[S] Give Me Your HEART! <10>
posted on 01 Nov 2009 10:54 by ayofix in SJFIC
Title: Give Me Your HEART! (ขอได้ไหม...หัวใจนางฟ้า) <10>
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: ฉลองเก้าชั่วโมงนรกตอนรอซื้อบัตรคอนฯ SSII ตอนนี้เลยเค้นน้ำตาลสุดตัว ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีอารมณ์หวาน แต่เพื่อลูกพี่..เราทำได้ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ มีอะไรก็ติชมกันได้ จะปรับปรุงเรื่อยๆ
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงกุกกัก พร้อมกับเสียงหนังบนโซฟาดังเพราะมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนนั้นปลุกโสตประสาทของคนบนเตียงให้ตื่นขึ้น หากคนตัวโตที่อยู่ในชุดคนไข้ก็ตัดโสตประสาทนั้นทิ้งก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงข้าง หันหลังให้โซฟาและประตู ไม่อยากสนใจต้นกำเนิดเสียง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อคิดว่าหันหลังให้แล้วความรำคาญจะลดลง แต่เสียงที่ดังอยู่ที่โซฟากลับยิ่งแว่วเข้าหูมากกว่าเดิม และแม้จะไม่อยากฟังมากเพียงใด หูกลับรับรู้ได้เป็นอย่างดี
“คิก...จั๊กจี้...ไม่เอาแล้ว…..เดี๋ยวมันก็ตื่นหรอก..อย่าน่า”
ริมฝีปากได้รูปเบ้ออกอย่างหน่ายใจ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว ไม่อยากสนใจเจ้าของต้นเสียงห้ามปรามที่ไม่มีความจริงจังอยู่ในน้ำเสียงสักนิด
“แน๊ะ....มาซนอะไรที่นี่...อย่าสิยุน...”
ไม่ต้องรอให้ได้เรียกชื่อครบ คนที่อยากจะหลับแต่ไม่ได้หลับสักทีก็สะบัดผ้าห่มออก ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างอารมณ์เสีย
“โว้ย....เหี้ยยุนโฮ เหี้ยแจจุง มึงจะเอากันที่นี่เลยไหม กูจะได้ออกไปรอข้างนอก”
ตะโกนใส่ต้นกำเนิดเสียงน่ารำคาญที่โซฟา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น แหมปากมึงห้ามแต่เสื้อมึงนี่หลุดลุ่ยไม่สมคำห้ามเลยนะไอ้แจจุง!
คนสองคนบนโซฟาหยุดกิจกรรมที่ทำร่วมกันไว้แต่เพียงเท่านั้น คนหน้าสวยก้มงุดก่อนจะจับตัวเสื้อที่ไม่เรียบร้อยให้เข้าที่ แล้วเลื่อนตัวลงจากตักของแฟนมันอย่างอายๆ ผิดกับไอ้หล่อเจ้าของตักที่นั่งทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านอยู่เหมือนเดิม
“ตื่นแล้วเหรอไอ้ยองอุน”
คิ้วขวาของคนตัวโตกระตุกกับคำทักทายของไอ้เพื่อนชั่ว มึงถามกูว่าได้หลับหรือยังจะลื่นหูกว่าอีกนะไอ้ยุนโฮ
คนบนเตียงส่ายหัวก่อนจะละสายตาจากมันสองคน ทั้งสามคนเงียบกันไปแต่คนป่วยก็ยังเหล่มองไอ้เพื่อนรักที่รักกันเกินเพื่อน มันสองคนก็ยังนั่งกอดกันอยู่ กูรู้ว่าพวกมึงใจไม่เคยคิดจะปิดบังกู แต่อย่ามาทำให้เห็นมากนักสิวะ เพราะกูก็โหยหาคนของกูเหมือนกัน คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเสียหนึ่งครั้ง ก็นะวันนี้เขาโดนพี่ชายสุดที่รักทิ้งไว้กับไอ้สองผัวเมียนี่มาตั้งแต่เช้า เพราะว่าอีกฝ่ายต้องออกไปจัดการธุระบางอย่าง และเพราะว่ามันสองคนมาเยี่ยมเขาพอดีก็เลยโดนคนที่ออกไปทำธุระฝากฝังให้ช่วยอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าพี่ชายร่างบางจะกลับเข้ามา....เฮ้อเบื่อ
“ถอนหายใจทำไมไอ้ยองอุน รู้แล้วล่ะน่าว่าไม่อยากอยู่กับกูสองคน เถอะเดี๋ยวพอพี่ชายสุดที่รักสุดที่บูชามึงมากูจะรีบไปให้พ้นไวๆ”
คนป่วยหันไปมองไอ้สวยที่ทำหน้าตาไม่ค่อยชอบใจกับอาการเบื่อหน่ายไม่ปิดบังของเขา เออไอ้นี่อยู่ดีๆก็งอน แค่กูตื่นมาขัดจังหวะมึงกับสามีแค่นี้เอง.....
“อารมณ์เสียที่ไม่ได้เอากับไอ้ยุนโฮก็อย่ามาพาลกูแจจุง ถ้าอยากมากเดี๋ยวกูออกไปเดินเล่นข้างนอกให้ก็ได้”
ตอกกลับไอ้หน้าสวยขี้วีนไปอย่างสบายๆ เหอะมึงคิดว่ามึงอารมณ์เสียเป็นคนเดียวหรือไง กูก็รมณ์บ่จอยเว้ย อยากกอดพี่จองซู!
“ไอ้.....”
เสียงหวานของคนตัวบางบนโซฟากำลังจะด่าออกมาเป็นชุด หากแต่ก็ต้องหยุดปากไว้เพราะฝ่ามือใหญ่ของคนข้างตัวเลื่อนมาปิดบัง
“เป็นเหี้ยอะไรยองอุน อารมณ์เสียอะไรนักหนา หรือโกรธกูสองคนที่ทำเสียงดังจริงๆ กูจะได้ขอโทษ”
คนลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงหมอนอยู่บนเตียงปล่อยลมออกมาทางจมูกก่อนจะกรอกตาไปมา น้ำเสียงที่ไอ้เพื่อนหน้าหล่อพูดมันก็ราบเรียบดีน่ะนะ แต่ถ้อยคำมันนี่ฟังยังไงก็ประชดกันชัดๆ เด็กหนุ่มหันไปหาคนสองคนบนโซฟา ก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าไอ้สวยขี้วีนแล้วถอนหายใจ
“ขอโทษแล้วกันไอ้แจจุง กูไม่ได้อารมณ์เสียเพราะมึง แต่กูแค่คิดว่าเมื่อไหร่พี่จองซูจะกลับก็เท่านั้นเอง”
พอใจหรือยังครับ คุณชายชอง ผมกราบขอขมาเมียสุดที่รักของคุณแล้วนะขอรับ หันไปสบตากับไอ้หล่อแล้วบอกมันผ่านสายตา คนนั่งไขว่ห้างอยู่คลี่ยิ้มที่เห็นแล้วน่าถีบสุดๆ
“เดี๋ยวเขาก็กลับมาหรอก พี่จองซูเขาห่างมึงได้นานที่ไหน”
เป็นไอ้สวยที่พอได้รับคำขอโทษก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตา ได้ฟังคำเพื่อนก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น การนอนอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่มีร่างบางกับแก้มนิ่มของใครบางคนให้สัมผัสนี่มันน่าเบื่อบรรลัย.......
“ไอ้ยูชอนกับไอ้จุนซูมันไปไหนวะ หายหัวไปเลย ลืมไปแล้วมั๊งว่ากูอยู่โรงบาล”
ในเมื่อคิดไปก็รังแต่จะฟุ้งซ่านเลยหาเรื่องคุยกับอีกสองคนในห้องไปเรื่อย
“วันนี้มันพาจุนซูน้อยของมันไปสวนสนุกที่บ้านมันเปิด แต่โทรมาถามกูแล้วว่ามึงเป็นไงมั่ง”
ร่างสูงตอบกลับด้วยท่าทางสบายๆ ทั้งสามคนดูผ่อนคลายอย่างมาก
“โหรักกูเนอะ กูนอนเจ็บอยู่มันยังไปเที่ยวสวนสนุกกันได้”
คนเจ็บบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร
“อย่าไปว่ามันเลย กูก็ว่าถ้าพี่ชายที่รักมึงมาก็จะตามไปเที่ยวกับมันสองคน”
คนตัวบางบอกก่อนจะยิ้มอย่างตื่นเต้น คนบนเตียงมองแล้วส่ายหน้า อยากบอกมันว่ามึงน่ะมีผัวแล้วนะยังจะไปเที่ยวสวนสนุกเป็นเด็ก15หยกๆ16หย่อนๆอยู่อีกเหรอ
“มึงจะลากไอ้หน้าหมีนั่นไปสวนสนุกคิดดีแล้วเหรอวะแจจุง โดนเด็กสาวมัธยมโฉบไปแดกไม่ต้องมาร้องไห้ฟูมฟายกับกูนะมึง”
ทิ้งระเบิดให้คนหน้าสวยที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก็คงวาดแพลนเที่ยวไว้เยอะให้คิดหนักเล่น ก่อนจะแอบขำกับท่าทางคิดหนักของมัน ร่างสูงของคนมีใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน่ายๆก่อนจะมองตรงไปยังไอ้ตัวดีที่นั่งหัวเราะอย่างขำขันอยู่บนเตียง เมื่อคนตัวบางข้างตัวหันมามองหน้าเอาอย่างเป็นจริงเป็นจัง คล้ายกับอยากให้เอ่ยสาบานว่าหากไปเที่ยวด้วยกันจะไม่แลตามองใคร เอาคืนได้แสบเหลือหลาย ไอ้คุณชายคิม.....
