[N]รักเข้าแล้วไงนายคนเรียบร้อย บทที่ 5 (END)
posted on 26 May 2007 18:48 by ayofix in NOVELTitle : รักเข้าแล้วไงนายคนเรียบร้อย บทที่ 5 (END)
By : Ayo
ยามเช้าเวียนมาอีกครั้ง ในห้องเรียนเพื่อนของอิทธิพลมากันพร้อมหน้า หากแต่ตัวอิทธิพลกลับหายจ้อยไปเลย
“เฮ้ยไอ้โอ๋ ไอ้พลมันไปไหนวะ?” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิทของคนตัวโต
“ไม่รู้ว่ะกูโทรไปมันก็ไม่รับ แม่งฆ่าตัวตายไปแล้วมั๊ง”
โอ๋บอกแบบอารมณ์เสียที่ไอ้หล่อเพื่อนเขามันไม่ยอมรับโทรศัพท์ ว่าแล้วก็เลยยกโทรศัพท์กดหาเพื่อนอีกที..
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังไม่ขาดระยะ ทำเอาคนที่อยู่บนเตียงต้องค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น ดวงตากลมโตกระพริบถี่เมื่อไม่คุ้นกับห้องนี้เอาซะเลย ใช้เวลาเกือบนาทีกว่าที่เจ้าตัวจะลำดับเรื่องราวได้ทั้งหมด เมื่อคืนวิศรุตค้างที่นี่....ห้องของอิทธิพล ความจริงเขาก็ว่าจะกลับบ้านเพราะไม่อยากให้คนที่บ้านเป็นห่วง แล้วเจ้าของห้องก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเดี๋ยวไปส่ง แล้วเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้กลับ ใบหน้าหวานหันกลับมาข้างๆ ก็พบเจ้าของห้องที่กำลังหลับสนิท ท่อนแขนของฝ่ายนั้นพาดเกยอยู่บนเอวของเขา
ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมแล้วยิ้มอยู่คนเดียวเงียบๆ ใครจะรู้ไหมว่าอิทธิพลตอนหลับน่ารักขนาดไหน
แต่เอ๊ะเขาไม่ได้นอนกับเราคนเดียวซะหน่อย ก่อนมาคบกันเขามีผู้หญิงตั้งเยอะแน่ะ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแล้วนึกไปถึงเรื่องผู้หญิงคนนั้นที่ทำเอาเขาเข้าใจผิด จนต้องบอกเลิกกับอีกฝ่าย ใบหน้าหวานยุ่งเล็กน้อยก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเอง ความคิดไม่เข้าเรื่องเริ่มกลับมาอีกแล้ว ขณะที่วิศรุตกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอีก เลยทำให้ความคิดเพ้อเจ้อหยุดลง
ดวงตากลมโตมองไปที่หัวเตียงก็ไม่เจอ เลยคิดว่ามันต้องอยู่ในกางเกงแน่ มือเล็กยกท่อนแขนแข็งแรงออกจากเอวตัวเอง ก่อนจะก้าวขาเรียวลงจากเตียง
“อุ้ย........”
ริมฝีปากอิ่มร้องออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกเจ็บและปวดหนึบที่สะโพก เจ้าตัวพยายามจะยืนขึ้นเพื่อจะไปหาโทรศัพท์
เพราะว่ามันดังมากขึ้นเรื่อยๆ กลัวว่าเสียงโทรศัพท์จะทำเอาร่างสูงบนเตียงตื่น
วิศรุตยืนได้จริง แต่กว่าจะยืนได้ตรงก็ใช้เวลาไปไม่น้อยที่เดียว ขาเรียวก้าวเดินอย่างลำบาก ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาทุกครั้งที่ก้าวเดินแต่ละก้าว แต่กระนั้นร่างบางก็ยังกัดฟันทน เพราะเขาอยากหาโทรศัพท์ให้เจอแล้วก็อาบน้ำเหลือเกินแล้ว
ร่างบางเดินมาที่กองเสื้อผ้าของเขาและคนบนเตียง มือเรียวหยิบกางเกงตัวใหญ่ของคนร่างสูงขึ้นมาก่อนจะล้วงหาโทรศัพท์ทีละกระเป๋า ไม่นานนักเขาก็พบโทรศัพท์เครื่องน้อยที่ยังดังอยู่ไม่เลิก หน้าจอขึ้นชื่อว่าเป็นโอ๋ เขาจะรับมันดีไหม ดวงตากลมโตมองโทรศัพท์อย่างชั่งใจว่าจะรับหรือไม่รับดี เพราะนี่ไม่ใช่โทรศัพท์เขา
ขณะที่กำลังนั่งคิดอยู่นั้น อ้อมแขนแกร่งของคนที่เคยหลับอยู่บนเตียงก็โอบกระชับมาจากทางด้านหลัง
“ทำไมไม่รับซักทีหืม..หนวกหู”
ริมฝีปากร้อนทาบลงมาที่ลำคอของคนตัวเล็ก
“ก็....มันเป็นโทรศัพท์พล รุตไม่กล้ารับ”
“ทำไม แฟนรับโทรศัพท์ให้กันไม่เห็นผิดเลย”
ปลายจมูกโด่งวนเวียนคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มนุ่มของคนในวงแขน มือใหญ่จับคางมนให้หันมาข้างหลังก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปบนปากอิ่ม...
