรียวของคนที่ทำท่าจะลุกไปจากเตียง ทำเอาจานผลไม้ในมือของอีกฝ่ายตกลงพื้นเสียงดังสนั่น ร่างบางเซกลับมานั่งแหมะอยู่บนเตียง ไหล่เล็กสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอกของคนป่วย อยากขยับออกห่างอีกสักนิดแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อเจ้าตัวดีกอดเอวเขาไว้ไม่ปล่อยให้เคลื่อนไหวอิสระ ใบหน้าหวานเอียงหลบปลายจมูกของคนป่วย
“จูบยองอุนทำไม?”
คำถามตรงๆที่ตรงเกินไป เล่นเอาหัวใจของคนเป็นพี่ชายเต้นแรง คนที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนเจ็บกระพริบตาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะรู้สึกจั๊กจี้ที่ใบหูเพราะเจ้าตัวดีเริ่มจะคาดคั้น ด้วยการดุนปลายจมูกลงตรงนั้นเบาๆ
“ก็...ยองอุนอารมณ์ไม่ดี ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยได้”
คนป่วยกัดปาก ไม่คิดเข้าข้างตัวเองก็ต้องคิดแล้วล่ะวะ พี่มาจูบผมก่อนอย่างงี้ถึงอีก15นาทีพี่จะมาบอกว่าไม่ได้คิดอะไร ผมก็ไม่โง่ตัดใจหรอก ดวงตาคมมีแววลิงโลด ในอกกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง ความหวังที่เหมือนจะพังทลายกลับมาดังเดิม
“ถ้าแค่อารมณ์ไม่ดีแล้วพี่จองซูยอมจูบยองอุน งั้นตอนนี้ยองอุนโคตรอารมณ์ไม่ดีเลยพี่จะทำยังไง?”
เสียงห้าวกระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาคนโดนกระซิบหัวเราะคิกกับคำพูดคำจานั้น
คนตัวโตจับไหล่บางของคนที่นั่งหันข้างให้มาเผชิญหน้ากัน ตาสองตาสบประสานกันอย่างมีความหมาย บางอย่างที่เก็บไว้ในใจถ่ายทอดออกมาโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอย่างดีใจ ถ้าผมอ่านความรู้สึกไม่ผิด พี่ก็คิดแบบเดียวกับผมใช่ไหม ใบหน้าหล่อคมที่ซีดลงจากอาการเจ็บปวดเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าหวาน ก่อนจะประทับปลายจมูกลงบนข้างแก้มนวลแผ่วเบา ดวงตาโตหลุบลงเมื่อข้างแก้มรู้สึกถึงบางสิ่งที่เคล้าเคลียอยู่ตรงนั้น สัมผัสที่ไม่ใช่ในฐานะน้องชายของเจ้าตัวดี
“พูดออกมาได้ไหม ยองอุนอยากได้ยินจากปากพี่จองซู”
คำอ้อนวอนดังอยู่ข้างหู คนโดนอ้อนวอนหน้าร้อนฉ่าก้มหน้าต่ำลงอีก ก่อนจะต้องเงยขึ้นเพราะมือของคนเจ็บ
“ยองอุนรักพี่จองซู แล้วพี่จองซูล่ะรักยองอุนไหม?”