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเด็กหนุ่มทั้งสามก็ยังนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย จนประตูห้องเปิดออกและคนที่เจ้าของใบหน้าหล่อคมรอคอยมาครึ่งค่อนวันก็โผล่หน้าเข้ามา
“ขอโทษนะ น้องยุนโฮ น้องแจจุง ช้าไปนิด”
รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งมาให้เจ้าของชื่อทั้งสอง ขาเรียวก้าวเข้ามาในห้องก่อนจะถือกระเช้าผลไม้ไปวางไว้ข้างเตียงเจ้าตัวดี แอบขำคนบนเตียงที่ทำหน้าตาราวกับถูกรางวัลอะไรสักอย่างทันทีที่เขากลับเข้ามา วางตะกร้าผลไม้เสร็จกำลังจะหันไปดูอาการเจ้าน้องชายโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีสต์ก็ดังขึ้นเสียก่อน จองซูหยิบขึ้นมากดรับ ก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มบนเตียงที่คว้ามือเขาไปจับเอาไว้แล้ว
“อืม...ว่าไงฮีชอล”
คนบนเตียงขมวดคิ้ว อยากตะโกนใส่โทรศัพท์ของคนที่กุมมือเอาไว้นัก จะโทรมาทำไมนักหนาขอเวลาส่วนตัวกันสักหน่อยไม่ได้เหรอ แต่ถ้าหากทำอย่างนั้นรับรองว่าต้องโดนโกรธแน่นอน สุดท้ายจึงเลือกที่จะนั่งเงียบ ปล่อยให้คนที่เอาคอหนีบโทรศัพท์ไว้ แล้วใช้มือทั้งสองข้างแกะปมเชือกบนชุดคนไข้ เอ่อได้เวลาเช็ดตัวแล้วนี่หว่า
“ว่ายังไงนะ.....เหรอ.....ยึดบ้านได้แล้วใช่ไหม........อืม........แต่เท่าที่ฉันรู้เขายังเหลือบ้านพักตากอากาศที่เกาะเซจู
อีกหลัง ยึดมาให้หมด แม้แต่เงินสักวอนก็อย่าให้เหลือติดตัว”
สั่งปลายสายเสร็จโทรศัพท์ที่ถูกหนีบไว้ที่ซอกคอก็ถูกมือเรียวหยิบเอามากดวาง ก่อนจะหันไปสนใจกับชุดคนไข้ของเจ้าตัวดี
ยองอุนทำหน้ากระอักกระอ่วนใจเมื่อพอเดาได้ว่าพี่ชายสุดที่รักออกไปไหนมา คงออกไปคุยเรื่องเอาคืนผู้จัดการมินโฮที่ส่งคนมายิงเขานั่นแหละ แรกๆก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ออกแนวโดนซะบ้างเผื่อสำนึก แต่ตอนนี้ชักสงสารครอบครัวนั้นขึ้นมานิดหน่อย ก็นะพี่ชายที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นคนรักเล่นกัดไม่ปล่อย กะไม่ให้มีโอกาสลืมตาอ้าปากอีกเลย ความจริงผู้จัดการมินโฮน่ะโดนจับไปแล้ว ไม่ใช่ข้อหาจ้างวานฆ่าแต่อย่างใด แต่เป็นข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินของบริษัทพ่อเขาและบริษัทที่ฝ่ายนั้นเคยทำงานให้ พี่ชายร่างบางเล่นขุดทุกการทุจริตของฝ่ายนั้นขึ้นมาแล้วส่งให้ตำรวจ ฝ่ายนั้นก็เลยต้องไปใช้ชีวิตบั่นปลายในคุกไปตามระเบียบ แค่นั้นก็นึกว่าคนถอดชุดให้อยู่นี่จะหยุด เปล่าเลย เพราะแม้แต่ทรัพย์สินอื่นที่ภรรยาและลูกสาวผู้จัดการมินโฮครอบครอง พี่ชายร่างบางก็ยังหาทางยึดมาเสียหมด เรียกง่ายๆกะเอาให้ไม่เหลืออะไรติดตัวเลยสักอย่าง คิดแล้วมันก็น่าสงสาร
“พี่จองซูไม่ต้องยึดเขาไม่ได้เหรอ ให้เขาเหลือบ้านไว้สักหลังก็ได้”
เจ้าของมือเรียวที่ถอดชุดให้อยู่เหลือบตาขึ้นมอง ดวงตาโตจ้องเป๋งมาที่เขา แล้วเจ้าตัวก็หลุบตาลงตามเดิม
“ทำไม เกิดนึกสงสารอดีตเลขาเหรอ? งั้นยองอุนก็โอนทรัพย์สินส่วนของยองอุนให้เขาไปสิ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดทำเอาคนที่พูดออกมาเพราะความสงสารต้องปิดปากเงียบ เหอะ....ขืนโอนให้ คนข้างเตียงนี่ก็ยึดกลับมาหมดอยู่ดี.....
จากที่อารมณ์ดีอยู่คิ้วเรียวกลับพันกันยุ่ง ไม่ชอบใจที่เจ้าตัวดีมาห้ามให้เขาหยุดการเอาคืนจากตระกูลโน จะให้หยุดเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ ให้รู้กันไปเลยว่าอย่าได้มายุ่งกับเขาและเจ้าตัวดีอีก นิ่งๆเงียบๆก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้รังแกกันได้ง่ายนัก.........
เหมือนจะรู้ว่าทำพลาดไปแล้ว เด็กหนุ่มตัวโตถอนหายใจกับท่าทางงอนเงียบของพี่ชายร่างบาง กูไม่น่าแกว่งปากหาเสี้ยนเล๊ยให้ตาย........ดวงตาคมมองตามหลังคนที่ถอดเสื้อคนไข้ให้เสร็จเดินหายเข้าห้องน้ำไป ก่อนจะถอนหายใจ แล้วหันกลับมาถลึงตาใส่ไอ้เพื่อนเวรที่ยกมือปิดปากห้ามเสียงหัวเราะ
“ควายจริงยองอุนเอ๊ย.....”
ยุนโฮส่ายหน้า กับความใจดีผิดที่ผิดเวลาของไอ้คนบนเตียงจนทำให้หวานใจมันงอน
“อย่างงี้แหละยุนโฮ เขาเรียกหมีควายตายเพราะปาก ฮ่าๆๆๆ”
คนโดนหัวเราะเหล่ตามองไอ้สวย เออรุมกูเข้าไป เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวกูจะบอกผัวมึงว่าเด็กในร้านเหล้าแอบจีบมึง ไอ้แจจุง.......
ยองอุนหันไปมองทางห้องน้ำ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่คนในนั้นจะออกมาให้ง้อสักทีแต่ก็ยังไร้วี่แวว จนไอ้สองผัวเมียมันลุกมาจากโซฟา มายืนข้างเตียง
“งั้นกูกลับก่อนแล้วกันนะไอ้ยองอุน พี่ชายสุดที่รักมึงมาแล้วนี่”
เป็นไอ้สวยที่เดินมาเกาะข้างเตียง
“เอางั้นเหรอวะ เออกลับดีๆแล้วกัน เหี้ยยุนอย่าขับรถเร็วนักนะ ฝนตกถนนลื่น”
หันไปคุยกับไอ้หล่อที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลังแฟนมัน คนโดนกำชับพยักหน้าให้แล้วเดินเข้ามาใกล้เตียง ก่อนจะเอื้อมมือมาวางไว้ตรงกลางลำตัวคนป่วยแล้วบีบไม่เบานัก
“ง้อพี่เขาดีๆ อย่าเสือกทำอะไรทะลึ่งนะมึง เดี๋ยวแผลฉีกจะอยู่อีกนาน”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาละมือออกไปแล้ว หากแต่คนโดนแกล้งกลับรู้สึกจุกนิดๆ
“ไอ้สัด! เล่นเลวๆ ใสหัวไปทั้งผัวทั้งเมียเลยมึง!”
คนป่วยตะโกนใส่ไอ้สองคนที่หัวเราะอย่างสนุกสนานเต็มประดา ขณะกำลังเดินไปที่ประตู และเมื่อคนสองคนออกไปแล้ว เด็กหนุ่มก็คลี่ยิ้มก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อยไม่ได้โกรธเคืองการละเล่นแสนห่ามของไอ้เพื่อนรัก........
คนหายเข้าไปเอาอุปกรณ์เช็ดตัวในห้องน้ำกลับออกมา ร่างบางวางถังใส่น้ำลงข้างเตียงก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบลงไป เมื่อบิดพอหมาดก็เอามาเช็ดไปบนอกกว้างของคนบนเตียง เจ้าของใบหน้าหล่อคมมองหน้าคนเช็ดตัวให้ เห็นอีกฝ่ายยังเช็ดไปเรื่อยไม่พูดไม่จาก็อ่อนใจ มือใหญ่คว้ามือเรียวบนอกไว้ก่อนจะออกแรงดึงร่างพี่ชายให้ขึ้นนั่งบนเตียง คนโดนดึงให้นั่งก็ยอมแต่โดยดีไม่ได้ขัดขืนอะไร เด็กหนุ่มตัวโตมองใบหน้าหวานที่ติดจะเรียบเฉยก่อนจะยื่นหน้าเอาปลายจมูกชนแก้มนวลนั้นอย่างต้องการง้อ
“ยองอุนไม่ได้เป็นห่วงยูนาสักหน่อย แค่สงสารแม่เขาเท่านั้นเอง”
จองซูเหลือบตาขึ้นมองเจ้าน้องชายที่ตั้งแต่เลื่อนตำแหน่งปุ๊บก็คลุกวงในเขาเป็นงานประจำปั๊บอย่างตำหนิ
“จะสงสารจะเห็นใจก็ให้มันถูกคน พี่ไม่ได้ดูแลยองอุนมาเพื่อให้ใครเอาปืนมายิงเล่น บ้านนั้นสมควรได้รับบทเรียนซะบ้าง”
น้ำเสียงราบเรียบติดจะค่อนไปทางติติงทำเอาคิ้วหนาเลิกขึ้น ออกมาแล้วซินะมาดเด็ดขาดของพี่ชายร่างบาง แต่ก็ยังพอมีทางแก้ให้มาดนี้มันหลุดอยู่บ้าง คนป่วยแอบยิ้มก่อนจะสอดแขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวบางแล้วเอาแก้มแนบแก้มคนเฉียบขาด
“แหม.....ก็พูดแค่นั้น หึงไปได้…”
กระซิบข้างหูพี่ชายด้วยน้ำเสียงทะเล้น คนโดนกล่าวหาขำกับคำพูดนั้น ก่อนจะผละตัวออกมาจากอ้อมกอดเจ้าตัวดี
“ใครเขาหึง ดูสารรูปตัวเองตอนนี้ก่อนเถอะ ให้ฟรีแถมข้าวสารอีกสามคันรถพี่ยังคิดดูก่อนเลย”
เย้าคนป่วยที่ดูโทรมมากอยู่ ก่อนจะหัวเราะคิก เมื่อเจ้าตัวดีงับหูเขาเป็นการลงโทษ
เพราะคำพูดที่สุดแสนจะดูแคลนจากคนในวงแขนเลยอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้ คงต้องลงโทษกันซะหน่อยแล้ว เด็กหนุ่มตัวโตแกล้งรัดร่างตรงหน้า ก่อนจะกัดหูนิ่มไม่เบานัก หากแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้ แขนแกร่งรัดร่างบางให้แน่นเข้าจนคนโดนรัดต้องร้องออกมา
“ถึงพี่จองซูไม่เอา เชื่อเถอะว่ายังมีอีกหลายคนเอา อย่างน้อยก็ลูกสาวผู้จัดการมินโฮ”
พูดยังไม่ทันจบก็เจ็บจี๊ดที่ต้นแขน เมื่อพี่ชายสุดที่รักบิดตรงนั้นอย่างไม่ออมแรง ก่อนจะเงยหน้ามาถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง เด็กหนุ่มไม่ได้เกรงกลัวสายตาพี่ชายร่างบางแม้สักนิดกลับยักคิ้วให้คนในวงแขนอย่างท้าทาย ก่อนจะก้มหน้าลงจูบปากอิ่มอย่างเหนือกว่า
“เนี่ยนะคนไม่หึง”
พูดกับคนในวงแขนเมื่อละปากออกมาแล้ว เจ้าของเรียวปากอิ่มเงยหน้ามองเจ้าตัวดีที่นับวันชักจะหาทางจัดการลำบากขึ้นทุกที ก่อนจะอดไม่ได้ต้องยกมือขึ้นตบแก้มสากไม่แรงนัก
“กวนประสาทนักนะ”
ต่อว่าไม่จริงจังซึ่งเจ้าคนโดนว่าก็ทำหน้าไม่สะทกสะท้าน แถมยังก้มหน้าลงมารออะไรบางอย่าง ด้วยท่าทางไม่สำนึกผิด จองซูมองหน้าหล่อคมอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นหน้าเอาเรียวปากอิ่มไปแตะริมฝีปากได้รูปของเจ้าตัวดีตามที่ฝ่ายนั้นขอ ไม่น่าเชื่อว่าพอสถานะเปลี่ยนการทำแบบนี้ก็เป็นเรื่องไม่น่าอาย....