เจ้าของเรียวปากอิ่มเผยปากรับสัมผัสนุ่มนวลนั้นอย่างเต็มใจ ทั้งๆที่เมื่อคืนจูบกันนับครั้งไม่ถ้วน หากแต่ก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมทุกครั้งที่จูบกันอีก
“อืม.....รับโทรศัพท์เถอะพล”
มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากได้รูปคล้ายจะห้ามเมื่อเห็นว่าคนตัวโตชักจะซนไปนิด ร่างสูงทำหน้ายุ่งนิดๆที่โดนขัดใจก่อนจะคว้าโทรศัพท์มารับสาย คุยไปได้สี่ห้าประโยคก็วาง
“ไอ้โอ๋โทรมาถามว่าทำไมไม่ไปเรียน”
“เหรอ......งั้นไปเรียนกันเถอะ”
ความคิดรักเรียนกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ร่างสูงทำเอาความคิดรักเรียนเมื่อตอนเช้าหายไปทีหนึ่งแล้ว
“ไปไหวเหรอ.....เดินไหวหรือไง”
ใบหน้าหวานแดงกล้ำเมื่อโดนถามแบบนี้ ความจริงเขาก็ยังเจ็บอยู่มากแต่ก็ไม่อยากโดดเรียน(ทั้งวัน)
“เดินไหวสิ..” เสียงงึมงำอยู่ในลำคอ เพราะว่าเจ้าตัวไม่แน่ใจในคำพูดตัวเอง ก็แค่ลงจากเตียงเดินมานั่งอยู่นี่น้ำตายังเกือบร่วง แต่ก็ไม่อยากหยุดเพราะว่าคนตัวโตนี่หยุดไปแล้วสามครั้งหยุดอีกครั้งเดียวก็หมดสิทธิ์สอบยังไงไปแค่เซ็นชื่อก็ได้
“ไปก็ได้ถ้ารุตอยากไป ว่าแต่เจ็บมากหรือเปล่า?” เสียงทุ้มถามอย่างอ่อนโยน
“อืม..เจ็บ”
“พลขอโทษ”
คนตัวโตเอ่ยอย่างสำนึกผิด ใบหน้าคมเศร้าลงนิดหนึ่ง ถึงเขาจะอยากได้ร่างในอ้อมกอดมากขนาดไหน
แต่ก็ไม่อยากให้คนคนนี้เจ็บแม้เพียงนิดเดียว
“รุตเจ็บแต่.....รุตมีความสุขนะ” ร่างบางก้มหน้างุดอายจนอยากหายตัวไปจากตรงนี้.. มือใหญ่เอื้อมมาลูบแก้มนวล ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากบนกลีบปากอิ่ม คนตัวเล็กนี่จะรู้ไหมว่าทำให้เขารักแทบคลั่งขนาดนี้......