ในอกเต้นแรงกับคำสารภาพรักแบบตรงประเด็นของเจ้าน้องชาย ไม่รู้จะตอบออกไปแบบไหน หาคำพูดที่จะใช้ไม่เจอเลยได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“ไม่เอา~ พูดสิอย่าพยักหน้า”
คนป่วยทำเสียงยานคางก่อนจะดึงพี่ชายร่างบางเข้าไปกอด คนโดนกอดกัดปาก หมั่นไส้กับอาการขี้อ้อนของเจ้าตัวดีเหลือเกิน แล้วดูเอาเถอะบอกว่าให้เขาพูดออกมาแต่ตัวเองกลับไม่เห็นอยากจะฟังเท่าไหร่เลย คนโดนขอความรักย่นคอหนีปลายจมูกของคนเจ็บที่รู้สึกจะอาการดีขึ้นได้แค่เพียงในไม่กี่วินาที
“ยองอุน ไหนว่าอยากฟังพี่พูดไง ไม่เห็นสนใจเลย”
ต่อว่าเจ้าเด็กไวไฟเบาๆ คนโดนต่อว่าหัวเราะหึๆอยู่กับซอกคอนวล ก่อนจะพูดงึมงำ
“ก็ฟังอยู่ พูดสิ”
เสียงห้าวดังแผ่วมาจากลำคอระหง เจ้าของลำคอถอนหายใจก่อนจะใช้มือดันตัวลูกหมีที่พยายามทำตัวเหมือนลูกลิงออกห่างให้สบตากัน แล้วเรียวปากอิ่มก็เอื้อนเอ่ย
“ครับ....พี่ก็รักยองอุน”
แม้น้ำเสียงหวานจะเบาแสนเบา แต่มันก็ชัดซะเหลือเกินในความรู้สึกของคนป่วย สิ้นคำพูดร่างบางก็โดนรั้งเข้าสู่อ้อมกอดกว้าง ใบหน้าหวานซุกลงตรงซอกคอคนเจ็บพอดี ทั้งสองคนตระกองกอดกันอยู่แบบนั้น ให้สัมผัสสื่อสารและบอกความรู้สึกมากมายกันเอง......
To be con.
ขาเรียวก้าวเขาไปในห้อง ในอกเต้นรัวกับสายตาของเจ้าตัวดีที่มองตรงมา อยากเข้าไปหาอีกฝ่ายแทบจะขาดใจ แต่ติดตรงที่เพื่อนของเจ้าตัวยังอยู่กันเต็มห้อง
แต่ก็ดูเหมือนกลุ่มเพื่อนของฝ่ายนั้นจะรู้ เพราะเพียงเขาเข้ามาไม่นาน กลุ่มเด็กหนุ่มต่างก็ขอตัวกลับออกไป ในห้องเหลือแค่เพียงร่างบางและเด็กหนุ่มตัวโต
คนเป็นพี่ชายเอาตะกร้าผลไม้ที่เพื่อนร่างเพรียวของเขาฝากมาไปวางไว้ตรงโต๊ะวางของข้างเตียง ความเงียบเข้าปกคลุม เพราะคนสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลย
จองซูหันรีหันขวางไม่รู้จะเริ่มพูดกับเจ้าตัวดีด้วยประโยคไหน ทั้งๆที่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม้จะโกรธกันก็ยังพูดกันได้ง่ายกว่านี้ แต่ตอนนี้เขากลับหาคำพูดที่จะพูดกับอีกฝ่ายไม่ได้ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ก็เลยได้แต่แกะผลไม้ในตะกร้าเพื่อจะเอามาปอก ทั้งๆที่ข้างตะกร้าก็ยังมีผลไม้ที่ปอกแล้วโดยฝีมือเพื่อนของอีกฝ่ายอยู่เต็มจาน.....
คนบนเตียงถอนหายใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่ยืนปอกผลไม้ไม่พูดไม่จาอยู่ข้างเตียง ไม่รู้ว่าคนคนนั้นคิดอะไรอยู่ หรือว่าพี่ชายคนดีจะเกลียดเขา จะโกรธเขาที่เอาแต่สร้างความลำบากใจให้จนไม่อยากพูดด้วย ใบหน้าหล่อคมละสายตาจากคนข้างๆ ไม่ชอบความเงียบแบบนี้เลยให้ตาย
ด้วยความอึดอัดคนป่วยจึงอยากลุกขึ้นนั่ง หันไปหาคนยืนไม่รู้ไม่ชี้ก็ยังเห็นไม่สนใจเขาอยู่ สุดท้ายเด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะยันตัวลุกขึ้นนั่งเอง แล้วก็ต้องส่งเสียงร้องออกมา
“โอ๊ย!”
เสียงอุทานทำเอาคนกำลังปอกผลไม้ไปคิดหาคำพูดไปตกใจจนแทบจะทิ้งมีด ก่อนจะถลาเข้ามาหา
“เป็นอะไร เจ็บตรงไหน?”