Author: Ayo
Paring: KangTeuk
Rate: PG-15(This Part)
Category: Romantic / Comedy
Author’s Note: ฉลองเก้าชั่วโมงนรกตอนรอซื้อบัตรคอนฯ SSII ตอนนี้เลยเค้นน้ำตาลสุดตัว ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีอารมณ์หวาน แต่เพื่อลูกพี่..เราทำได้ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ มีอะไรก็ติชมกันได้ จะปรับปรุงเรื่อยๆ
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงกุกกัก พร้อมกับเสียงหนังบนโซฟาดังเพราะมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนนั้นปลุกโสตประสาทของคนบนเตียงให้ตื่นขึ้น หากคนตัวโตที่อยู่ในชุดคนไข้ก็ตัดโสตประสาทนั้นทิ้งก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงข้าง หันหลังให้โซฟาและประตู ไม่อยากสนใจต้นกำเนิดเสียง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อคิดว่าหันหลังให้แล้วความรำคาญจะลดลง แต่เสียงที่ดังอยู่ที่โซฟากลับยิ่งแว่วเข้าหูมากกว่าเดิม และแม้จะไม่อยากฟังมากเพียงใด หูกลับรับรู้ได้เป็นอย่างดี
“คิก...จั๊กจี้...ไม่เอาแล้ว…..เดี๋ยวมันก็ตื่นหรอก..อย่าน่า”
ริมฝีปากได้รูปเบ้ออกอย่างหน่ายใจ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว ไม่อยากสนใจเจ้าของต้นเสียงห้ามปรามที่ไม่มีความจริงจังอยู่ในน้ำเสียงสักนิด
“แน๊ะ....มาซนอะไรที่นี่...อย่าสิยุน...”
ไม่ต้องรอให้ได้เรียกชื่อครบ คนที่อยากจะหลับแต่ไม่ได้หลับสักทีก็สะบัดผ้าห่มออก ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างอารมณ์เสีย
“โว้ย....เหี้ยยุนโฮ เหี้ยแจจุง มึงจะเอากันที่นี่เลยไหม กูจะได้ออกไปรอข้างนอก”
ตะโกนใส่ต้นกำเนิดเสียงน่ารำคาญที่โซฟา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น แหมปากมึงห้ามแต่เสื้อมึงนี่หลุดลุ่ยไม่สมคำห้ามเลยนะไอ้แจจุง!
คนสองคนบนโซฟาหยุดกิจกรรมที่ทำร่วมกันไว้แต่เพียงเท่านั้น คนหน้าสวยก้มงุดก่อนจะจับตัวเสื้อที่ไม่เรียบร้อยให้เข้าที่ แล้วเลื่อนตัวลงจากตักของแฟนมันอย่างอายๆ ผิดกับไอ้หล่อเจ้าของตักที่นั่งทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านอยู่เหมือนเดิม
“ตื่นแล้วเหรอไอ้ยองอุน”
คิ้วขวาของคนตัวโตกระตุกกับคำทักทายของไอ้เพื่อนชั่ว มึงถามกูว่าได้หลับหรือยังจะลื่นหูกว่าอีกนะไอ้ยุนโฮ
คนบนเตียงส่ายหัวก่อนจะละสายตาจากมันสองคน ทั้งสามคนเงียบกันไปแต่คนป่วยก็ยังเหล่มองไอ้เพื่อนรักที่รักกันเกินเพื่อน มันสองคนก็ยังนั่งกอดกันอยู่ กูรู้ว่าพวกมึงใจไม่เคยคิดจะปิดบังกู แต่อย่ามาทำให้เห็นมากนักสิวะ เพราะกูก็โหยหาคนของกูเหมือนกัน คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเสียหนึ่งครั้ง ก็นะวันนี้เขาโดนพี่ชายสุดที่รักทิ้งไว้กับไอ้สองผัวเมียนี่มาตั้งแต่เช้า เพราะว่าอีกฝ่ายต้องออกไปจัดการธุระบางอย่าง และเพราะว่ามันสองคนมาเยี่ยมเขาพอดีก็เลยโดนคนที่ออกไปทำธุระฝากฝังให้ช่วยอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าพี่ชายร่างบางจะกลับเข้ามา....เฮ้อเบื่อ
“ถอนหายใจทำไมไอ้ยองอุน รู้แล้วล่ะน่าว่าไม่อยากอยู่กับกูสองคน เถอะเดี๋ยวพอพี่ชายสุดที่รักสุดที่บูชามึงมากูจะรีบไปให้พ้นไวๆ”
คนป่วยหันไปมองไอ้สวยที่ทำหน้าตาไม่ค่อยชอบใจกับอาการเบื่อหน่ายไม่ปิดบังของเขา เออไอ้นี่อยู่ดีๆก็งอน แค่กูตื่นมาขัดจังหวะมึงกับสามีแค่นี้เอง.....
“อารมณ์เสียที่ไม่ได้เอากับไอ้ยุนโฮก็อย่ามาพาลกูแจจุง ถ้าอยากมากเดี๋ยวกูออกไปเดินเล่นข้างนอกให้ก็ได้”
ตอกกลับไอ้หน้าสวยขี้วีนไปอย่างสบายๆ เหอะมึงคิดว่ามึงอารมณ์เสียเป็นคนเดียวหรือไง กูก็รมณ์บ่จอยเว้ย อยากกอดพี่จองซู!
“ไอ้.....”
เสียงหวานของคนตัวบางบนโซฟากำลังจะด่าออกมาเป็นชุด หากแต่ก็ต้องหยุดปากไว้เพราะฝ่ามือใหญ่ของคนข้างตัวเลื่อนมาปิดบัง
“เป็นเหี้ยอะไรยองอุน อารมณ์เสียอะไรนักหนา หรือโกรธกูสองคนที่ทำเสียงดังจริงๆ กูจะได้ขอโทษ”
คนลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงหมอนอยู่บนเตียงปล่อยลมออกมาทางจมูกก่อนจะกรอกตาไปมา น้ำเสียงที่ไอ้เพื่อนหน้าหล่อพูดมันก็ราบเรียบดีน่ะนะ แต่ถ้อยคำมันนี่ฟังยังไงก็ประชดกันชัดๆ เด็กหนุ่มหันไปหาคนสองคนบนโซฟา ก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าไอ้สวยขี้วีนแล้วถอนหายใจ
“ขอโทษแล้วกันไอ้แจจุง กูไม่ได้อารมณ์เสียเพราะมึง แต่กูแค่คิดว่าเมื่อไหร่พี่จองซูจะกลับก็เท่านั้นเอง”
พอใจหรือยังครับ คุณชายชอง ผมกราบขอขมาเมียสุดที่รักของคุณแล้วนะขอรับ หันไปสบตากับไอ้หล่อแล้วบอกมันผ่านสายตา คนนั่งไขว่ห้างอยู่คลี่ยิ้มที่เห็นแล้วน่าถีบสุดๆ
“เดี๋ยวเขาก็กลับมาหรอก พี่จองซูเขาห่างมึงได้นานที่ไหน”
เป็นไอ้สวยที่พอได้รับคำขอโทษก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตา ได้ฟังคำเพื่อนก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น การนอนอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่มีร่างบางกับแก้มนิ่มของใครบางคนให้สัมผัสนี่มันน่าเบื่อบรรลัย.......
“ไอ้ยูชอนกับไอ้จุนซูมันไปไหนวะ หายหัวไปเลย ลืมไปแล้วมั๊งว่ากูอยู่โรงบาล”
ในเมื่อคิดไปก็รังแต่จะฟุ้งซ่านเลยหาเรื่องคุยกับอีกสองคนในห้องไปเรื่อย
“วันนี้มันพาจุนซูน้อยของมันไปสวนสนุกที่บ้านมันเปิด แต่โทรมาถามกูแล้วว่ามึงเป็นไงมั่ง”
ร่างสูงตอบกลับด้วยท่าทางสบายๆ ทั้งสามคนดูผ่อนคลายอย่างมาก
“โหรักกูเนอะ กูนอนเจ็บอยู่มันยังไปเที่ยวสวนสนุกกันได้”
คนเจ็บบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร
“อย่าไปว่ามันเลย กูก็ว่าถ้าพี่ชายที่รักมึงมาก็จะตามไปเที่ยวกับมันสองคน”
คนตัวบางบอกก่อนจะยิ้มอย่างตื่นเต้น คนบนเตียงมองแล้วส่ายหน้า อยากบอกมันว่ามึงน่ะมีผัวแล้วนะยังจะไปเที่ยวสวนสนุกเป็นเด็ก15หยกๆ16หย่อนๆอยู่อีกเหรอ
“มึงจะลากไอ้หน้าหมีนั่นไปสวนสนุกคิดดีแล้วเหรอวะแจจุง โดนเด็กสาวมัธยมโฉบไปแดกไม่ต้องมาร้องไห้ฟูมฟายกับกูนะมึง”
ทิ้งระเบิดให้คนหน้าสวยที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก็คงวาดแพลนเที่ยวไว้เยอะให้คิดหนักเล่น ก่อนจะแอบขำกับท่าทางคิดหนักของมัน ร่างสูงของคนมีใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน่ายๆก่อนจะมองตรงไปยังไอ้ตัวดีที่นั่งหัวเราะอย่างขำขันอยู่บนเตียง เมื่อคนตัวบางข้างตัวหันมามองหน้าเอาอย่างเป็นจริงเป็นจัง คล้ายกับอยากให้เอ่ยสาบานว่าหากไปเที่ยวด้วยกันจะไม่แลตามองใคร เอาคืนได้แสบเหลือหลาย ไอ้คุณชายคิม.....