วิศรุตและอิทธิพลมาเรียนทันอาจารย์เช็คชื่อ
“นายอิทธิพล”
“มาครับ” เจ้าของชื่อขานรับ ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อ
“อิทธิพลดีแล้วที่มานะคาบนี้ เพราะถ้าเธอขาดอีกครั้งก็หมดสิทธิ์สอบ หัวหน้าห้องบอกแล้วใช่มั้ย”
อาจารย์บอกให้ฟัง คนที่เกือบจะหมดสิทธิ์สอบหันไปมองร่างที่นั่งข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบเอวบางเอาไว้
ที่แฟนเขาคะยั้นคะยอให้มาเรียนก็เพราะว่ากลัวเขาหมดสิทธิ์สอบเหรอเนี่ย ร่างบางยอมมาเรียนทั้งๆที่เจ็บเพราะเขาเหรอ ปลายจมูกโด่งแตะที่ขมับของฝ่ายนั้นเบาๆอย่างขอบคุณ
เมื่อกลับมาเรียนตามปกติแล้ว เพื่อนร่างสูงก็เริ่มรู้ว่าเขาสองคนกลับมาคบกันตอนแรกก็โดนแซวบ้าง แต่นานเข้าก็เงียบกันไปเอง
วันหนึ่งขณะที่วิศรุตนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินหลังคณะ เขารออิทธิพลที่ไปเอาของที่ล็อคเกอร์เพื่อกลับหอด้วยกัน
“พี่รุตใช่มั้ยคะ?” เสียงใสเอ่ยเรียกชื่อร่างที่นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหิน
เจ้าของชื่อหันกลับไปแล้วก็พบกับ ใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวคนหนึ่ง ร่างบางจำได้ว่าเธอคนนี้ก็คือคนเดียวกันที่เคยเป็นแฟนกับอิทธิพล
“ใช่ครับมีอะไรเหรอ?”
ร่างบางตอบกลับอย่างสุภาพ ก่อนจะคลี่ยิ้มให้อีกฝ่าย หากแต่ในใจของเขานั้นกลับกังวลเหลือเกิน
“ฟ้ามีเรื่องอยากจะรบกวนพี่น่ะคะ”
“มีอะไรให้พี่ช่วยหรือครับ?”
ถึงแม้จะกังวลและระแวงแต่วิศรุตก็ไม่ทิ้งความใจดีของตัวเอง(นี่ถ้าเขาขอให้ช่วยยกแฟนให้จะช่วยไหมเนี่ยรุตเอ๊ย)
“คือฟ้าฝากจดหมายกับของไปให้พี่พลหน่อยได้ไหมคะ”
หญิงสาวยื่นซองจดหมายสีหวานมาให้ พร้อมกับที่ห้อยโทรศัพท์อันหนึ่งมาตรงหน้า ร่างบางรับมาถือพร้อมด้วยใจสั่นๆ หญิงสาวเดินจากไปแล้ว ร่างบางก้มลงมองของในมือ ใบหน้าหวานเศร้าลงเล็กน้อย จะว่าไปเขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าอิทธิพลมีชีวิตอย่างไรมาก่อน ก่อนที่จะมาคบเขา ฝ่ายนั้นผ่านผู้หญิงมามากแค่ไหน แล้วผู้หญิงคนไหนกันที่ฝ่ายนั้นรักมากที่สุด เขาไม่เคยถามว่าน้องฟ้ามีความสำคัญขนาดไหนกับคนตัวโต ไม่เคยถามเพราะกลัวคำตอบ และแม้จะเป็นแฟนกันแล้วเขาก็ไม่กล้าถาม กลัวอีกฝ่ายจะหาว่าเขายุ่งไม่เข้าเรื่อง
“รอนานป่ะ?”