ถามอย่างร้อนรน ก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วตัวเจ้าน้องชาย
“พูดกับยองอุนได้แล้วเหรอ”
คนบนเตียงไม่ตอบคำถาม แต่กลับพูดไปอีกทาง เรียกให้คนที่กำลังก้มสำรวจหาบาดแผลบนตัวคนเจ็บต้องช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะพบเข้ากับสายตาคมที่มองอยู่เช่นกัน ร่างบางก้มหน้าก่อนจะจับแขนแกร่งประคองให้คนบนเตียงนั่งดีๆ
“เจ็บตรงไหนไหม ให้ตามหมอหรือเปล่า?”
อยากรู้ว่าที่ถามนี่เพราะว่าพี่ห่วงผม หรือเพราะพี่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบเรื่องที่ผมเจ็บตัวแทนพี่กันแน่ ถ้าบอกว่าเจ็บตรงหัวใจพี่จะตามหมอที่ไหนมารักษาผมกัน…
อยากบอกไปแบบนั้นแต่ก็เลือกที่จะเงียบไว้ ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นน้องที่ดี ก็ไม่สมควรพูดจาอะไรทำนองนั้น
จองซูเงยหน้าขึ้นมองคนบนเตียงก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยทำเอาใจหาย และเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงร่างบางจึงหันไปหยิบจานผลไม้บนโต๊ะขึ้นมาถือ
“ฮีชอลเขาฝากผลไม้มาเยี่ยมยองอุน ทานซะหน่อยนะ”
ทั้งๆที่อยากจะพูดเรื่องราวที่ยังคั่งค้างใจอยู่ก่อนหน้านี้ อยากถามว่ายังรักพี่ชายซื่อบื้อคนนี้อยู่ไหม แล้วยังอยากรู้ความรู้สึกกันอยู่หรือเปล่า หากแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้าพูดออกไป จึงจำเป็นต้องพูดเรื่องอื่นแทน
ยองอุนถอนหายใจเมื่อผลไม้ชิ้นเล็กถูกยื่นมาตรงหน้า
ขอร้อง...ถ้าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผมก็อย่ามาทำแบบนี้ อย่ามาทำเหมือนห่วงใย อย่ามาดูแลเกินความจำเป็น เพราะการกระทำแต่ละอย่างของพี่มันทำให้ผมคิดเกินเลยไปได้ไกล…
คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน เมื่อเห็นคนที่ยื่นผลไม้ไปจ่อที่ปากเอียงหน้าหลบไม่ยอมทาน
“ผมยังไม่หิว พี่มีอะไรจะไปทำก็ไปเถอะ งานที่บริษัทน่าจะเยอะ”
ในเมื่อยู่ด้วยกันแล้วมันอึดอัด ก็เลือกที่จะไล่พี่ชายให้กลับ ขอเวลาอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ขอเวลาตัดใจอีกนิด แล้วผมจะกลับไปเป็นน้องชายที่น่ารักของพี่เหมือนเคย.....
คนโดนไล่กลับไปทำงานขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจท่าทางราวกับรำคาญของเจ้าตัวดี หรือว่าเจ็บแผลกันนะเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี
มือเรียวค่อยๆยื่นออกไปลูบผ้าพันแผลบนอกแกร่งแผ่วเบา ราวกับจะขอโทษ เจ้าของบาดแผลทำหน้ายุ่ง เมื่อพี่ชายร่างบางลูบฝ่ามืออยู่บนแผงอกของตัวเอง แม้ว่ามันจะเป็นบนแผลแต่ก็ทำให้ปั่นป่วนได้ไม่น้อย ความคิดที่อยากจะตัดใจจากคนที่เลื่อนตัวขึ้นมานั่งอยู่ข้างเตียงชักสั่นคลอน และก่อนจะคิดฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้มือใหญ่ก็ตะครุบมือเรียวที่ลูบไล้อยู่บนแผลเอาไว้เสียก่อน
“ผมบอกให้กลับไป ไม่ได้ยินเหรอ”
คนโดนคว้ามือไว้ช้อนตาขึ้นมองเจ้าของบาดแผลที่อยู่ๆก็ทำเสียงเข้มใส่ ดวงตาโตฉายแววไม่เข้าใจ ไอ้ที่คิดว่าเจ้าตัวดีอาจจะเจ็บแผลแล้วหงุดหงิดนี่คงไม่ใช่แล้ว ดูยังไงอีกฝ่ายก็อยากไล่เขาไปให้พ้นหน้าซะมากกว่า ทำไมล่ะ ไหนบอกว่ารักพี่แล้วมาไล่กันทำไม หรือเพราะเรื่องที่พูดมานั่นมันไม่ใช่เรื่องจริงจังเลยไม่เก็บเอามาใส่ใจ
กำลังจะอ้าปากถามออกไป คนที่จับข้อมืออยู่นั่นก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ขอร้องล่ะ ถ้าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผมมากกว่าน้องชายก็อย่ามาทำอย่างนี้ มันทำให้ผมคิดอะไรเลยเถิดไปไกล.....”