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเด็กหนุ่มทั้งสามก็ยังนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย จนประตูห้องเปิดออกและคนที่เจ้าของใบหน้าหล่อคมรอคอยมาครึ่งค่อนวันก็โผล่หน้าเข้ามา
“ขอโทษนะ น้องยุนโฮ น้องแจจุง ช้าไปนิด”
รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งมาให้เจ้าของชื่อทั้งสอง ขาเรียวก้าวเข้ามาในห้องก่อนจะถือกระเช้าผลไม้ไปวางไว้ข้างเตียงเจ้าตัวดี แอบขำคนบนเตียงที่ทำหน้าตาราวกับถูกรางวัลอะไรสักอย่างทันทีที่เขากลับเข้ามา วางตะกร้าผลไม้เสร็จกำลังจะหันไปดูอาการเจ้าน้องชายโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีสต์ก็ดังขึ้นเสียก่อน จองซูหยิบขึ้นมากดรับ ก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มบนเตียงที่คว้ามือเขาไปจับเอาไว้แล้ว
“อืม...ว่าไงฮีชอล”
คนบนเตียงขมวดคิ้ว อยากตะโกนใส่โทรศัพท์ของคนที่กุมมือเอาไว้นัก จะโทรมาทำไมนักหนาขอเวลาส่วนตัวกันสักหน่อยไม่ได้เหรอ แต่ถ้าหากทำอย่างนั้นรับรองว่าต้องโดนโกรธแน่นอน สุดท้ายจึงเลือกที่จะนั่งเงียบ ปล่อยให้คนที่เอาคอหนีบโทรศัพท์ไว้ แล้วใช้มือทั้งสองข้างแกะปมเชือกบนชุดคนไข้ เอ่อได้เวลาเช็ดตัวแล้วนี่หว่า
“ว่ายังไงนะ.....เหรอ.....ยึดบ้านได้แล้วใช่ไหม........อืม........แต่เท่าที่ฉันรู้เขายังเหลือบ้านพักตากอากาศที่เกาะเซจู
อีกหลัง ยึดมาให้หมด แม้แต่เงินสักวอนก็อย่าให้เหลือติดตัว”
สั่งปลายสายเสร็จโทรศัพท์ที่ถูกหนีบไว้ที่ซอกคอก็ถูกมือเรียวหยิบเอามากดวาง ก่อนจะหันไปสนใจกับชุดคนไข้ของเจ้าตัวดี
ยองอุนทำหน้ากระอักกระอ่วนใจเมื่อพอเดาได้ว่าพี่ชายสุดที่รักออกไปไหนมา คงออกไปคุยเรื่องเอาคืนผู้จัดการมินโฮที่ส่งคนมายิงเขานั่นแหละ แรกๆก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ออกแนวโดนซะบ้างเผื่อสำนึก แต่ตอนนี้ชักสงสารครอบครัวนั้นขึ้นมานิดหน่อย ก็นะพี่ชายที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นคนรักเล่นกัดไม่ปล่อย กะไม่ให้มีโอกาสลืมตาอ้าปากอีกเลย ความจริงผู้จัดการมินโฮน่ะโดนจับไปแล้ว ไม่ใช่ข้อหาจ้างวานฆ่าแต่อย่างใด แต่เป็นข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินของบริษัทพ่อเขาและบริษัทที่ฝ่ายนั้นเคยทำงานให้ พี่ชายร่างบางเล่นขุดทุกการทุจริตของฝ่ายนั้นขึ้นมาแล้วส่งให้ตำรวจ ฝ่ายนั้นก็เลยต้องไปใช้ชีวิตบั่นปลายในคุกไปตามระเบียบ แค่นั้นก็นึกว่าคนถอดชุดให้อยู่นี่จะหยุด เปล่าเลย เพราะแม้แต่ทรัพย์สินอื่นที่ภรรยาและลูกสาวผู้จัดการมินโฮครอบครอง พี่ชายร่างบางก็ยังหาทางยึดมาเสียหมด เรียกง่ายๆกะเอาให้ไม่เหลืออะไรติดตัวเลยสักอย่าง คิดแล้วมันก็น่าสงสาร
“พี่จองซูไม่ต้องยึดเขาไม่ได้เหรอ ให้เขาเหลือบ้านไว้สักหลังก็ได้”
เจ้าของมือเรียวที่ถอดชุดให้อยู่เหลือบตาขึ้นมอง ดวงตาโตจ้องเป๋งมาที่เขา แล้วเจ้าตัวก็หลุบตาลงตามเดิม
“ทำไม เกิดนึกสงสารอดีตเลขาเหรอ? งั้นยองอุนก็โอนทรัพย์สินส่วนของยองอุนให้เขาไปสิ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดทำเอาคนที่พูดออกมาเพราะความสงสารต้องปิดปากเงียบ เหอะ....ขืนโอนให้ คนข้างเตียงนี่ก็ยึดกลับมาหมดอยู่ดี.....
จากที่อารมณ์ดีอยู่คิ้วเรียวกลับพันกันยุ่ง ไม่ชอบใจที่เจ้าตัวดีมาห้ามให้เขาหยุดการเอาคืนจากตระกูลโน จะให้หยุดเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ ให้รู้กันไปเลยว่าอย่าได้มายุ่งกับเขาและเจ้าตัวดีอีก นิ่งๆเงียบๆก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้รังแกกันได้ง่ายนัก.........
เหมือนจะรู้ว่าทำพลาดไปแล้ว เด็กหนุ่มตัวโตถอนหายใจกับท่าทางงอนเงียบของพี่ชายร่างบาง กูไม่น่าแกว่งปากหาเสี้ยนเล๊ยให้ตาย........ดวงตาคมมองตามหลังคนที่ถอดเสื้อคนไข้ให้เสร็จเดินหายเข้าห้องน้ำไป ก่อนจะถอนหายใจ แล้วหันกลับมาถลึงตาใส่ไอ้เพื่อนเวรที่ยกมือปิดปากห้ามเสียงหัวเราะ
“ควายจริงยองอุนเอ๊ย.....”
ยุนโฮส่ายหน้า กับความใจดีผิดที่ผิดเวลาของไอ้คนบนเตียงจนทำให้หวานใจมันงอน
“อย่างงี้แหละยุนโฮ เขาเรียกหมีควายตายเพราะปาก ฮ่าๆๆๆ”
คนโดนหัวเราะเหล่ตามองไอ้สวย เออรุมกูเข้าไป เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวกูจะบอกผัวมึงว่าเด็กในร้านเหล้าแอบจีบมึง ไอ้แจจุง.......
ยองอุนหันไปมองทางห้องน้ำ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่คนในนั้นจะออกมาให้ง้อสักทีแต่ก็ยังไร้วี่แวว จนไอ้สองผัวเมียมันลุกมาจากโซฟา มายืนข้างเตียง
“งั้นกูกลับก่อนแล้วกันนะไอ้ยองอุน พี่ชายสุดที่รักมึงมาแล้วนี่”
เป็นไอ้สวยที่เดินมาเกาะข้างเตียง
“เอางั้นเหรอวะ เออกลับดีๆแล้วกัน เหี้ยยุนอย่าขับรถเร็วนักนะ ฝนตกถนนลื่น”
หันไปคุยกับไอ้หล่อที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลังแฟนมัน คนโดนกำชับพยักหน้าให้แล้วเดินเข้ามาใกล้เตียง ก่อนจะเอื้อมมือมาวางไว้ตรงกลางลำตัวคนป่วยแล้วบีบไม่เบานัก
“ง้อพี่เขาดีๆ อย่าเสือกทำอะไรทะลึ่งนะมึง เดี๋ยวแผลฉีกจะอยู่อีกนาน”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาละมือออกไปแล้ว หากแต่คนโดนแกล้งกลับรู้สึกจุกนิดๆ
“ไอ้สัด! เล่นเลวๆ ใสหัวไปทั้งผัวทั้งเมียเลยมึง!”
คนป่วยตะโกนใส่ไอ้สองคนที่หัวเราะอย่างสนุกสนานเต็มประดา ขณะกำลังเดินไปที่ประตู และเมื่อคนสองคนออกไปแล้ว เด็กหนุ่มก็คลี่ยิ้มก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อยไม่ได้โกรธเคืองการละเล่นแสนห่ามของไอ้เพื่อนรัก........