คนโดนทักสะดุ้งก่อนจะพยายามซ่อนความคิดมากเอาไว้ให้มิดที่สุด
“ไม่นานหรอก”
“งั้นกลับกัน”ร่างสูงเอื้อมมือมากุมมือร่างเล็กก่อนจะฉุดให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร่างบางนั่งมองซองจดหมายสีหวานกับที่ห้อยโทรศัพท์อย่างชั่งใจ เขายังไม่ได้บอกกับคนตัวโตว่าน้องฟ้าฝากของมาให้ เขาควรจะเอาของสองอย่างนี้ให้แฟนเขาไหมน้อ หรือว่าจะทิ้งไปดี บอกตามตรงเขาไม่อยากให้คนตัวโตดีใจกับของที่คนอื่นให้เลย
อาจจะดูเหมือนเด็กๆแต่ใครไม่มาเป็นเขาไม่รู้หรอกว่ามันกังวลขนาดไหน แล้ววิศรุตก็ถอนใจเมื่อเถียงกับตัวเองอยู่นาน
เขาตัดสินแล้วว่าจะเอาของให้อิทธิพล หากฝ่ายนั้นจะดีใจเขาก็จะยอมรับ เพราะว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะปิดกั้นไม่ให้อิทธิพลรู้ว่ามีคนชอบ และเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามไม่ให้อิทธิพลดีใจ
ร่างสูงออกมาจากห้องน้ำ รอบเอวหนามีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันเอาไว้ มองไปที่เตียงก็เห็นแฟนของเขานั่งอยู่จึงเดินเข้าไปนั่งซ้อนเบื้องหลังพร้อมกับดึงร่างนั้นเขามาในอ้อมกอด ปลายจมูกโด่งฝังลงที่ข้างแก้ม
“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”
เสียงใสเอ่ยถามพร้อมกับหันหน้ามาหา
“เป็นไรเนี่ยหน้าเศร้าๆ......ไหนบอกสิใครทำอะไรแฟนพล”
เชยคางมนขึ้นให้สบตากับตนก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปบนกลีบปากอิ่มนั้น ดวงตากลมโตหลับลงก่อนจะที่ยอมให้อีกฝ่ายเก็บเกี่ยวเอาความอ่อนหวานภายในริมฝีปากของตัวเองจนพอใจ
“อืม.....พล”
“หืม”
“มีคนเขาฝากของมาให้”
ซอกคอขาวถูกปลายจมูกโด่งระราน คนตัวโตกัดซอกคอนั้นเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว
“ใครฝากอะไรมา?”
“น้องฟ้า.....เขาฝากจดหมายกับที่ห้อยโทรศัพท์มาให้”
“ให้ใคร?”
“ให้พลไง”
เสียงเริ่มสั่นคำว่าให้พลมันบาดหูยังไงชอบกล
“ให้พลเหรอ?”
อิทธิพลทำหน้างง ก่อนจะคิดอะไรออกที่แฟนเขาเงียบไป และมีสีหน้าเศร้าๆก็เพราะไอ้ของที่น้องฟ้าฝากมาหรอกเหรอ
“ไหนเอามาดูสิ”
ดวงตากลมโตไหววูบแต่ก็ยอมหยิบจดหมายมาให้คนตัวโต มือใหญ่แกะจดหมายออกอ่านก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง ทำเอาร่างบางที่นั่งอยู่ใกล้ๆหน้าเสีย นี่ถูกใจขนาดนั้นเลยเหรอ ใบหน้าสวยหวานฉายแวววิตก
“อย่าทำหน้างั้นสิ รุตอะมั่วแล้ว น้องฟ้าเขาฝากของมาให้พลเมื่อไหร่ให้ไอ้โอ๋มันหรอก”
ใบหน้าหวานเหรอหราอย่างไม่เชื่อที่อิทธิพลพูด ร่างสูงยิ้มก่อนจะยื่นจดหมายมาให้อ่าน มันเป็นจดหมายของโอ๋จริงๆ แล้วที่ห้อยโทรศัพท์นั้นน้องเขาก็ฝากเอามาให้โอ๋อีกนั่นแหละ
“นี่ไม่รู้เลยเหรอว่าสองคนนั่นมันชอบกัน”
คนโดนถามส่ายหน้า รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าไงพิกล
“กลัวพลกลับไปคบน้องเขาหรือไง แฟนใครเนี่ยคิดมากจัง”
ใบหน้าคมยิ้มๆแต่ก็มีแอบตำหนิเล็กน้อย
“ก็รุตไม่รู้นี่ รุตแค่กลัวว่าพลจะเปลี่ยนใจ คนอย่างรุตไม่เห็นมีอะไรดีเลย”
“ก็รักอ่ะมีไรป่ะ”
ร่างสูงโอบร่างบางเข้ามาไว้ในวงแขนก่อนจะก้มลงจรดปลายจมูกลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่
“พล....รุตอยากรู้ว่าพลผ่านใครมาบ้าง”วิศรุตกลั้นใจถามก่อนจะรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เขาแค่อยากรับรู้ว่าคนที่เขารักเคยทำอะไรมาบ้าง เขามีสิทธ์ที่ควรจะรู้ไม่ใช่เหรอ
“ก็....ผ่านประถม....ขึ้นมัธยม....แล้วก็มาต่อมหาลัยนี่แหละ”
ใบหน้าสวยหวานงอนิดๆรู้ว่าโดนกวนเลยเผลอฟาดแขนแกร่งของฝ่ายนั้นไปหนึ่งทีเป็นการลงโทษที่ทำเล่นไปทุกเรื่อง คนตัวโตหัวเราะก่อนจะรวบอีกฝ่ายเข้ามาในวงแขนแล้วแกล้งกอดแรงๆเหมือนเป็นการลงโทษ ร่างบางหัวเราะเสียงใสเมื่อคนตัวโตแกล้งจี้เอวเขา ร่างสูงจี้เอวคนตัวเล็กจนอีกฝ่ายเหนื่อยหอบจึงเลิกแกล้ง
มือใหญ่เปลี่ยนมาลูบแก้มนวลเล่นอย่างเอ็นดู....