ประโยคคล้ายจะบอกว่ากำลังเหนื่อยใจของคนป่วย ทำให้ร่างบางต้องเงยหน้ามองฝ่ายนั้น ก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าที่สู้จะไม่ดีนัก อีกฝ่ายปล่อยมือเขาพร้อมกับหันหน้าหนีไปทางอื่น
“ผมขอเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆ ตัดใจจากพี่ แล้วผมจะกลับไปเป็นน้องชายที่น่ารักเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นพี่กลับ...........”
ยังพูดไม่ทันจบประโยคแก้มขวาก็ถูกมือเรียวเล็กของคนนั่งอยู่ขอบเตียงยกขึ้นมากุมไว้ ก่อนจะออกแรงดึงให้กลับมามองตากัน
“ทุกวันนี้ยองอุนก็เป็นน้องที่น่ารักอยู่แล้วนี่ ทำไมต้องขอเวลากับพี่ด้วย”
รอยยิ้มพิมพ์ใจที่เห็นเมื่อไหร่ก็พาลจะยอมทำตามเจ้าของรอยยิ้มไปซะทุกเรื่องถูกส่งมาให้ ท่าทางสบายๆของพี่ชายร่างบางทำให้คนเจ็บนึกฉุนนัก ดูเอาเถอะทั้งๆที่อยากจะตัดใจแต่อีกฝ่ายกลับยิ่งทำให้ตัดใจไม่ลง เจ้าของใบหน้าหล่อคมกัดฟันข่มความรู้สึกที่ชักจะกรุ่น
“ผมจะขอเวลาทำไมมันก็ไม่ใช่เรื่องของพี่ กลับไปซะแล้วไม่ต้องมาอีก”
คนโดนไล่ยังทำตาแป๋วราวกับว่าไม่เข้าใจในคำบอกเล่า
“ถ้าพี่ไม่มาแล้วใครจะดูแลยองอุนล่ะ”
พูดกับเจ้าตัวโตก่อนจะแอบซ่อนรอยยิ้มอยากแกล้งเอาไว้ เด็กอะไรมาบอกว่ารักเขา มาทำให้คิดมาก แล้วก็มาทำให้ความเป็นพี่ชายที่สั่งสมมานานของเขาต้องพังลง แล้วก็มาบอกว่าจะตัดใจจากกันซะงั้น อย่างงี้มันโกงกันชัดๆ
เด็กหนุ่มตวัดสายตากลับมามองใบหน้าหวานก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง ก็แหมเล่นยื่นหน้ามาซะใกล้ใครมันจะดุลง คนป่วยถอนหายใจปัดความคิดฟุ้งซ่านที่ทำให้เขวออกไปจากหัว
“พยาบาลที่นี่เยอะแยะ เขาดูแลผมได้ พี่กลับไปเถอะ”
ขำกับท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเจ้าตัวดีนัก คิดเองเออเองไปซะทุกอย่าง เด็กซะจริง
“พี่กลัวว่าเขาจะดูแลยองอุนได้ไม่ดีพอนี่”
น้ำเสียงห่วงใย และความเอาใจใส่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพี่ชาย ทำเอาเด็กหนุ่มตัวโตต้องห้ามความรู้สึก พี่ไม่เข้าใจหรือยังไงกับความรู้สึกที่ผมบอกออกไป ถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมก็กรุณาอย่าทำตัวแบบเดิม มันทำให้ผมยิ่งคิดเกินเลยไปใหญ่
พยายามเบี่ยงหน้าออกจากมือเรียวที่ยังกุมอยู่ข้างแก้ม แต่อีกฝ่ายก็ยังตามมาจับเอาไว้ไม่เลิก จนสุดท้ายคนป่วยก็ชักหมดความอดทน
“เลิกทำแบบนี้กับผมซักที! ถ้าพี่คิดจะเป็นแค่พี่ชายของผม ก็เลิกทำราวกับว่าห่วงใยผมมากเกินกว่าน้องซักที!”