คนหายเข้าไปเอาอุปกรณ์เช็ดตัวในห้องน้ำกลับออกมา ร่างบางวางถังใส่น้ำลงข้างเตียงก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบลงไป เมื่อบิดพอหมาดก็เอามาเช็ดไปบนอกกว้างของคนบนเตียง เจ้าของใบหน้าหล่อคมมองหน้าคนเช็ดตัวให้ เห็นอีกฝ่ายยังเช็ดไปเรื่อยไม่พูดไม่จาก็อ่อนใจ มือใหญ่คว้ามือเรียวบนอกไว้ก่อนจะออกแรงดึงร่างพี่ชายให้ขึ้นนั่งบนเตียง คนโดนดึงให้นั่งก็ยอมแต่โดยดีไม่ได้ขัดขืนอะไร เด็กหนุ่มตัวโตมองใบหน้าหวานที่ติดจะเรียบเฉยก่อนจะยื่นหน้าเอาปลายจมูกชนแก้มนวลนั้นอย่างต้องการง้อ
“ยองอุนไม่ได้เป็นห่วงยูนาสักหน่อย แค่สงสารแม่เขาเท่านั้นเอง”
จองซูเหลือบตาขึ้นมองเจ้าน้องชายที่ตั้งแต่เลื่อนตำแหน่งปุ๊บก็คลุกวงในเขาเป็นงานประจำปั๊บอย่างตำหนิ
“จะสงสารจะเห็นใจก็ให้มันถูกคน พี่ไม่ได้ดูแลยองอุนมาเพื่อให้ใครเอาปืนมายิงเล่น บ้านนั้นสมควรได้รับบทเรียนซะบ้าง”
น้ำเสียงราบเรียบติดจะค่อนไปทางติติงทำเอาคิ้วหนาเลิกขึ้น ออกมาแล้วซินะมาดเด็ดขาดของพี่ชายร่างบาง แต่ก็ยังพอมีทางแก้ให้มาดนี้มันหลุดอยู่บ้าง คนป่วยแอบยิ้มก่อนจะสอดแขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวบางแล้วเอาแก้มแนบแก้มคนเฉียบขาด
“แหม.....ก็พูดแค่นั้น หึงไปได้…”
กระซิบข้างหูพี่ชายด้วยน้ำเสียงทะเล้น คนโดนกล่าวหาขำกับคำพูดนั้น ก่อนจะผละตัวออกมาจากอ้อมกอดเจ้าตัวดี
“ใครเขาหึง ดูสารรูปตัวเองตอนนี้ก่อนเถอะ ให้ฟรีแถมข้าวสารอีกสามคันรถพี่ยังคิดดูก่อนเลย”
เย้าคนป่วยที่ดูโทรมมากอยู่ ก่อนจะหัวเราะคิก เมื่อเจ้าตัวดีงับหูเขาเป็นการลงโทษ
เพราะคำพูดที่สุดแสนจะดูแคลนจากคนในวงแขนเลยอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้ คงต้องลงโทษกันซะหน่อยแล้ว เด็กหนุ่มตัวโตแกล้งรัดร่างตรงหน้า ก่อนจะกัดหูนิ่มไม่เบานัก หากแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้ แขนแกร่งรัดร่างบางให้แน่นเข้าจนคนโดนรัดต้องร้องออกมา
“ถึงพี่จองซูไม่เอา เชื่อเถอะว่ายังมีอีกหลายคนเอา อย่างน้อยก็ลูกสาวผู้จัดการมินโฮ”
พูดยังไม่ทันจบก็เจ็บจี๊ดที่ต้นแขน เมื่อพี่ชายสุดที่รักบิดตรงนั้นอย่างไม่ออมแรง ก่อนจะเงยหน้ามาถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง เด็กหนุ่มไม่ได้เกรงกลัวสายตาพี่ชายร่างบางแม้สักนิดกลับยักคิ้วให้คนในวงแขนอย่างท้าทาย ก่อนจะก้มหน้าลงจูบปากอิ่มอย่างเหนือกว่า
“เนี่ยนะคนไม่หึง”
พูดกับคนในวงแขนเมื่อละปากออกมาแล้ว เจ้าของเรียวปากอิ่มเงยหน้ามองเจ้าตัวดีที่นับวันชักจะหาทางจัดการลำบากขึ้นทุกที ก่อนจะอดไม่ได้ต้องยกมือขึ้นตบแก้มสากไม่แรงนัก
“กวนประสาทนักนะ”
ต่อว่าไม่จริงจังซึ่งเจ้าคนโดนว่าก็ทำหน้าไม่สะทกสะท้าน แถมยังก้มหน้าลงมารออะไรบางอย่าง ด้วยท่าทางไม่สำนึกผิด จองซูมองหน้าหล่อคมอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นหน้าเอาเรียวปากอิ่มไปแตะริมฝีปากได้รูปของเจ้าตัวดีตามที่ฝ่ายนั้นขอ ไม่น่าเชื่อว่าพอสถานะเปลี่ยนการทำแบบนี้ก็เป็นเรื่องไม่น่าอาย....
.
..
...
“เมื่อไหร่จะให้ยองอุนออกจากโรงพยาบาล...... เบื่อ”
บ่นกับคนที่นั่งเช็ดตัวให้ซึ่งคนที่เช็ดตัวให้ก็เงยหน้าขึ้นมามอง
“จะรีบออกไปไหนล่ะยังไม่หายดีเลย”
หันไปเอาผ้าเช็ดตัววางลงบนขอบอ่าง ก่อนจะหยิบเสื้อของคนป่วยเพื่อเอามาสวมให้
“แต่แผลมันแห้งแล้วนะ ยองอุนอยากกลับบ้าน นี่ก็อยู่มาจะสามอาทิตย์แล้วด้วย”
“ก็รอให้แผลมันหายก่อนสิแล้วค่อยออก”
เด็กหนุ่มเบ้หน้าอย่างไม่เห็นด้วย ขืนให้เขาอยู่ที่นี่อีกสักวันเดียว เห็นที่คงต้องหนีออกจากโรงพยาบาล
“ไม่เอา ออกวันนี้เลยเถอะ”
“ทำไมอยากออกจัง บอกไว้ก่อนเลยนะ ออกไปก็อย่าหวังว่าจะได้ซ่า พี่จะยึดกุญแจรถยองอุนแน่ๆ”
คนป่วยอ้าปากค้าง ก่อนจะคว้าตัวพี่ชายร่างบางที่ทำท่าจะลุกไปจากเตียงไว้ซะก่อน
“ยึดได้ไง ยองอุนไม่ได้ทำเรื่องอะไรสักหน่อย อย่ามาเนียน”
ร่างบางกรอกตาไปมา ก็เป็นห่วงเจ้าตัวดีนี่เลยไม่อยากให้ไปเที่ยวตะลอนๆซักพัก
“นั่นแหละพี่ห้าม แล้วก็ไม่ต้องต่อรองด้วย เพราะไม่สำเร็จ”
ริมฝีปากได้รูปที่อ้าเตรียมตัวยื่นอุทรค้างอยู่แบบนั้น พี่ชายร่างบางตามใจเขามากนั่นเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าหากเอ่ยอะไรไปแล้วก็ถือเป็นประกาศิต เป็นคำสั่งที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเป็นอันขาด และต้องทำตามอย่างเคร่งครัดอีกด้วย ยองอุนกัดปาก ออกจากที่นี่แล้วต้องไปแกร่วอยู่กับบ้านมันต่างกันยังไง..........
แต่แล้วคนอยากออกจากโรงพยาบาลก็ยิ้มออก ในเมื่อไม่อยากอยู่บ้านก็หลอกคนเด็ดขาดนี่ไปที่อื่นดิ
“ออกจากโรงพยาบาลแล้วไปพักฟื้นที่อื่นไม่ได้เหรอ”
เจ้าของใบหน้าหวานหันมามองก่อนจะเอียงคอ จะมาไม้ไหนเนี่ย เมื่อเห็นว่าพี่ชายร่างบางยังนิ่ง ต้องรีบนำเสนอ
“พรุ่งนี้ให้ยองอุนออกจากโรงพยาบาล แล้วเราไปพักร้อนที่เกาะเซจูกันโอเคไหม”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างแปลกใจในข้อเสนอของเจ้าน้องชาย หากแต่ก็ยังนิ่งบ่งบอกว่าต้องการเหตุผลที่มากกว่านี้
เด็กหนุ่มเห็นคนในวงแขนเงียบก็รีบเสนอโครงการต่อ
“ก็ถือเป็นการพักฟื้นสำหรับยองอุน และก็เป็นการพักผ่อนสำหรับพี่จองซูไปด้วยไง”
“แล้วทำไมต้องเกาะเซจู”
“ก็ที่อื่นมันหนาว ยองอุนปวดแผลไปที่โน่นอากาศกำลังดี”
ได้ฟังข้อเสนอที่สมเหตุสมผลก็ชักคล้อยตาม ร่างบางเงียบไปเพื่อครุ่นคิดถึงผลที่จะตามมา
“ถ้ายังปวดแผลก็อย่าเพิ่งไปเลย ไว้หายก่อนนะ”
หันไปบอกคนต้นคิดก่อนทำท่าจะผละไป แต่ก็ยังโดนรั้งไว้
“ไปเถอะยองอุนอยากไป........ นะ”
ได้ฟังเจ้าเด็กตัวโตทำเสียงแถมสีหน้าสุดแสนอ้อนเลยชักใจอ่อน จนสุดท้ายก็ต้องยอมพยักหน้าเพราะทนใจแข็งไม่ไหว....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารภายในประเทศเพื่อไปขึ้นเครื่องมุ่งตรงสู่เกาะเซจูดังให้ได้ยิน ยองอุนหันไปมองว่าเมื่อไหร่คนที่ลุกไปจะกลับมาจากเข้าห้องน้ำสักที สักพักร่างคุ้นตาก็เดินตรงมาหา เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปพร้อมกับที่คนเพิ่งออกจากห้องน้ำก็ยื่นมือมาหา ทั้งสองคนจับมือกันก่อนจะเดินตรงไปยังช่องตรวจตั๋วเครื่องบิน เด็กหนุ่มยื่นตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสให้พนักงานไปตรวจ ก่อนจะหันมาหาคนร่างบางข้างตัวที่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตกันหนาวตัวหนามีฮูดตัวเก่ง ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงสามส่วนสีครีมกับ รองเท้าผ้าใบ คนตัวโตยิ้มกับการแต่งกายของอีกฝ่าย รู้สึกพอใจเพราะแต่งแบบนี้แล้วพี่ชายที่รักดูเด็กลงไปเป็นกอง และแม้ว่าเขาเองก็จะแต่งตัวแทบจะเหมือนกับอีกฝ่าย เพียงแต่สลับสีกัน บรรยากาศกลับดูแตกต่างจากคนร่างบางอย่างสิ้นเชิง เป็นบรรยากาศที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่มองตามกันเหลียวหลัง มือเรียวหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเจ้าตัวดีจัดผมหน้าให้อย่างเอาใจ
“น่ารักจังแฟนใครเนี่ย...”
คนช่างเอาใจก้มลงกระซิบข้างหูเล็กให้ได้ยินกันสองคน คนน่ารักคลี่ยิ้มก่อนแลบลิ้นใส่หน้าเด็กหนุ่มที่ก็ใส่แว่นกันแดดสีเข้มอยู่เหมือนกัน เลยเป็นเหตุให้เจ้าน้องชายหัวเราะแล้วเลื่อนมือลงแตะเอวบางตรงจุดที่ทำเอาสะดุ้งเพราะความจั๊กจี้ จองซูคว้าแขนแน่นกล้ามของยองอุนก่อนจะคล้องเอาไว้กันให้เจ้าน้องชายแกล้งตัวเองไม่ได้ ซึ่งคนโดนคล้องแขนก็หัวเราะอย่างชอบใจ
และเมื่อตรวจตั๋วเสร็จก็พากันเดินเพื่อไปขึ้นเครื่องบิน โดยไม่สนใจอาการกระซิบกระซาบของพนักงานสาวที่มองตามหลังมา ทั้งสองคนเดินเรื่อยๆไม่รีบร้อน และเมื่อนั่งประจำที่ได้ไม่นานเครื่องก็เทคออฟ.....