วันและเวลาผ่านไป ฤดูสอบมาถึงเหล่านักศึกษาคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือสอบ อิทธิพลและวิศรุตก็เหมือนกัน วิศรุตมานอนที่ห้องของอิทธิพลเพื่อช่วยกันติวหนังสือ
“เฮ้ยไอ้พล....อยู่เปล่าวะ?”
เพื่อนของเจ้าของชื่อ มาเคาะประตูเรียก
“เออมีไรวะ?” เจ้าของห้องเดินมาเปิดประตู ให้เพื่อนเขามาในห้อง
“ไปกินข้าวกันป่ะ?”
“ไปกินข้าวหรือเปล่า?” หันไปถามคนบนเตียง
“ไปสิก็พลยังไม่ได้กินข้าวเลย”
ร่างเล็กก้าวลงจากเตียงก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์ แล้วทั้งหมดก็ออกไปกินข้าวกัน ภายในตลาดผู้คนพลุ่กพล่าน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่คนจะออกมาหาอะไรกินกัน ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือสอบต่อ ร่างสูงเดินอยู่เบื้องหน้ากับกลุ่มเพื่อน โดยที่มีโอ๋เดินอยู่ข้างร่างบาง ดวงตากลมโตกวาดมองแผ่นหลังของคนตัวโต แล้วให้ย้อนนึกไปถึงวันแรกที่เจอกัน ใครเลยจะเชื่อว่าคนตัวโตข้างหน้านี้จะกลายมาเป็นแฟนของเขา เขามีดีอะไรหนอถึงได้ครอบครองคนที่ใครๆก็อยากเป็นแฟน
คิดแล้วก็ยิ้มกับตัวเองอยู่คนเดียว เห็นมือใหญ่ของอีกฝ่ายแล้วก็อยากเอื้อมไปกุมเอาไว้ แต่ก็ไม่กล้าพอ
แต่แล้ว คนตัวโตที่เดินยู่ข้างหน้าก็ยื่นมือมาให้ โดยที่ไม่หันกลับมาเป็นเชิงว่าให้เขาวางมือลงไป ร่างบางจึงวางมือเรียวของตัวเองลงไปบนมือฝ่ายนั้น
มือใหญ่กระชับมือเล็กเอาไว้ในอุ้งมือ ก่อนที่จะจับจูงเอาไว้ ร่างบางยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะเดินตามฝ่ายนั้นไปเงียบๆ โดยที่มือยังเกาะกุมกันเอาไว้.
ฤดูการสอบจบลงแล้ว นักศึกษาปีหนึ่งก็เลื่อนชั้นขึ้นไปเป็นปีสอง อิทธิพลและวิศรุตก็เช่นกัน ปีนี้พวกเขาทั้งคู่กลายเป็นพี่ปีสาม การรับน้องเป็นไปตามธรรมเนียม และวันนี้ เป็นวันที่พี่ปีสามจะได้เจอกับน้องปีหนึ่งเป็นครั้งแรก เพื่อจะได้ทำความรู้จักกัน และก็แจกลายเซ็นน้องๆปีหนึ่งด้วย
“เฮ้ยน้อง....อยากได้ลายเซ็นพี่เหรอวะ”
อิทธิพลถามน้องปีหนึ่งที่หน้าตาโหดโคตรๆ คนหนึ่งที่เข้ามาขอลายเซ็นตัวเอง
“เอางี้เห็นพี่รุตป่ะ....ไปถามมาดิว่าพี่เขามีแฟนยังถ้ามีแล้วแฟนเขาชื่ออะไร”
รุ่นน้องวิ่งไปหาร่างบางที่แจกลายเซ็นอยู่อีกทาง
“พี่รุตครับพี่พลให้ผมมาถามว่าพี่มีแฟนหรือยัง?”