เจ้าของใบหน้าหวานสะดุ้งที่อยู่ๆเจ้าตัวดีก็เสียงดังใส่ซะอย่างนั้น คนที่เสียงดังใส่ยกมือขึ้นเสยผม ใบหน้าหล่อคมยุ่งเหยิงอย่างคนที่อารมณ์เสียสุดๆ คนโดนตวาดใส่ยิ้มก่อนจะยกมือตบแก้มสากเบาๆ
“อยู่ๆเสียงดังทำไมตกใจหมด”
คนอารมณ์เสียอ้าปากค้างกับอาการชิลๆของพี่ชายร่างบาง นี่พี่จองซูตัวจริงหรือเปล่าวะ คนตัวโตงงกับท่าทางไม่สนสื่อของคนตรงหน้าเต็มที่ คิ้วหนาขมวดพันกันยุ่ง
ยิ่งเห็นหน้าตาเจ้าน้องชายก็ยิ่งขำ สมน้ำหน้ามาทำให้เขาคิดมาก วุ่นวายใจและก็คิดอะไรไปร้อยแปด พอเขารู้หัวใจตัวเองกลับบอกว่าจะตัดใจ ฝันไปเถอะเจ้าตัวดี
ยองอุนกระพริบตาปริบๆ นี่กูพูดไม่เคลียร์หรือกูพูดไม่รู้เรื่องกันวะ ทำไมพูดอะไรไปคนหน้าหวานนี่ก็ยังทำท่าไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“อารมณ์เสียพอแล้ว ทานผลไม้สักหน่อยนะ”
นอกจากจะไม่ทุกข์ไม่ร้อนยังเปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย มือใหญ่คว้ามือที่ยื่นเอาผลไม้มาจ่อไว้ที่ปาก ใบหน้าหล่อคมขรึมลงอย่างอยากกดดันคนตรงหน้า
“พี่กำลังทำอะไรอยู่ ไม่เข้าใจที่ผมพูดเหรอ”
เจ้าของใบหน้าหวานเอียงคอ ก่อนจะกระพริบตาสองสามครั้ง
“เข้าใจสิ แต่กินผลไม้สักหน่อยนะ”
เด็กหนุ่มตัวโตพ่นลมออกปาก ไม่เข้าใจเขาจริงๆให้ตาย แล้วดูทำเข้า มานั่งทำแบ๊วใส่อีก เดี๋ยวปั๊ดจากที่อยากตัดใจจะกลับกลายเป็นอยากสานเยื่อใยต่อซะให้รู้แล้วรู้รอด
จองซูอมยิ้มกับอาการงอนตุ๊บป่องของเจ้าตัวดี ใจร้อนยังไงก็ยังใจร้อนอยู่อย่างนั้น นึกอยากจะสารภาพก็ทำ นึกอยากจะตัดใจก็ทำ แต่จะโทษเจ้าน้องชายก็ไม่ถูก เขาเองก็มีส่วนที่ทำให้อีกฝ่ายอยากจะตัดใจ
“ยองอุน พี่เมื่อยแล้วนะเมื่อไหร่จะกินซักที”
ยื่นผลไม้ไปจ่อไว้ที่ปากของคนป่วยอย่างไม่ยอมแพ้ คนที่สะบัดหน้าหนีไปทางอื่น หันกลับมาด้วยท่าทางไม่พอใจ
ดวงตาคมเบิกกว้าง เมื่อกะหันกลับมาเสียงดังใส่พี่ชายร่างบาง โทษฐานเซ้าซี้และพยายามทำให้เขาตัดใจจากอีกฝ่ายไม่ได้ด้วยการทำตัวเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ทันทีที่จะหันกลับมาต่อว่าฝ่ายนั้น ริมฝีปากได้รูปก็แตะสัมผัสเข้ากับเรียวปากอิ่มแผ่วเบา เด็กหนุ่มตัวโตอึ้งค้าง และยังอึ้งค้างเมื่อพี่ชายสุดที่รักละเรียวปากออกไปแล้ว มือใหญ่ยกขึ้นแตะปากตัวเอง พูดอะไรไม่ออกไปเลย
“ที่นี้จะอารมณ์ดีได้หรือยัง?”