กว่าจะมาถึงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวก็สายมากแล้ว เด็กหนุ่มเดินโอบเอวพี่ชายร่างบางเข้าไปในบ้านพัก มือใหญ่หมุนพวงกุญแจในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์
อากาศที่นี่ค่อนข้างสดชื่น และแม้จะอยู่ในหน้าหนาวหากแต่บนเกาะแห่งนี้กลับไม่ได้หนาวอย่างที่คิด มือเรียวดันบานหน้าต่างกระจกให้เปิดออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก จะว่าไปก็หลายปีที่เดียวที่ไม่ได้มาพักผ่อนที่นี่ เพราะงานยุ่งเหลือเกิน ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอด อากาศที่บริสุทธิ์กว่าในเมืองกับทะเลสีครามเบื้องหน้าทำให้สดชื่นมากกว่าเดิมเป็น3เท่า เมื่อสูดอากาศจนพอใจแล้วก็หันไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าออก ร่างบางหยิบข้าวของที่บรรจุใส่กระเป๋ามาวางไว้ข้างนอก ขาเรียวก้าวไปหยิบไม้แขวนเสื้อเพื่อเอามาแขวนเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและของคนที่มาด้วยกัน พอคิดถึงคนที่มาด้วยกันก็ต้องสะดุ้งมือโดนแขนใหญ่โอบกอดจากทางเบื้องหลัง พร้อมกับปลายจมูกโด่งที่ฝังลงข้างแก้ม
เด็กหนุ่มตัวโตรั้งร่างพี่ชายที่รักเข้ามาแนบอก ก่อนจะคลอเคลียปลายจมูกโด่งไปบนพวงแก้มของคนเป็นพี่ชาย ในที่สุดก็ได้อยู่กันสองต่อสองสักที อยู่บนเครื่องก็อดใจแทบแย่ มาคราวนี้ต้องเอาให้คุ้ม เพราะตอนอยู่โรงพยาบาลทำได้ก็แค่หอมแก้มนิด กอดหน่อยเท่านั้นเอง นับจากนี้อีกอาทิตย์หนึ่งจะตักตวงซะให้พอ(หื่นฉิบ= =”)
เจ้าของแก้มนวลที่ยังมีเสื้ออยู่ในมือหัวเราะเมื่อรับรู้ถึงความซนของเจ้าตัวดี ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าเจ้าน้องชายต้องการอะไร แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
“ยองอุนพี่เก็บเสื้อผ้าอยู่นะ...อย่าซนนักสิ”
ปรามเจ้าตัวยุ่งเบาๆ ที่ซุกหน้าอยู่ที่ซอกคอของเขา เจ้าตัวดียังไม่ยอมหยุดก็เลยได้แต่ถอนใจ สงสัยต้องใช้ไม้แข็ง คิดได้ดังนั้นมือเรียวก็ตีเพี๊ยะลงบนมือใหญ่ที่สอดเข้ามาในตัวเสื้อของเขาอย่างแสนซน ทำเอาเด็กหนุ่มที่นัวเนียไม่
ยอมห่างชักมือออกไปสะบัดเร่าๆ อย่างเจ็บปนคัน
“อูย.....ตียองอุนทำไมเนี่ย”
เจ้าตัวดีทำหน้ามุ่ย ผิดกับคนที่หันมามองที่ทำหน้าเฉยไม่สนใจใบหน้ามุ่ยแสนมุ่ยนั้น
“ก็อยากทะลึ่งกับพี่ทำไมล่ะ ห้ามไม่รู้ฟังมันก็ต้องโดนตีอย่างนั้นแหละ”
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ชายร่างบาง แล้วรวบร่างนั้นทั้งร่างให้ล้มลงบนเตียงนอนสีขาวแสนนุ่ม
“ยองอุนทะลึ่งกับแฟนมันผิดตรงไหน หรือจะให้ไปทะลึ่งกับสาวคนอื่น บอกได้นะยองอุนจัดให้”
ใบหน้าหล่อคมบึ้งตึง ดูเอาเถอะมาถึงนี่ยังจะมาห้ามกันอีก เพื่อนผม ไอ้ยุนโฮกับไอ้แจจุงมันนำไปหลายขุมแล้วนะ!
คนที่โดนทับอยู่เบื้องล่างเหลือบตามองใบหน้าของเจ้าตัวดี ดูก็รู้ว่าคงจะเกิดอาการคุณชายไม่ได้ดั่งใจอีกแล้ว อาการแบบนี้ถ้าจะให้ดีต้องตามใจ ไม่งั้นเจ้าน้องชายก็จะพาลพาโลเชื่อเถอะ หากแต่ว่าเขาจะไม่ตามใจเจ้าเด็กบ้านี่เป็นอันขาด พอยอมเข้าหน่อยหาเรื่องมาขู่ว่าจะไปหาคนอื่นได้ทุกวันสิน่า เดี๋ยวเถอะจะเอาให้หูหลุดไปข้าง คิดได้ดังนั้น มือเรียวที่เป็นอิสระก็เอื้อมขึ้นจับใบหูหนาของเจ้าเด็กมีปัญหาไว้มั่น ก่อนจะออกแรงบิดแบบไม่กลัวน้องชายสุดที่รักจะเจ็บ
“อยากนักใช่ไหม กับผู้หญิงอื่นน่ะ เอาเลยไปเลยแต่หลังจากพี่บิดหูยองอุนขาดก่อนนะ!”
“โอ๊ย...ล้อเล่น ยองอุนล้อเล่นพี่จองซู!”
เด็กหนุ่มกุมมือคนรักไว้ ใบหน้าหล่อคมซุกลงกับซอกคอขาวแล้วเอ่ยอ้อนวอนให้คนโหดปล่อยซักที มือใหญ่ลูบหูตัวเองที่แดงกล่ำเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด สงสัยจะเป็นอย่างที่ไอ้แจจุงวันว่าไว้จริงๆ ‘หมีความตายเพราะปาก’
จองซูดันตัวเจ้าเด็กมีปัญหาให้ออกห่าง ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง หากแต่ยังไม่ทันได้ยกตัวพ้นเตียงก็โดนรั้งให้นอนลงไปบนอกกว้างของเจ้าตัวดีที่นอนหงายลูบหูตัวเองอยู่ เอวเล็กถูกมือใหญ่ทั้งสองกุมเอาไว้
“แหมยองอุนล้อเล่นเอง งอนไปได้ ดีกันนะ”
คนตัวโตมองใบหน้าของคนที่นอนทับอยู่บนตัว เสียงห้าวเอ่ยอย่างออดอ้อนพี่ชายร่างบางที่วางหน้าเฉยไม่แสดงอารมณ์
“ชอบทำให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย ปล่อยพี่ได้แล้วหิว จะไปกินข้าว”
คนบนอกกว้างบ่นออกมาใส่เจ้าเด็กบ้า อาการหน้าตาบอกบุญไม่รับยังไม่หายไปแต่นิดเดียว เรียกให้คนช่างแหย่แอบยิ้มอย่างเอ็นดู เวลาพี่ชายเขางอนนี่มันน่ารักที่สุดเลยให้ตาย
“ไปก็ได้ แต่จูบก่อน”
ขอคนบนตัวเสียงแผ่ว ดวงตาคมเหลือบลงมองเรียวปากอิ่มของพี่ชายร่างบางอย่างมีความหมาย คนอารมณ์เสียเหลือบตาขึ้นสบตากับเจ้าตัวดีก่อนจะทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์
“มันไม่น่าได้หรอกนะ พูดจากวนประสาทนัก”
เจ้าของอกกว้างยิ้มกับคำบ่นของคนบนตัว ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด ใบหน้าหวานของคนขี้บ่นโน้มลงมาหาใบหน้าหล่อคม เรียวปากอิ่มแตะเข้ากับริมฝีปากได้รูป เด็กหนุ่มหลุบตาลงมองปลายจมูกโด่งของพี่ชายร่างบาง ใบหน้าหวานอยู่ใกล้เสียจนได้ไอร้อนจากลมหายใจฝ่ายนั้น มือใหญ่เลื่อนโอบเอวบางไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างเลื่อนขึ้นลูบไล้แผ่นหลังเนียนที่อยู่ใต้เสื้อกล้ามของอีกฝ่าย มือเรียววางทาบไว้บนอกกว้างของเจ้าตัวดี ใบหน้าหวานเอียงเปลี่ยนมุมตามคนเบื้องใต้ที่กลายมาเป็นคนนำเสียเอง ปากอิ่มเต็มถูกขบแผ่วเบาจนต้องถอยหนี หากแต่ริมฝีปากได้รูปก็ไม่ลดละที่จะตาม ปลายลิ้นอุ่นของเด็กหนุ่มตัวโตไล้เลียอย่างอ้อยอิ่งอยู่บนกลีบปากบาง คล้ายขออนุญาตล่วงล้ำเข้าสู่ภายใน มือใหญ่เลื่อนลงจากแผ่นหลังลงไปยังสะโพกกลมกลึง เจ้าของใบหน้าคมตวัดร่างที่อยู่ด้านบนลงแล้วเป็นฝ่ายเลื่อนตัวขึ้นมาทับพี่ชายที่รักเอาไว้ซะเอง ลิ้นอุ่นยังไล้เลียอยู่ในตำแหน่งเดิม และดูเหมือนว่าเจ้าของกลีบปากบางจะใจอ่อนยอมเผยปากออกเพื่อให้แทรกปลายลิ้นเข้าไป จูบดูดดื่มแบบชนิดที่ว่าทิ้งการทักทายและจูบฉาบฉวยตอนยังเป็นแค่พี่น้องไปเสียชนิดเกิดขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อรับรู้ได้ถึงความเก่งกาจชั้นเซียนของเจ้าตัวดี ดูเอาเถอะว่าจูบเก่งขนาดทำเอาเขาหัวหมุนมือไม้อ่อนไปหมดแล้ว
“อือ.......”