“พี่เหรอครับ?”
นิ้วเรียวชี้ไปที่ตัวเองอย่างงงๆ และพอหันไปทางต้นเหตุ ก็เห็นว่ากำลังหัวเราะอย่างสนุกกับเพื่อนๆของฝ่ายนั้นอยู่
“เอ่อ....มีแล้วครับ”
“แล้วแฟนพี่ชื่ออะไรครับ?”
ใบหน้าหวานแดงกล่ำ นี่แฟนเขาเล่นอะไรอยู่เนี่ย จะให้บอกรุ่นน้องไปเหรอว่าแฟนชื่ออะไร ก็คนที่ให้มาถามนั่นแหละน้อง ร่างบางอยากบอกไปแบบนั้นแต่ก็ไม่กล้าพอ
“เอ่อ....คือ...คือว่า”
“เฮ้ย.....ได้หรือยังวะ”
คนตัวโตเร่งมาอีก เมื่อเห็นแฟนเขายังไม่ตอบรุ่นน้องปีหนึ่งสักที
“ถ้าพี่เขาไม่ตอบมึง มึงก็ไปโน่นเลย ไปเต้นไก่ย่างกลางสนามหน้าสแตนด์วิศวะคอมเลยไป”
รุ่นน้องคอตกก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง ร่างบางหน้าเสียเมื่อเห็นรุ่นน้องคนนั้นโดนสั่งเต้นกลางสนามให้ประชาชีเอกอื่นเขาดู แถมดูเหมือนแฟนเขาจะไม่สั่งให้หยุดง่ายๆซะด้วยสิ
“น้องครับขึ้นมาเถอะพี่บอกแล้ว..”
คนตัวเล็กเดินไปตะโกนให้น้องเขากลับขึ้นมาบนอัฒจรรย์อีกครั้ง
“เฮ้ยไม่ต้องขึ้นมาให้พี่เขาตะโกนบอกมึงตรงนั้นแหละ”
คนตัวโตที่นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าสบายอยู่บนสแตนด์ ตะโกนสำทับทำเอาน้องปีหนึ่งหยุดกึกอยู่กับที่ ร่างบางหันไปมองหน้าหล่อเหลาทีหนึ่งก่อนจะหันไปทางน้องปีหนึ่งคนนั้น
“ฟังนะครับแฟนพี่ชื่อ.....อิทธิพลครับ!!”
คนตัวเล็กตะโกน ก่อนที่ใบหน้าหวานจะแดงกล่ำ ทำท่าจะเดินกลับแล้วเชียวแต่ดูเหมือนแฟนเขาจะไม่หยุดง่ายๆ
“ถามพี่เขาดิวะ รักแฟนเขาหรือเปล่า?”
“พล!”
เสียงหวานเรียกชื่ออีกฝ่าย คนอะไรเนี่ยถามมาได้ คนโดนเรียกชื่อลอยหน้าลอยตา เพื่อนๆของฝ่ายนั้นโห่ฮากันยกใหญ่เลยที่เดียว แถมยังมีพวกเอกอื่นอีก นี่ไม่คิดจะอายเลยใช่ไหมคนบ้า แอบด่าฝ่ายนั้นอยู่ในใจ
“เอ้าตอบดิ น้องเขาร้อน”
เพื่อนร่างสูงเชียร์กันใหญ่ มันน่านักสมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน
“รักสิ....พลบ้า”
“จ่ะ....พลก็รักรุต”
คนตัวสูงตอบกลับมาซะอย่างงั้น ก่อนจะหันไปหัวเราะกับเพื่อนอย่างชอบใจ ร่างบางเดินกลับไปเซ็นลายเซ็นให้น้อง ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่แซวเขาเรื่อยๆ ถึงแม้จะอายแต่ก็ดีใจ ดีใจที่ได้เป็นแฟนกับฝ่ายนั้น และก็ดีใจที่ได้รักอีกฝ่าย
‘แม้จะมีน้ำตา แม้จะเสียใจ หากแต่มือใหญ่ๆของฝ่ายนั้นก็ไล่ความเสียใจไปได้’
‘มือที่แข็งแกร่ง มือที่เป็นของเขาคนเดียว...’
ร่างบางอมยิ้มก่อนจะก้มหน้าเซ็นลายเซ็นต่อไป....
END..//