เสียงหวานฉุดอาการเอ๋อรับประทานให้กลับคืนมา ดวงตาคมมองคนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง ใบหน้าหวานก้มลงมองจานผลไม้ในมือ เรียวปากอิ่มขบกันไว้แน่น แก้มนวลขึ้นสีจาง แววตาของคนตัวโตไหวระริกกับท่าทางแบบนั้น มันอาจจะดูไม่มีอะไรมากก็แค่พี่ชายร่างบางจูบเขา แต่มันมากเพราะว่าอีกฝ่ายจูบเขาก่อนที่ปากด้วย อาการไม่เสถียรทางอารมณ์ของคนป่วยหายเป็นปลิดทิ้ง แถมด้วยความอยากจะตัดใจแล้วกลับไปเป็นน้องชายอย่างเก่าก็หายไปชนิดกู่ไม่กลับ
จองซูไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเจ้าตัวดี บางครั้งเขาก็อยากตำหนิการตัดสินใจที่กล้าเกินไปของตัวเองเหลือเกิน
มือเรียวหมุนส้อมในจานผลไม้แก้อาการบางอย่างที่แล่นขึ้นมาแล้วไปออกบนใบหน้า พอคิดว่าป่านนี้เจ้าน้องชายจะทำหน้าแบบไหนอยู่ก็ชักไม่อยากนั่งตรงนี้แล้ว
“ถ้ายองอุนไม่กินงั้นพี่กลับนะ”
เออเนอะคนเรา ไล่กลับตั้งเท่าไหร่ไม่ยอมกลับ พอมาจูบเขาอย่างปริศนาเสร็จก็จะทิ้งไว้ให้ค้างคาแบบนี้น่ะเหรอ ไม่มีทาง...!
มือใหญ่เอื้อมคว้าแขนเรียวของคนที่ทำท่าจะลุกไปจากเตียง ทำเอาจานผลไม้ในมือของอีกฝ่ายตกลงพื้นเสียงดังสนั่น ร่างบางเซกลับมานั่งแหมะอยู่บนเตียง ไหล่เล็กสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอกของคนป่วย อยากขยับออกห่างอีกสักนิดแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อเจ้าตัวดีกอดเอวเขาไว้ไม่ปล่อยให้เคลื่อนไหวอิสระ ใบหน้าหวานเอียงหลบปลายจมูกของคนป่วย
“จูบยองอุนทำไม?”
คำถามตรงๆที่ตรงเกินไป เล่นเอาหัวใจของคนเป็นพี่ชายเต้นแรง คนที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนเจ็บกระพริบตาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะรู้สึกจั๊กจี้ที่ใบหูเพราะเจ้าตัวดีเริ่มจะคาดคั้น ด้วยการดุนปลายจมูกลงตรงนั้นเบาๆ
“ก็...ยองอุนอารมณ์ไม่ดี ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยได้”
คนป่วยกัดปาก ไม่คิดเข้าข้างตัวเองก็ต้องคิดแล้วล่ะวะ พี่มาจูบผมก่อนอย่างงี้ถึงอีก15นาทีพี่จะมาบอกว่าไม่ได้คิดอะไร ผมก็ไม่โง่ตัดใจหรอก ดวงตาคมมีแววลิงโลด ในอกกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง ความหวังที่เหมือนจะพังทลายกลับมาดังเดิม
“ถ้าแค่อารมณ์ไม่ดีแล้วพี่จองซูยอมจูบยองอุน งั้นตอนนี้ยองอุนโคตรอารมณ์ไม่ดีเลยพี่จะทำยังไง?”