ครางประท้วงเจ้าเด็กไม่รู้จักพอเมื่ออีกฝ่ายซุกมือเข้ามาใต้เสื้อ ขาเรียวยกขึ้นเพื่อหนีบแขนของเจ้าน้องชายไว้แต่ก็ไม่เป็นผล พยายามละใบหน้าออกจากจูบที่ร้อนแรงเกินไปแล้วของคนบนตัว หากแต่ยิ่งหนีเจ้าตัวดีก็ยิ่งตาม เด็กหนุ่มตัวโตชักปลายลิ้นออกจากช่องปากแสนหวานอย่างอ้อยอิ่ง แม้จะเสียดายหากแต่เวลายังมีอีกเยอะ ถึงยังไงเขาสองคนก็เป็นแฟนกันแล้ว รักกันใจตรงกันและก็จะอยู่ด้วยกัน ยังไงซะพี่ชายร่างบางก็ต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบร้อน
ร่างบางนอนหอบหายใจโดยที่ยังมีใครอีกคนทับอยู่ด้านบน ใบหน้าหล่อคมคลี่ยิ้มเอ็นดูกับท่าทางหมดแรงของพี่ชายที่รัก เด็กหนุ่มก้มหน้าลงหอมแก้มนิ่มหนึ่งที ก่อนจะเลื่อนหน้าไปจูบต้นคอขาวอีกหนึ่งทีแล้วลุกขึ้น
“ไปกินข้าวกัน ของหวานไว้คืนนี้แล้วกัน.....”
ยื่นมือมาให้พี่ชายร่างบางที่ยังนอนอยู่บนเตียงจับ จองซูส่ายหน้าเดินตามเจ้าเด็กบ้าที่เดินผิวปากอารมณ์ดีอยู่เบื้องหน้า ท่าทางจะตามใจเจ้าตัวดีเกินไปซะแล้วสิเรา
To be con.
..
...
“เมื่อไหร่จะให้ยองอุนออกจากโรงพยาบาล...... เบื่อ”
บ่นกับคนที่นั่งเช็ดตัวให้ซึ่งคนที่เช็ดตัวให้ก็เงยหน้าขึ้นมามอง
“จะรีบออกไปไหนล่ะยังไม่หายดีเลย”
หันไปเอาผ้าเช็ดตัววางลงบนขอบอ่าง ก่อนจะหยิบเสื้อของคนป่วยเพื่อเอามาสวมให้
“แต่แผลมันแห้งแล้วนะ ยองอุนอยากกลับบ้าน นี่ก็อยู่มาจะสามอาทิตย์แล้วด้วย”
“ก็รอให้แผลมันหายก่อนสิแล้วค่อยออก”
เด็กหนุ่มเบ้หน้าอย่างไม่เห็นด้วย ขืนให้เขาอยู่ที่นี่อีกสักวันเดียว เห็นที่คงต้องหนีออกจากโรงพยาบาล
“ไม่เอา ออกวันนี้เลยเถอะ”
“ทำไมอยากออกจัง บอกไว้ก่อนเลยนะ ออกไปก็อย่าหวังว่าจะได้ซ่า พี่จะยึดกุญแจรถยองอุนแน่ๆ”
คนป่วยอ้าปากค้าง ก่อนจะคว้าตัวพี่ชายร่างบางที่ทำท่าจะลุกไปจากเตียงไว้ซะก่อน
“ยึดได้ไง ยองอุนไม่ได้ทำเรื่องอะไรสักหน่อย อย่ามาเนียน”
ร่างบางกรอกตาไปมา ก็เป็นห่วงเจ้าตัวดีนี่เลยไม่อยากให้ไปเที่ยวตะลอนๆซักพัก
“นั่นแหละพี่ห้าม แล้วก็ไม่ต้องต่อรองด้วย เพราะไม่สำเร็จ”
ริมฝีปากได้รูปที่อ้าเตรียมตัวยื่นอุทรค้างอยู่แบบนั้น พี่ชายร่างบางตามใจเขามากนั่นเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าหากเอ่ยอะไรไปแล้วก็ถือเป็นประกาศิต เป็นคำสั่งที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเป็นอันขาด และต้องทำตามอย่างเคร่งครัดอีกด้วย ยองอุนกัดปาก ออกจากที่นี่แล้วต้องไปแกร่วอยู่กับบ้านมันต่างกันยังไง..........
แต่แล้วคนอยากออกจากโรงพยาบาลก็ยิ้มออก ในเมื่อไม่อยากอยู่บ้านก็หลอกคนเด็ดขาดนี่ไปที่อื่นดิ
“ออกจากโรงพยาบาลแล้วไปพักฟื้นที่อื่นไม่ได้เหรอ”
เจ้าของใบหน้าหวานหันมามองก่อนจะเอียงคอ จะมาไม้ไหนเนี่ย เมื่อเห็นว่าพี่ชายร่างบางยังนิ่ง ต้องรีบนำเสนอ
“พรุ่งนี้ให้ยองอุนออกจากโรงพยาบาล แล้วเราไปพักร้อนที่เกาะเซจูกันโอเคไหม”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างแปลกใจในข้อเสนอของเจ้าน้องชาย หากแต่ก็ยังนิ่งบ่งบอกว่าต้องการเหตุผลที่มากกว่านี้
เด็กหนุ่มเห็นคนในวงแขนเงียบก็รีบเสนอโครงการต่อ
“ก็ถือเป็นการพักฟื้นสำหรับยองอุน และก็เป็นการพักผ่อนสำหรับพี่จองซูไปด้วยไง”
“แล้วทำไมต้องเกาะเซจู”
“ก็ที่อื่นมันหนาว ยองอุนปวดแผลไปที่โน่นอากาศกำลังดี”
ได้ฟังข้อเสนอที่สมเหตุสมผลก็ชักคล้อยตาม ร่างบางเงียบไปเพื่อครุ่นคิดถึงผลที่จะตามมา
“ถ้ายังปวดแผลก็อย่าเพิ่งไปเลย ไว้หายก่อนนะ”
หันไปบอกคนต้นคิดก่อนทำท่าจะผละไป แต่ก็ยังโดนรั้งไว้
“ไปเถอะยองอุนอยากไป........ นะ”
ได้ฟังเจ้าเด็กตัวโตทำเสียงแถมสีหน้าสุดแสนอ้อนเลยชักใจอ่อน จนสุดท้ายก็ต้องยอมพยักหน้าเพราะทนใจแข็งไม่ไหว....
$..$..$..$..$..$..$..$..$..$
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารภายในประเทศเพื่อไปขึ้นเครื่องมุ่งตรงสู่เกาะเซจูดังให้ได้ยิน ยองอุนหันไปมองว่าเมื่อไหร่คนที่ลุกไปจะกลับมาจากเข้าห้องน้ำสักที สักพักร่างคุ้นตาก็เดินตรงมาหา เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปพร้อมกับที่คนเพิ่งออกจากห้องน้ำก็ยื่นมือมาหา ทั้งสองคนจับมือกันก่อนจะเดินตรงไปยังช่องตรวจตั๋วเครื่องบิน เด็กหนุ่มยื่นตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสให้พนักงานไปตรวจ ก่อนจะหันมาหาคนร่างบางข้างตัวที่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตกันหนาวตัวหนามีฮูดตัวเก่ง ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงสามส่วนสีครีมกับ รองเท้าผ้าใบ คนตัวโตยิ้มกับการแต่งกายของอีกฝ่าย รู้สึกพอใจเพราะแต่งแบบนี้แล้วพี่ชายที่รักดูเด็กลงไปเป็นกอง และแม้ว่าเขาเองก็จะแต่งตัวแทบจะเหมือนกับอีกฝ่าย เพียงแต่สลับสีกัน บรรยากาศกลับดูแตกต่างจากคนร่างบางอย่างสิ้นเชิง เป็นบรรยากาศที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่มองตามกันเหลียวหลัง มือเรียวหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเจ้าตัวดีจัดผมหน้าให้อย่างเอาใจ
“น่ารักจังแฟนใครเนี่ย...”
คนช่างเอาใจก้มลงกระซิบข้างหูเล็กให้ได้ยินกันสองคน คนน่ารักคลี่ยิ้มก่อนแลบลิ้นใส่หน้าเด็กหนุ่มที่ก็ใส่แว่นกันแดดสีเข้มอยู่เหมือนกัน เลยเป็นเหตุให้เจ้าน้องชายหัวเราะแล้วเลื่อนมือลงแตะเอวบางตรงจุดที่ทำเอาสะดุ้งเพราะความจั๊กจี้ จองซูคว้าแขนแน่นกล้ามของยองอุนก่อนจะคล้องเอาไว้กันให้เจ้าน้องชายแกล้งตัวเองไม่ได้ ซึ่งคนโดนคล้องแขนก็หัวเราะอย่างชอบใจ
และเมื่อตรวจตั๋วเสร็จก็พากันเดินเพื่อไปขึ้นเครื่องบิน โดยไม่สนใจอาการกระซิบกระซาบของพนักงานสาวที่มองตามหลังมา ทั้งสองคนเดินเรื่อยๆไม่รีบร้อน และเมื่อนั่งประจำที่ได้ไม่นานเครื่องก็เทคออฟ.....
กว่าจะมาถึงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวก็สายมากแล้ว เด็กหนุ่มเดินโอบเอวพี่ชายร่างบางเข้าไปในบ้านพัก มือใหญ่หมุนพวงกุญแจในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์
อากาศที่นี่ค่อนข้างสดชื่น และแม้จะอยู่ในหน้าหนาวหากแต่บนเกาะแห่งนี้กลับไม่ได้หนาวอย่างที่คิด มือเรียวดันบานหน้าต่างกระจกให้เปิดออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก จะว่าไปก็หลายปีที่เดียวที่ไม่ได้มาพักผ่อนที่นี่ เพราะงานยุ่งเหลือเกิน ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอด อากาศที่บริสุทธิ์กว่าในเมืองกับทะเลสีครามเบื้องหน้าทำให้สดชื่นมากกว่าเดิมเป็น3เท่า เมื่อสูดอากาศจนพอใจแล้วก็หันไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าออก ร่างบางหยิบข้าวของที่บรรจุใส่กระเป๋ามาวางไว้ข้างนอก ขาเรียวก้าวไปหยิบไม้แขวนเสื้อเพื่อเอามาแขวนเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและของคนที่มาด้วยกัน พอคิดถึงคนที่มาด้วยกันก็ต้องสะดุ้งมือโดนแขนใหญ่โอบกอดจากทางเบื้องหลัง พร้อมกับปลายจมูกโด่งที่ฝังลงข้างแก้ม
เด็กหนุ่มตัวโตรั้งร่างพี่ชายที่รักเข้ามาแนบอก ก่อนจะคลอเคลียปลายจมูกโด่งไปบนพวงแก้มของคนเป็นพี่ชาย ในที่สุดก็ได้อยู่กันสองต่อสองสักที อยู่บนเครื่องก็อดใจแทบแย่ มาคราวนี้ต้องเอาให้คุ้ม เพราะตอนอยู่โรงพยาบาลทำได้ก็แค่หอมแก้มนิด กอดหน่อยเท่านั้นเอง นับจากนี้อีกอาทิตย์หนึ่งจะตักตวงซะให้พอ(หื่นฉิบ= =”)
เจ้าของแก้มนวลที่ยังมีเสื้ออยู่ในมือหัวเราะเมื่อรับรู้ถึงความซนของเจ้าตัวดี ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าเจ้าน้องชายต้องการอะไร แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
“ยองอุนพี่เก็บเสื้อผ้าอยู่นะ...อย่าซนนักสิ”
ปรามเจ้าตัวยุ่งเบาๆ ที่ซุกหน้าอยู่ที่ซอกคอของเขา เจ้าตัวดียังไม่ยอมหยุดก็เลยได้แต่ถอนใจ สงสัยต้องใช้ไม้แข็ง คิดได้ดังนั้นมือเรียวก็ตีเพี๊ยะลงบนมือใหญ่ที่สอดเข้ามาในตัวเสื้อของเขาอย่างแสนซน ทำเอาเด็กหนุ่มที่นัวเนียไม่
ยอมห่างชักมือออกไปสะบัดเร่าๆ อย่างเจ็บปนคัน
“อูย.....ตียองอุนทำไมเนี่ย”
เจ้าตัวดีทำหน้ามุ่ย ผิดกับคนที่หันมามองที่ทำหน้าเฉยไม่สนใจใบหน้ามุ่ยแสนมุ่ยนั้น
“ก็อยากทะลึ่งกับพี่ทำไมล่ะ ห้ามไม่รู้ฟังมันก็ต้องโดนตีอย่างนั้นแหละ”
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ชายร่างบาง แล้วรวบร่างนั้นทั้งร่างให้ล้มลงบนเตียงนอนสีขาวแสนนุ่ม
“ยองอุนทะลึ่งกับแฟนมันผิดตรงไหน หรือจะให้ไปทะลึ่งกับสาวคนอื่น บอกได้นะยองอุนจัดให้”
ใบหน้าหล่อคมบึ้งตึง ดูเอาเถอะมาถึงนี่ยังจะมาห้ามกันอีก เพื่อนผม ไอ้ยุนโฮกับไอ้แจจุงมันนำไปหลายขุมแล้วนะ!
คนที่โดนทับอยู่เบื้องล่างเหลือบตามองใบหน้าของเจ้าตัวดี ดูก็รู้ว่าคงจะเกิดอาการคุณชายไม่ได้ดั่งใจอีกแล้ว อาการแบบนี้ถ้าจะให้ดีต้องตามใจ ไม่งั้นเจ้าน้องชายก็จะพาลพาโลเชื่อเถอะ หากแต่ว่าเขาจะไม่ตามใจเจ้าเด็กบ้านี่เป็นอันขาด พอยอมเข้าหน่อยหาเรื่องมาขู่ว่าจะไปหาคนอื่นได้ทุกวันสิน่า เดี๋ยวเถอะจะเอาให้หูหลุดไปข้าง คิดได้ดังนั้น มือเรียวที่เป็นอิสระก็เอื้อมขึ้นจับใบหูหนาของเจ้าเด็กมีปัญหาไว้มั่น ก่อนจะออกแรงบิดแบบไม่กลัวน้องชายสุดที่รักจะเจ็บ
“อยากนักใช่ไหม กับผู้หญิงอื่นน่ะ เอาเลยไปเลยแต่หลังจากพี่บิดหูยองอุนขาดก่อนนะ!”
“โอ๊ย...ล้อเล่น ยองอุนล้อเล่นพี่จองซู!”
เด็กหนุ่มกุมมือคนรักไว้ ใบหน้าหล่อคมซุกลงกับซอกคอขาวแล้วเอ่ยอ้อนวอนให้คนโหดปล่อยซักที มือใหญ่ลูบหูตัวเองที่แดงกล่ำเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด สงสัยจะเป็นอย่างที่ไอ้แจจุงวันว่าไว้จริงๆ ‘หมีความตายเพราะปาก’
จองซูดันตัวเจ้าเด็กมีปัญหาให้ออกห่าง ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง หากแต่ยังไม่ทันได้ยกตัวพ้นเตียงก็โดนรั้งให้นอนลงไปบนอกกว้างของเจ้าตัวดีที่นอนหงายลูบหูตัวเองอยู่ เอวเล็กถูกมือใหญ่ทั้งสองกุมเอาไว้
“แหมยองอุนล้อเล่นเอง งอนไปได้ ดีกันนะ”
คนตัวโตมองใบหน้าของคนที่นอนทับอยู่บนตัว เสียงห้าวเอ่ยอย่างออดอ้อนพี่ชายร่างบางที่วางหน้าเฉยไม่แสดงอารมณ์
“ชอบทำให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย ปล่อยพี่ได้แล้วหิว จะไปกินข้าว”
คนบนอกกว้างบ่นออกมาใส่เจ้าเด็กบ้า อาการหน้าตาบอกบุญไม่รับยังไม่หายไปแต่นิดเดียว เรียกให้คนช่างแหย่แอบยิ้มอย่างเอ็นดู เวลาพี่ชายเขางอนนี่มันน่ารักที่สุดเลยให้ตาย
“ไปก็ได้ แต่จูบก่อน”
ขอคนบนตัวเสียงแผ่ว ดวงตาคมเหลือบลงมองเรียวปากอิ่มของพี่ชายร่างบางอย่างมีความหมาย คนอารมณ์เสียเหลือบตาขึ้นสบตากับเจ้าตัวดีก่อนจะทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์
“มันไม่น่าได้หรอกนะ พูดจากวนประสาทนัก”
เจ้าของอกกว้างยิ้มกับคำบ่นของคนบนตัว ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด ใบหน้าหวานของคนขี้บ่นโน้มลงมาหาใบหน้าหล่อคม เรียวปากอิ่มแตะเข้ากับริมฝีปากได้รูป เด็กหนุ่มหลุบตาลงมองปลายจมูกโด่งของพี่ชายร่างบาง ใบหน้าหวานอยู่ใกล้เสียจนได้ไอร้อนจากลมหายใจฝ่ายนั้น มือใหญ่เลื่อนโอบเอวบางไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างเลื่อนขึ้นลูบไล้แผ่นหลังเนียนที่อยู่ใต้เสื้อกล้ามของอีกฝ่าย มือเรียววางทาบไว้บนอกกว้างของเจ้าตัวดี ใบหน้าหวานเอียงเปลี่ยนมุมตามคนเบื้องใต้ที่กลายมาเป็นคนนำเสียเอง ปากอิ่มเต็มถูกขบแผ่วเบาจนต้องถอยหนี หากแต่ริมฝีปากได้รูปก็ไม่ลดละที่จะตาม ปลายลิ้นอุ่นของเด็กหนุ่มตัวโตไล้เลียอย่างอ้อยอิ่งอยู่บนกลีบปากบาง คล้ายขออนุญาตล่วงล้ำเข้าสู่ภายใน มือใหญ่เลื่อนลงจากแผ่นหลังลงไปยังสะโพกกลมกลึง เจ้าของใบหน้าคมตวัดร่างที่อยู่ด้านบนลงแล้วเป็นฝ่ายเลื่อนตัวขึ้นมาทับพี่ชายที่รักเอาไว้ซะเอง ลิ้นอุ่นยังไล้เลียอยู่ในตำแหน่งเดิม และดูเหมือนว่าเจ้าของกลีบปากบางจะใจอ่อนยอมเผยปากออกเพื่อให้แทรกปลายลิ้นเข้าไป จูบดูดดื่มแบบชนิดที่ว่าทิ้งการทักทายและจูบฉาบฉวยตอนยังเป็นแค่พี่น้องไปเสียชนิดเกิดขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อรับรู้ได้ถึงความเก่งกาจชั้นเซียนของเจ้าตัวดี ดูเอาเถอะว่าจูบเก่งขนาดทำเอาเขาหัวหมุนมือไม้อ่อนไปหมดแล้ว
“อือ.......”
ครางประท้วงเจ้าเด็กไม่รู้จักพอเมื่ออีกฝ่ายซุกมือเข้ามาใต้เสื้อ ขาเรียวยกขึ้นเพื่อหนีบแขนของเจ้าน้องชายไว้แต่ก็ไม่เป็นผล พยายามละใบหน้าออกจากจูบที่ร้อนแรงเกินไปแล้วของคนบนตัว หากแต่ยิ่งหนีเจ้าตัวดีก็ยิ่งตาม เด็กหนุ่มตัวโตชักปลายลิ้นออกจากช่องปากแสนหวานอย่างอ้อยอิ่ง แม้จะเสียดายหากแต่เวลายังมีอีกเยอะ ถึงยังไงเขาสองคนก็เป็นแฟนกันแล้ว รักกันใจตรงกันและก็จะอยู่ด้วยกัน ยังไงซะพี่ชายร่างบางก็ต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบร้อน
ร่างบางนอนหอบหายใจโดยที่ยังมีใครอีกคนทับอยู่ด้านบน ใบหน้าหล่อคมคลี่ยิ้มเอ็นดูกับท่าทางหมดแรงของพี่ชายที่รัก เด็กหนุ่มก้มหน้าลงหอมแก้มนิ่มหนึ่งที ก่อนจะเลื่อนหน้าไปจูบต้นคอขาวอีกหนึ่งทีแล้วลุกขึ้น
“ไปกินข้าวกัน ของหวานไว้คืนนี้แล้วกัน.....”
ยื่นมือมาให้พี่ชายร่างบางที่ยังนอนอยู่บนเตียงจับ จองซูส่ายหน้าเดินตามเจ้าเด็กบ้าที่เดินผิวปากอารมณ์ดีอยู่เบื้องหน้า ท่าทางจะตามใจเจ้าตัวดีเกินไปซะแล้วสิเรา
To be con.





หวานเกิ๊นนน !!!!
น่ารักไปมั๊ยอ่ะคะ ><
ตอนนี้ได้ใจ !
แต่ตอนหน้านี่สิ หึหึหึ
**ขอบคุณคะพี่โอ๋ :]]
#1 By Smile (124.122.100.107) on 2009-11-01 11:29