เสียงห้าวกระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาคนโดนกระซิบหัวเราะคิกกับคำพูดคำจานั้น
คนตัวโตจับไหล่บางของคนที่นั่งหันข้างให้มาเผชิญหน้ากัน ตาสองตาสบประสานกันอย่างมีความหมาย บางอย่างที่เก็บไว้ในใจถ่ายทอดออกมาโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอย่างดีใจ ถ้าผมอ่านความรู้สึกไม่ผิด พี่ก็คิดแบบเดียวกับผมใช่ไหม ใบหน้าหล่อคมที่ซีดลงจากอาการเจ็บปวดเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าหวาน ก่อนจะประทับปลายจมูกลงบนข้างแก้มนวลแผ่วเบา ดวงตาโตหลุบลงเมื่อข้างแก้มรู้สึกถึงบางสิ่งที่เคล้าเคลียอยู่ตรงนั้น สัมผัสที่ไม่ใช่ในฐานะน้องชายของเจ้าตัวดี
“พูดออกมาได้ไหม ยองอุนอยากได้ยินจากปากพี่จองซู”
คำอ้อนวอนดังอยู่ข้างหู คนโดนอ้อนวอนหน้าร้อนฉ่าก้มหน้าต่ำลงอีก ก่อนจะต้องเงยขึ้นเพราะมือของคนเจ็บ
“ยองอุนรักพี่จองซู แล้วพี่จองซูล่ะรักยองอุนไหม?”
ในอกเต้นแรงกับคำสารภาพรักแบบตรงประเด็นของเจ้าน้องชาย ไม่รู้จะตอบออกไปแบบไหน หาคำพูดที่จะใช้ไม่เจอเลยได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“ไม่เอา~ พูดสิอย่าพยักหน้า”
คนป่วยทำเสียงยานคางก่อนจะดึงพี่ชายร่างบางเข้าไปกอด คนโดนกอดกัดปาก หมั่นไส้กับอาการขี้อ้อนของเจ้าตัวดีเหลือเกิน แล้วดูเอาเถอะบอกว่าให้เขาพูดออกมาแต่ตัวเองกลับไม่เห็นอยากจะฟังเท่าไหร่เลย คนโดนขอความรักย่นคอหนีปลายจมูกของคนเจ็บที่รู้สึกจะอาการดีขึ้นได้แค่เพียงในไม่กี่วินาที
“ยองอุน ไหนว่าอยากฟังพี่พูดไง ไม่เห็นสนใจเลย”
ต่อว่าเจ้าเด็กไวไฟเบาๆ คนโดนต่อว่าหัวเราะหึๆอยู่กับซอกคอนวล ก่อนจะพูดงึมงำ
“ก็ฟังอยู่ พูดสิ”
เสียงห้าวดังแผ่วมาจากลำคอระหง เจ้าของลำคอถอนหายใจก่อนจะใช้มือดันตัวลูกหมีที่พยายามทำตัวเหมือนลูกลิงออกห่างให้สบตากัน แล้วเรียวปากอิ่มก็เอื้อนเอ่ย
“ครับ....พี่ก็รักยองอุน”
แม้น้ำเสียงหวานจะเบาแสนเบา แต่มันก็ชัดซะเหลือเกินในความรู้สึกของคนป่วย สิ้นคำพูดร่างบางก็โดนรั้งเข้าสู่อ้อมกอดกว้าง ใบหน้าหวานซุกลงตรงซอกคอคนเจ็บพอดี ทั้งสองคนตระกองกอดกันอยู่แบบนั้น ให้สัมผัสสื่อสารและบอกความรู้สึกมากมายกันเอง......
To be con.




หวานสุดๆอ่าาา
คิๆๆๆๆนางฟ้าจูบหมีคังก่อน...
ในที่สุดก็เข้าใจกันซะที เล่นเอาแม่ยกลุ้นจนเหนื่อย
ปล.ช่วงนี้เครียดกับข่าวพี่หมีมากๆ..
ปล.2 อยากให้หมีคังกลับมาไวๆ
ปล.3 Super Junior '13' Forever
#1 By Mr.Anonymous (125.24.243.114) on 2009-10-24 18:34